“เอกสารนี่... คุณอธิบายมาสิคะคีรินทร์ ว่ามันไปอยู่ในเซฟของธันวาได้อย่างไร”
เสียงของลินินสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวราวกับเศษแก้วที่บาดลึก ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อมองแฟ้มสีน้ำเงินในมือชายหนุ่มที่เธอมอบหัวใจให้หมดสิ้น คฤหาสน์หรูในยามค่ำคืนที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นกรงขังที่หนาวเหน็บจนเข้ากระดูก
คีรินทร์ไม่ได้ตอบในทันที เขาวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะเนิบช้า เสียงกระทบของแก้วดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเอกสารที่ลินินถืออยู่ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
“ลินิน... คุณกำลังหัดเป็นนักสืบเหรอคะ? หรือว่าได้รับ ‘ข้อมูลวงใน’ มาจากเพื่อนรักคนไหนอีก?”
คำพูดนั้นเสียดแทงเหมือนใบมีด ลินินถอยหลังไปหนึ่งก้าว หัวใจที่เคยเชื่อมั่นว่าเขาคือที่พักพิงเดียวในโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ กลับสั่นคลอนจนแทบพังทลาย เธอจำได้ดีว่ารินรดาเพิ่งส่งหลักฐานชิ้นนี้มาให้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน มันคือหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของธันวา โดยต้นทางมาจากบริษัทในเครือของคีรินทร์
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง! ดิฉันถามว่าทำไมคุณถึงร่วมมือกับเขา? คุณบอกว่าคุณต้องการทำลายธันวาเพื่อล้างแค้นให้ครอบครัวดิฉัน แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นคือคุณกำลังปูทางให้เขาเหยียบย่ำชีวิตของคนอื่น รวมถึง... หลอกใช้ดิฉันเป็นฉากหน้า!”
คีรินทร์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าหาเธอช้าๆ จนลินินถูกต้อนให้จนมุมกับผนังห้อง มือหนาเชยคางหญิงสาวขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
“ความเชื่อใจมันเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับคนในโลกของเรานะคะลินิน คุณไร้เดียงสาเกินไปที่จะเข้าใจว่า ในเกมที่เดิมพันด้วยเลือดและอำนาจ บางครั้งเราต้องโยนก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ให้ศัตรูกิน เพื่อรอเวลาให้มันติดคอจนขาดใจตาย”
“ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็เป็นแค่ ‘ก้อนเนื้อ’ สำหรับคุณใช่ไหมคะ?” ลินินเค้นเสียงถาม น้ำตาหยดหนึ่งรินไหลผ่านแก้ม เธอไม่ได้เสียใจที่ถูกหลอก แต่เธอเสียใจที่เลือกจะเชื่อคนอย่างเขา
คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบคล้ายมีพายุหมุนวนอยู่ภายใน เขาอยากจะดึงร่างบางเข้ามากอด อยากจะบอกความจริงว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แต่ทุกครั้งที่กำลังจะเอ่ยปาก เงาของอดีตที่คอยขู่เข็ญก็รั้งเขาไว้
“ถ้าคุณคิดแบบนั้น... มันก็คงเป็นความจริง” เขาตอบเสียงเย็นชา ก่อนจะปล่อยคางเธอราวกับรังเกียจ
ลินินหัวเราะร่าออกมาทั้งน้ำตา เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเวทนาที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยิน “ขอบคุณนะคะคีรินทร์ ขอบคุณที่ทำให้ดิฉันรู้ว่า ต่อให้ดิฉันพยายามรักปีศาจมากแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ยังคงเป็นปีศาจวันยังค่ำ”
เธอกำลังจะหันหลังกลับ แต่ทว่า...
เสียงกึกก้องของรองเท้าหนังราคาแพงดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถง พร้อมกับเสียงปรบมือที่ฟังดูน่ารังเกียจ ลินินและคีรินทร์หันไปมองพร้อมกัน ร่างของธันวาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ที่เปิดบันทึกเสียงค้างไว้
“ช่างเป็นฉากรักร้าวที่น่าประทับใจจริงๆ ครับคีรินทร์” ธันวากล่าวพลางยิ้มเยาะ “แต่ขอบใจนะที่ยอมเล่นละครบทนี้ให้ลินินเห็น เธอคงไม่รู้สินะว่าเอกสารที่เธอกำลังถืออยู่น่ะ... คือจดหมายเหตุการขายตัวเธอให้ฉันในคืนวันพรุ่งนี้”
ลินินหน้าถอดสี มือที่ถือแฟ้มสั่นระริก เธอหันกลับไปมองคีรินทร์ที่ใบหน้าเรียบเฉยอย่างคาดไม่ถึง ราวกับว่านี่คือแผนการที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันแรกจริงๆ
“คุณว่ายังไงนะ?” ลินินเค้นเสียงออกมาด้วยความตกตะลึง
คีรินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่มองไปที่ธันวาด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันมามองลินินด้วยดวงตาที่ยากจะอ่านความหมาย แล้วก้าวผ่านร่างของเธอไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
“คีรินทร์! คุณจะไปไหน! ตอบดิฉันมาสิ!”
เสียงกรีดร้องของลินินดังสนั่นไปทั่วคฤหาสน์ ทว่าความจริงที่เธอกำลังเผชิญนั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าคำตอบใดๆ เมื่อประตูทางออกถูกปิดตายโดยบอดี้การ์ดของธันวา และคีรินทร์ก็นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามธันวา หยิบไวน์ขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ราวกับเธอไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้อีกต่อไป
กุหลาบอาบแสงจันทร์ขอขอบพระคุณรี้ดทุกท่านที่ยังคงติดตามความเจ็บปวดและแง่มุมของความรักในเรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะ
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 30
รอยร้าวที่ยากจะประสาน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!