"คุณคิดผิดตั้งแต่ก้าวแรกแล้วที่เชื่อว่าเธอ... ไม่ได้วางแผนเรื่องทั้งหมดนี้มาตั้งแต่ต้น!"
ประโยคนั้นของธันวายังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคีรินทร์ ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเก่าที่เขาสั่งให้ตัวเองลืมมันไปเสียสนิท ชายหนุ่มกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายจนธันวาเซถลาไปกระแทกกับขอบโต๊ะทำงานหินอ่อนราคาแพง กลิ่นบุหรี่จางๆ ของศัตรูหัวใจคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"พูดอีกครั้งสิ ธันวา..." คีรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "ถ้ามึงกล้าพูดว่าลินินเป็นคนวางแผนเรื่องวินาศกรรมที่ท่าเรือครั้งนั้น... มึงเตรียมตัวไปนอนในโลงได้เลย"
ธันวาหัวเราะร่วน แม้มุมปากจะมีเลือดซึมออกมาจากการถูกกระชาก เขาไม่ได้แสดงท่าทีเกรงกลัว แต่กลับแสยะยิ้มที่ทำให้คีรินทร์รู้สึกเดือดพล่านถึงขีดสุด "ทำไม? รับความจริงไม่ได้หรือไง คีรินทร์? คนที่เธอรักนักรักหนาน่ะ... คือคนที่ส่งข้อมูลลับของบริษัทมึงให้กูเองกับมือ ทุกเอกสาร ทุกช่องโหว่... ลินินเป็นคนวางผังให้กูทั้งหมด!"
คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ ไม่ใช่เพราะความโกรธที่บริษัทกำลังสั่นคลอน แต่เป็นความร้าวรานที่กัดกินลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ เขาปฏิเสธทุกถ้อยคำของธันวาในใจ แต่ทว่า... ความเย็นชาที่ลินินแสดงออกต่อเขาในช่วงหลังมานี้ มันคือหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้เลย
เขาผลักธันวาออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะหันหลังกลับและก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานมืดทึมนั้น มุ่งหน้าสู่ห้องนอนใหญ่ที่ลินินอาศัยอยู่
ภายในห้องพักที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ลินินยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นเหม่อมองภาพสะท้อนของตัวเองอย่างไร้จุดหมาย เธอกำลังสวมสร้อยคอเส้นหนึ่งที่คีรินทร์เคยมอบให้ในคืนที่เขาอ่อนโยนกับเธอมากที่สุด แต่มันกลับเป็นคืนเดียวกับที่เธอกำลังตัดสินใจเลือกทางเดินที่อาจจะทำให้ความรักของเขาและเธอพังทลายลงไม่เป็นท่า
ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ลินินสะดุ้งสุดตัว เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ที่เดินเข้ามาพร้อมรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่าน
"ถอดมันออก" คีรินทร์สั่ง เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความอดกลั้น
"อะไรนะคะ?" ลินินถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเกลียดชังของเขา
"สร้อยเส้นนั้น... ถอดมันออกซะ แล้วไสหัวไปให้พ้นจากชีวิตฉัน!" เขาปรี่เข้ามาประชิดตัวเธอ มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นจนลินินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "ฉันโง่... ฉันยอมโง่มานานเกินไปที่เชื่อว่าผู้หญิงที่พยายามจะทำลายทุกอย่างของฉัน คือคนที่รักฉันจริง"
ลินินมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เธอเห็นความแตกสลายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกลียดชังนั้น หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธออยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าที่เธอทำไปทั้งหมดเพื่อปกป้องเขาจากเงื้อมมือของคนที่วางแผนจะกำจัดเขาในอนาคต แต่เธอทำไม่ได้... คำพูดเหล่านั้นถูกกักขังไว้ด้วยพันธสัญญาแห่งความแค้นที่เธอต้องสะสางให้จบ
"คุณคิดแบบนั้นจริงๆ หรือคะคีรินทร์?" ลินินถามเสียงแผ่ว สวนทางกับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาคลอหน่วยตา "ถ้าคุณคิดว่าฉันเลวร้ายนัก... ทำไมคุณไม่ฆ่าฉันให้ตายเสียเลยล่ะคะ?"
