“ถ้าคุณจะฆ่าฉัน ก็รีบลงมือเดี๋ยวนี้ อย่าให้เสียเวลาอันมีค่าของคุณไปกับการเล่นเกมประสาทหลอนนี่อีกเลย”
ลินินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออกในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์ มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นระริก แต่เธอกลับฝืนเชิดหน้าขึ้นรับสายตาคมกริบดุจมีดโกนที่จ้องมองมานิ่งสนิท
คีรินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ขยับตัวช้าๆ จากเก้าอี้หนังราคาแพง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนกลิ่นหอมเย็นแบบบุรุษเพศที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมร่างเธอไว้ราวกับกรงขัง มือแกร่งเชยคางมนขึ้น บังคับให้เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีรัตติกาลที่กำลังพายุคลั่ง
“กลัวงั้นเหรอ ลินิน?” เขาถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่น แต่แฝงด้วยกระแสความโกรธที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง “หรือแค่เสียใจที่ความลับที่คุณเพียรปกปิดไว้... มันกำลังจะเน่าเปื่อยต่อหน้าคุณ”
เขาสะบัดกระดาษปึกหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ ภาพถ่ายเก่าแก่ที่ซีดจางและเอกสารทางราชการที่ปิดผนึกด้วยตราประทับสีแดงฉานกระจายตัวออก ลินินชะงัก สายตาปะทะเข้ากับชื่อของบิดาผู้ล่วงลับที่ปรากฏหราอยู่บนเอกสารฉบับนั้น หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“คุณไปเอามาได้ยังไง...” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ
“ธันวาไม่ใช่คนฉลาดที่สุดหรอกนะ ที่จะเก็บงำเรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนไว้เป็นอาวุธ” คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขาแตะกับผิวแก้มของเธอ แผ่ซ่านความร้อนระอุไปทั่วบริเวณ “เขาแค่ยืมมือคุณมาเป็นหมากเพื่อทำลายผม แต่เขาอาจจะลืมบอกคุณไป... ว่าในเหตุการณ์เพลิงไหม้วันนั้น ตระกูลของผมก็มีรายชื่ออยู่ในบันทึกนรกนั่นด้วย”
ลินินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง คำพูดของเขาราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ พ่อของเธอ... กับตระกูลของคีรินทร์? ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยมาตลอดชีวิต กำลังบิดเบี้ยวไปในทิศทางที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
“มันไม่จริง... พ่อฉันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกคุณ พ่อฉันเป็นเหยื่อ!”
“เหยื่อ?” คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแฝงความขมขื่นจนน่าใจหาย “เราต่างก็เป็นเหยื่อของคนคนเดียวกันลินิน อย่าได้คิดว่าคุณเป็นผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียวในเกมนี้เลย”
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องคีรินทร์ไม่ได้หันไปมอง เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลินิน ราวกับจะอ่านกินทุกความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน
“เข้ามา” คีรินทร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของธันวาที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ในมือของเขามีอุปกรณ์บางอย่างที่ส่องประกายเย็นเยียบอยู่ใต้แสงไฟ ธันวามองทั้งสองคนที่ยืนประจันหน้ากันด้วยสายตาสมเพช
“ดูเหมือนความจริงจะเริ่มทำงานของมันแล้วนะ คีรินทร์” ธันวาเอ่ยพลางยักไหล่ “ฉันไม่ได้มาเพื่อขัดจังหวะบทสนทนาอันแสนหวานของพวกคุณหรอกนะ แต่ฉันมาเพื่อจะบอกว่า... ของที่ลินินกำลังตามหา ไม่ได้อยู่ที่ฉัน แต่มันอยู่ในสร้อยคอที่คอของเธอเองต่างหาก”
ลินินยกมือขึ้นแตะสร้อยคอเส้นบางที่เธอสวมติดตัวมาตั้งแต่จำความได้ มันคือมรดกชิ้นเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้ ก่อนที่คีรินทร์จะตัดสินใจทำสิ่งที่คาดไม่ถึง เขาคว้าสร้อยเส้นนั้นแล้วกระชากอย่างแรงจนขาดติดมือไป ท่ามกลางเสียงหวีดร้องแผ่วเบาของหญิงสาว
คีรินทร์ไม่ได้สนใจแรงต้าน เขาหยิบจี้เงินรูปกุหลาบขึ้นมาแล้วกดกลไกที่ซ่อนอยู่อย่างชำนาญ ก่อนที่สิ่งของชิ้นหนึ่งจะร่วงลงมาบนฝ่ามือของเขา—มันคือไมโครชิปขนาดจิ๋วที่เคลือบด้วยเลือดแห้งกรัง
เขามองไมโครชิปนั้นสลับกับใบหน้าของลินิน ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว “นี่ไม่ใช่แค่รหัสผ่านบัญชีลับของตระกูลเราหรอก ลินิน... แต่มันคือรายชื่อของผู้มีอิทธิพลทั้งหมดที่ร่วมกันเผาบ้านของเราทั้งสองหลังในวันนั้น”
ลินินทรุดลงกับพื้น แรงขาของเธออ่อนเปลี้ยราวกับถูกสูบวิญญาณ ความลับที่เธอสู้ตายเพื่อจะเปิดเผย บัดนี้มันอยู่ตรงหน้า—แต่คนที่เป็นศัตรูอันดับหนึ่งของเธอกลับกลายเป็นคนคนเดียวที่กุมความลับนั้นร่วมกับเธอ
คีรินทร์ก้มลงมองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความปรารถนาที่ยากจะอธิบาย “เรามีสองทางเลือก ลินิน... จะฆ่าฉันตรงนี้เพื่อล้างแค้นให้พ่อของคุณ หรือจะร่วมมือกับผม แล้วเราจะเผาทุกอย่างที่ทำร้ายเราให้สิ้นซาก”
ประตูด้านหลังธันวาถูกผลักจนเปิดกว้าง ร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบคน ปืนเก็บเสียงจ่อไปที่ขมับของคีรินทร์ทันที ธันวาหัวเราะร่าเมื่อเห็นใบหน้าตกตะลึงของทั้งคู่
“น่าประทับใจจริงๆ” ชายผู้มาใหม่เอ่ยด้วยเสียงที่คุ้นหูอย่างประหลาด “แต่เกรงว่าพวกคุณจะไม่มีทางเลือกที่สาม เพราะสิ่งที่อยู่ในชิปนั่น... มันมีชื่อของผมอยู่ด้วย และผมไม่ยอมให้ใครก็ตามที่รู้เรื่องนี้ได้มีชีวิตออกไปจากห้องนี้แน่นอน”
ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาชายคนนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความสะพรึงกลัวเมื่อจดจำได้ว่าเขาคือใคร... เขาคือคนที่เธอเรียกว่า ‘คุณลุง’ มาตลอดสิบปีที่ผ่านมา
กุหลาบอาบแสงจันทร์หวังว่ารี้ดที่รักทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้และร่วมลุ้นไปกับลินินในตอนหน้านะคะ
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 23
จุดสิ้นสุดขององค์ที่หนึ่ง
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!