กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 35

การลอบทำร้าย

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
“อย่าให้ฉันต้องลงมือกับผู้หญิง... แต่ถ้าเธอยังไม่ยอมหุบปาก เรื่องวันนี้มันจะไม่จบแค่การขู่หรอกนะ ลินิน” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารของชายฉกรรจ์ชุดดำดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของตรอกมืดหลังภัตตาคารหรู ลินินไม่ได้หวาดกลัวอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง หญิงสาวเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก สายตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองจ้องมองกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่ออยู่ตรงขมับของเธออย่างไม่สะทกสะท้าน “ธันวาคงจ้างพวกแกมาด้วยเงินมหาศาลสินะ แต่ดูเหมือนเขาจะลืมบอกไปว่า... ฉันไม่ชอบเล่นเกมที่คนอื่นเป็นคนคุมกติกา” ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่ทำให้ชายตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง “อวดดีนักนะ!” ชายชุดดำคำรามพลางเหนี่ยวไก ทว่าในจังหวะที่นิ้วชี้กำลังจะออกแรง ลินินที่อ่านจังหวะไว้แล้วก็ทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสลัดรองเท้าส้นสูงข้างหนึ่งเข้าที่ข้อมือของมันอย่างแม่นยำ กระสุนนัดนั้นเฉียดผ่านเส้นผมของเธอไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรจนเกิดกลิ่นไหม้จางๆ ปัง! เสียงเก็บเสียงดังขึ้นเบาๆ แต่ไร้เป้าหมาย ลินินไม่รอช้า เธอคว้าเศษแก้วที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วเหวี่ยงเข้าที่ลำคอของมันอย่างสุดแรง ในขณะที่ชายอีกคนกำลังจะพุ่งเข้ามาล็อกตัวเธอ หญิงสาวก็อาศัยความคล่องแคล่วว่องไวหมุนตัวหลบ ก่อนจะใช้ส้นรองเท้าที่เหลือกระแทกเข้าที่จุดตายใต้เข่าของมันอย่างแรงจนอีกฝ่ายทรุดฮวบลง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจากการกระแทกพื้น แต่ลินินไม่มีเวลาให้ความเจ็บปวดรั้งเอาไว้ เธอตัดสินใจวิ่งสุดชีวิตเข้าสู่ความมืดมิดของทางแยกถัดไป ปอดของเธอแสบร้อนราวกับจะระเบิด กลิ่นอายของความตายไล่หลังมาติดๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของศัตรูที่กำลังตามล่าทำให้เธอยิ่งต้องกัดฟันวิ่งไม่หยุด *ฉันจะตายที่นี่ไม่ได้... ยังไม่ถึงเวลา* ในระหว่างที่เลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆ ลินินมองเห็นเงาร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงไฟสลัวที่กระพริบถี่ๆ ความหวังวูบหนึ่งจุดขึ้นในใจว่านั่นอาจจะเป็นคีรินทร์ แต่เมื่อบุคคลนั้นค่อยๆ หันมามอง สัญชาตญาณดิบในใจเธอก็กรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่มากกว่าเดิม ชายคนนั้นสวมเสื้อโค้ทตัวยาว ใบหน้าซีกหนึ่งถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง เขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ท่วงท่าการยืนนั้นดูเหนือกว่าผู้ล่าคนก่อนหน้าหลายขุม “คุณไม่ใช่ลูกน้องของธันวา...” ลินินหอบหายใจพลางถอยกรูดไปจนหลังชนกำแพงอิฐที่เย็นเฉียบ “ถูกต้อง... ฉันคือคนที่เก็บกวาดความผิดพลาดของธันวา” ชายแปลกหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาหาช้าๆ ทว่าทุกจังหวะการเดินนั้นดูคุกคามราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม “ลินิน... ความลับของตระกูลเธอไม่ควรจะมีลมหายใจอยู่ตั้งแต่วันที่คฤหาสน์นั่นถูกไฟเผา” ลินินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ *มันรู้เรื่องอดีตของเธอ!