ไอความเย็นจัดจากแผ่นเหล็กดัดด้านหลังแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดสูทเข้ารูป ทว่าความเย็นยะเยือกนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับอุณหภูมิอันคุกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่กำลังโน้มตัวลงมาครอบงำพื้นที่ทั้งหมดของลินิน
ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังราวกับลูกแมวป่าที่จนมุม แต่กลับซ่อนประกายความท้าทายเอาไว้ภายใต้แพขนตางอนงาม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพลจนแทบกระเด็นออกมานอกซี่โครง
"ร่างกายและหัวใจอย่างนั้นเหรอคะ..." ลินินทวนคำ เสียงของเธอแหบพร่าลงเล็กน้อยด้วยความตึงเครียด แต่ยังคงความราบเรียบเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงเยาะหยัน "คุณคีรินทร์คงคิดว่าผู้หญิงทุกคนต้องยอมสยบแทบเท้าคุณสินะคะ แค่เพียงเพราะใช้อำนาจเงินและอิทธิพลข่มขู่..."
คีรินทร์ไม่ตอบทันที นัยน์ตาคมกริบสีนิลดุจรัตติกาลคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเอื้อIนคำพูดท้าทาย เขยิบเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมวนบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นอายความชื้นของสายฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคากระจกด้านบน คล้ายเครื่องพันธนาการที่ดึงดูดและบีบคั้นสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้หลุดลอย
ปลายนิ้วเรียวยาวทรงพลังของมาเฟียหนุ่มยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนนุ่มของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก ทว่ากลับทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง ลินินสะดุ้งเฮือก ตั้งใจจะเบี่ยงหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่อีกข้างคว้าจับคางมนไว้มั่น บังคับให้เธอต้องรับรู้และจ้องมองลึกลงไปในดวงตาที่กำลังลุกโชนด้วยไฟปรารถนาอันดิบเถื่อน
"ฉันไม่เคยสนใจผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น... ลินิน" น้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมฝีปากเธอ ปลายนิ้วโป้งไล้ผ่านกลีบปากนุ่มแผ่วเบาจนเธอเผลอเม้มเข้าหากันโดยอัตโนมัติ "แต่กับเธอมันต่างออกไป เธอรู้มากเกินไป... และดื้อรั้นเกินกว่าจะปล่อยให้เดินออกไปจากชีวิตฉันได้ง่ายๆ"
"ปล่อยนะ..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามผลักแผงอกกว้างที่เปรียบเสมือนกำแพงหินผา แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ได้ทำให้เขาขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ร่างกายของเขาราวกับหล่อหลอมมาจากเหล็กกล้าที่ร้อนระอุ
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องกังวานมาจากฟากฟ้าด้านนอก พร้อมๆ กับสายฝนห่าใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมากระทบกระจกห้องเก็บเอกสารลับอย่างรุนแรง แสงไฟนีออนกะพริบไหวอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับลง ปล่อยให้พื้นที่รอบตัวตกอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านม่านเมฆหนาทึบเข้ามาสะท้อนเงาทับซ้อนของคนทั้งสอง
บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นบีบคั้นและเร่าร้อนขึ้นเป็นทวีคูณ ความมืดช่วยปลดเปลื้องกำแพงในใจของทั้งคู่ให้พังทลายลงชั่วขณะ คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงลมหายใจกั้น
"ฝนตกหนักขนาดนี้... เธอยังคิดว่าจะหนีฉันพ้นอีกเหรอ?" เขาเอמהกระซิบข้างใบหู ร้อนผ่าวจนทำเอาลำคอของเธอแห้งผาก
ลินินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แผนการที่วางไว้กับรินรดาเพื่อเข้ามาสืบหาหลักฐานเรื่องการเสียชีวิตของพ่อแม่กำลังจะพังทลายลงหากเธอตกหลุมพรางทางอารมณ์นี้ เธอยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องสะสาง ยังมีบัญชีแค้นที่ต้องชำระกับธันวา... คู่แข่งตัวฉกาจของชายตรงหน้า เธอกำลังเล่นอยู่กับไฟ และไฟกองนี้ก็พร้อมจะแผดเผาเธอให้เป็นจุลได้ทุกเมื่อ
"ฉันไม่ได้หนี..." เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมา "แต่ฉันแค่ไม่ชอบวิธีบังคับ... ถ้าคุณอยากได้ความลับที่ฉันรู้ คุณต้องมีข้อเสนอที่ดีกว่าการใช้อำนาจ"
คีรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ แววตาคมปลาบเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "กล้าต่อรองกับฉันเหรอ... หึ ช่างกล้าหาญเสียจริง"
แทนที่จะถอยห่าง คีรินทร์กลับใช้แขนแข็งแรงรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดติดกับแผงอกอย่างไร้ช่องว่าง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของลินินสะดุดกึก ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังของเธอหลุดพ้นจากความเย็นของชั้นเหล็ก แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากฝ่ามือหนาที่กดสะโพกเธอให้แนบชิดกับสรีระแกร่งของเขา
"ถ้าอยากได้ข้อเสนอที่ดีกว่า..." คีรินทร์พึมพำชิดริมฝีปาก นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องความสั่นไหวในดวงตาคู่สวย "พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าเธอมีดีพอที่จะต่อรองกับพญายมอย่างฉัน..."
สิ้นคำพูดนั้น เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธริมฝีปากหยักประทับลงมาบดBขยี้กลีบปากนุ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ ความรุนแรงในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและร้อนแรงในเวลาอันรวดเร็ว ลินินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ มือที่เคยผลักไสค่อยๆ อ่อนแรงลงและกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจือความดุดันแผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ ความใกล้ชิดที่บีบคั้นทำให้ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานานระเบิดออกท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย คีรินทร์ประคองท้ายทอยเธอไว้มั่นไม่ให้หนีไปไหน ราวกับต้องการสูบวิญญาณของเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับเขา ลินินรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปากเหวแห่งความเคลิบเคลิเคลิ้ม ทั้งหวาดกลัวและโหยหาในเวลาเดียวกัน ร่างกายสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดและความมืดมิดในห้องเก็บเอกสาร ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างศัตรูและผู้ล่าไปชั่วพริบตา...
ทว่า ในวินาทีที่ลินินกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบอันเร่าร้อนนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีรินทร์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คีรินทร์ผละริมฝีปากออกอย่างไม่สบอารมณ์ ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อย เขาก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
บนหน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด... **"ธันวา"**
**************************************************
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันครับ - กุหลาบอาบแสงจันทร์
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 6
จูบแรกท่ามกลางพายุฝน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!