"อย่ามาเล่นละครน้ำเน่ากับฉัน!" คีรินทร์เชิดคางเธอขึ้น บังคับให้สบตา "ความรักของเธอมันก็แค่ยาพิษที่เคลือบน้ำตาล ฉันไม่ได้เกลียดเธอหรอกนะลินิน... ฉันรังเกียจตัวเองที่ยังโหยหาความเร่าร้อนจากผู้หญิงอย่างเธอ... ทั้งที่รู้ว่าทุกครั้งที่เรากอดกัน เธออาจกำลังวางแผนแทงข้างหลังฉันอยู่!"
เขากระชากเธอเข้ามาแนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดใบหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะมอบจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นและโหยหา ราวกับต้องการจะกัดกินเธอให้สลายไปในอ้อมแขน จูบนั้นรุนแรงและป่าเถื่อนไร้ซึ่งความอ่อนหวาน แต่มันกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้
ลินินพยายามผลักไสในช่วงแรก แต่ความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความทรมานทำให้เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสนั้น มือบางจิกเข้าที่ไหล่กว้างของเขาอย่างลืมตัว ความเร่าร้อนท่ามกลางความเกลียดชังในยามนี้มันช่างเจ็บปวดและงดงามในเวลาเดียวกัน
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของลินินที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสายจากรินรดา... ซึ่งข้อความในหน้าจอที่เด้งขึ้นมาทำให้คีรินทร์หยุดชะงักและผละออกไปมอง
หน้าจอโชว์ข้อความที่เขียนว่า: *“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ลินิน... คืนนี้เวลาเที่ยงตรง เราจะเริ่มแผนทำลายล้างคีรินทร์อย่างถาวรตามที่เธอต้องการ”*
คีรินทร์มองข้อความนั้นสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของลินิน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของทั้งสองคน คีรินทร์หัวเราะออกมาเบาๆ ทว่ามันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานและน่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ลินินเคยได้ยินมา
เขากดรับสายนั้นด้วยมือของตัวเอง ก่อนจะกรอกเสียงเย็นเยียบลงไปในเครื่อง "รินรดา... บอกเพื่อนของเธอด้วยนะว่า คืนนี้ฉันจะรอ... และฉันเองก็มีของขวัญชิ้นใหญ่เตรียมไว้ให้พวกเธอเหมือนกัน"
เขาตัดสายทิ้งแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนพื้นจนแตกกระจาย ก่อนจะหันมามองลินินด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง "ในเมื่อเธอเลือกจะเดินเกมนี้... ก็อย่าหาว่าฉันไม่ปรานี"
เขากำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง แต่แล้วเขาก็ชะงักลงเมื่อลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่หนักแน่นในคราวเดียวกัน
"คีรินทร์... ถ้าแผนการคืนนี้ทำให้คุณเกลียดฉันจนตาย... ฉันก็ยอมค่ะ แต่ขอให้คุณจำไว้แค่สิ่งเดียว... ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หัวใจของฉันไม่เคยมีใครอื่น นอกจากคุณเพียงคนเดียว"
คีรินทร์หยุดกึก มือที่จับลูกบิดประตูแน่นจนขึ้นข้อขาว เขายังคงไม่หันกลับมามองเธอ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเปิดประตูออกไปนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรัวและหนักหน่วงจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"นายครับ! แย่แล้วครับ... คุณธันวา... เขาหายไปจากห้องคุมขังแล้วครับ! และเขาไม่ได้ไปคนเดียว... เขาพา 'ตัวประกัน' คนสำคัญที่สุดของคุณไปด้วย!"
คีรินทร์หันขวับกลับมา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่เขาไม่เคยเผยให้เห็นมาก่อน เพราะตัวประกันที่ลูกน้องหมายถึง คือแม่แท้ๆ ของเขาที่เขาเพิ่งจะย้ายกลับมาจากต่างประเทศเพื่อความปลอดภัย
กุหลาบอาบแสงจันทร์หวังว่าตอนนี้นักอ่านจะรู้สึกลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของทั้งคู่นะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ค่ะ!
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 33
ความเร่าร้อนในความเกลียดชัง
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!