* “แกเป็นใคร!” เธอตะโกนถาม พร้อมกับพยายามเอื้อมมือไปคว้าแท่งเหล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายที่ตกอยู่ไม่ไกล แต่ชายคนนั้นกลับรวดเร็วกว่า เขาพุ่งเข้ามารวบข้อมือเธอไว้แน่นก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน “ฉันคือคนที่คีรินทร์พยายามปกป้อง... และเป็นคนที่เขาไม่มีวันเข้าถึง” เขาโน้มใบหน้าลงมาข้างหูลินิน ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ “บอกเขาด้วย... ว่าของชิ้นสำคัญที่เขากำลังตามหา อยู่ในมือของคนที่เขาไว้ใจที่สุด” ทันใดนั้น แสงไฟจากรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาด้วยความเร็วสูงก็สาดส่องเข้ามาในตรอก เสียงเบรกดังสนั่นจนพื้นถนนสั่นสะเทือน ชายแปลกหน้าผละออกจากเธอทันทีและหายตัวไปในเงามืดราวกับผีร้าย ก่อนที่ร่างสูงคุ้นตาจะก้าวลงจากรถด้วยแววตาที่ดุดันจนน่ากลัว คีรินทร์กวาดสายตามองมาที่ลินินที่ทรุดนั่งลงกับพื้น เสื้อผ้าของเธอขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นและเลือดจางๆ เขารีบปรี่เข้ามาคว้าไหล่เธอไว้ สายตาสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนิ่งเฉย “ใครทำเธอ!” คีรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ลินินเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งที่รักและผู้ที่เธอต้องระแวงที่สุดในเวลาเดียวกัน ความสับสนตีรวนอยู่ในอก เธอจะบอกเขาได้อย่างไร ในเมื่อคำพูดสุดท้ายของคนร้ายมันทิ้งปริศนาที่ชวนให้หวาดระแวง... *คนที่เขาไว้ใจที่สุด?* รินรดางั้นหรือ? หรืออาจจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดเขามากที่สุดอย่างเลขาส่วนตัว? ลินินรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่คว้าปกเสื้อของคีรินทร์ไว้แน่น “คีรินทร์... อย่าเพิ่งถามตอนนี้... ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ก่อน... ก่อนที่พวกมันจะย้อนกลับมา” คีรินทร์อุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอก ความอุ่นจากไอตัวเขาไม่ได้ทำให้ลินินรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... สายตาของเขาที่มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังนั้น กลับดูเหมือนกำลังปกป้องเธอจากโลกทั้งใบ ทว่ากลับทำให้เธอรู้สึกว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กับดักที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ขณะที่รถคันหรูเคลื่อนตัวออกไป ลินินเหลือบเห็นเงามืดที่หน้าต่างชั้นสองของตึกฝั่งตรงข้าม บุคคลในชุดสูทสีเทายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้วยท่าทีนิ่งเฉย มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหูไว้ ราวกับกำลังรายงานผลความล้มเหลวของการลอบสังหารในครั้งนี้ให้กับใครบางคน และเมื่อแสงไฟข้างทางส่องกระทบใบหน้าของชายคนนั้น ลินินถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ... เขาคือคนสนิทที่คีรินทร์ไว้ใจที่สุด คนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาเสมอในทุกการประชุมสำคัญ ความจริงที่ค่อยๆ เผยออกมาในคืนนี้ ไม่ใช่แค่การถูกลอบทำร้าย แต่มันคือการเริ่มต้นของสงครามที่คีรินทร์ไม่มีวันรู้ตัว... ว่ามิตรแท้ที่เขามี อาจกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในยามที่เขาเผลอ หวังว่าตอนที่ 35 นี้จะทำให้คุณรี้ดตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "กุหลาบอาบแสงจันทร์" ค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%