“ถ้าคุณก้าวเข้าไปในนั้นอีกก้าวเดียว คีรินทร์... คุณจะไม่ได้เห็นฉันในฐานะคนรักอีกต่อไป”
ลินินเอ่ยประโยคที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งขั้วโลก พลางกระชับมีดสั้นในมือแน่น สายตาคมกริบของเธอจดจ้องร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักลวดลายเถาวัลย์—ประตูบานที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดสามปี
คีรินทร์หยุดชะงัก แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินทำให้อีกเสี้ยวหน้าของเขาดูมืดมนราวกับปีศาจ เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น
“คุณกล้าขู่ผมเหรอ ลินิน?” เขาถามเสียงต่ำ พลางก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างใบหูเธอ “คุณรู้ดีว่าความอยากรู้อยากเห็นจะนำพาความพินาศมาให้คุณเร็วแค่ไหน แต่ถ้าคุณมั่นใจว่ารับมือกับความจริงที่เน่าเฟะข้างในนั้นได้... ก็เชิญ”
เขายอมถอยหลังให้ กลิ่นน้ำหอมบุหรี่จางๆ ของเขาที่ยังติดตัวเธอทำให้หัวใจลินินเต้นรัวด้วยความโกรธแค้นและตื่นเต้น มือที่สั่นเทาของเธอเอื้อมไปแตะรอยแยกของกำแพงลับที่รินรดาแอบส่งเบาะแสให้เมื่อคืน ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก กดลงไปที่สลักกลไกรูปกุหลาบอาบเลือดบนบานประตู
คลิก... เสียงกลไกทำงานดั่งเสียงนรกที่กำลังเปิดอ้าออก
ภายในห้องลับนั้นไม่ได้อบอวลด้วยกลิ่นอายมาเฟียอย่างที่เธอคิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้แห้งและกระดาษเก่า ลินินก้าวเข้าไปช้าๆ แสงจากไฟฉายในมือส่องกระทบกับโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง บนนั้นมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่—บันทึกที่ลินินจำได้ดีว่าเป็นลายมือของแม่
*‘วันที่ 14 ธันวาคม... แผนการของตระกูลอัครเดโชเริ่มบิดเบี้ยว ฉันไม่ได้เป็นแค่หมากในเกม แต่ฉันคือผู้ถือครองกุญแจที่พวกเขาต้องการจะทำลาย’*
มือของลินินสั่นสะท้าน เธอเปิดพลิกหน้าถัดไป หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงหล่นลงมา ในภาพนั้นแม่ของเธอกำลังยืนอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง... ผู้ชายที่เธอคุ้นเคยดีกว่าใคร ผู้ชายที่เธอกำลังใช้ร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อสืบหาความจริง
คีรินทร์ยืนกอดอกพิงขอบประตู จ้องมองแผ่นหลังที่สั่นเทาของหญิงสาวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ตกใจอะไรหรือเปล่าครับที่เห็นภาพนั้น?”
ลินินหันขวับกลับมา ดวงตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น “นี่มันหมายความว่ายังไงคีรินทร์! พ่อของฉันถูกฆ่าตายเพราะคนในตระกูลคุณ หรือว่า... คุณเองที่เป็นคนลงมือ!”
“ความจริงเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจเสมอ ลินิน” เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “แต่ถ้าคุณอยากรู้มากกว่านั้นว่าทำไมแม่ของคุณถึงต้องตายในคืนที่หิมะตกหนัก... คุณต้องยอมแลกสิ่งที่มากกว่าร่างกายของคุณ”
ลินินสะบัดมือออกด้วยความรังเกียจ ทว่าสายตาของเธอกลับไปสะดุดกับสิ่งหนึ่งใต้โต๊ะ... มันคือหลักฐานการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีของคีรินทร์ไปสู่ธันวา ศัตรูคู่อาฆาตของเขาในช่วงเวลาเดียวกับที่ครอบครัวของเธอถูกกวาดล้าง
“คุณกับธันวา...” ลินินพึมพำ “พวกคุณร่วมมือกันงั้นเหรอ? ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณแค่หลอกใช้ฉันเพื่อปิดปากพยานคนสุดท้ายของเหตุการณ์นั้น!”
คีรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูทรมานจนหัวใจของเขาราวกับจะแตกสลาย “คุณฉลาดเกินไป ลินิน... ฉลาดจนผมอยากจะขังคุณไว้ในนี้ตลอดไป เพื่อไม่ให้คุณได้รู้ว่าจริงๆ แล้วใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถงใหญ่ ตามมาด้วยเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวผ่านช่องระบายอากาศ ลินินเบิกตากว้างเมื่อเห็นรินรดาพุ่งตัวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“ลินิน! หนีเร็ว! ธันวารู้ตัวแล้วว่าเราอยู่ในนี้... เขากำลังมาที่นี่พร้อมกับกองกำลังทั้งหมด!”
คีรินทร์ขมวดคิ้ว มือคว้าปืนพกคู่กายขึ้นมาทันที “รินรดา? ใครปล่อยแกเข้ามา!”
เขายังไม่ทันได้คาดคั้นคำตอบ เงาสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องลับ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของชายที่ลินินเกลียดที่สุด ธันวาก้าวเข้ามาในห้อง พลางควงปืนในมือเล่นราวกับมันเป็นของเล่น
“ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะคู่รักกำลังรื้อฟื้นอดีตกันสินะ” ธันวายิ้มเหี้ยม “คีรินทร์... นายพลาดแล้วที่เก็บ ‘กุญแจ’ ไว้กับตัว เพราะตอนนี้ ฉันไม่ได้แค่จะเอามันไป แต่ฉันจะสังหารทั้งคนถือกุญแจและคนที่ปกป้องมันในคืนนี้ด้วย”
ลินินทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นปืนเล็งตรงมาที่คีรินทร์ ทว่าในวินาทีที่นิ้วของธันวากำลังจะเหนี่ยวไก ลินินกลับคว้าบันทึกของแม่ขึ้นมาแล้วกระโดดออกไปขวางหน้าคีรินทร์ไว้
“ยิงสิ! ถ้าอยากได้ความลับนี้ ก็ยิงฉันให้ตาย!”
ทว่าเสียงปืนกลับดังขึ้นจากทางด้านหลัง... ไม่ใช่จากธันวา ไม่ใช่จากคีรินทร์ แต่เป็นรินรดาที่ยกปืนขึ้นเล็งมาที่ร่างของลินินและคีรินทร์พร้อมกัน แววตาของเพื่อนรักเปลี่ยนไปจนลินินแทบจำไม่ได้
“ขอโทษนะลินิน... แต่ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเธอ แต่มาเพื่อปิดฉากทุกอย่างในฐานะ ‘คนของธันวา’ ตั้งแต่แรกแล้ว!”
กระสุนนัดนั้นลั่นไกออกไป ท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินทุกอย่างในห้องลับนั้น ลินินสัมผัสได้เพียงความเจ็บปวดที่หน้าอกและความเย็นยะเยือกของมือคีรินทร์ที่คว้าตัวเธอไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับกุหลาบอาบแสงจันทร์นะคะ!
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 39
ร่องรอยของอดีต
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!