กลิ่นกาแฟดำราคาแพงกรุ่นจางอยู่ในห้องทำงานกระจกใสที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน รินรดาไม่ได้แตะต้องมันเลยตั้งแต่ธันวาผลักประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เอกสารสำนวนคดีหย่าร้างกองโตบนโต๊ะทำงานของเธอถูกลมแอร์พัดพลิกไหวเบาๆ ราวกับจะเยาะเย้ยอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลที่บัดนี้กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
"คุณควรเคาะประตูก่อนเข้ามานะคะ ธันวา" น้ำเสียงของทนายความสาวเรียบสนทนา เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ เสมือนเขากำลังยืนพูดอยู่กับคนแปลกหน้า
ชายหนุ่มผู้เคยถือดีในอำนาจและเงินตรา กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความดูแคลนในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างน่าสมเพช ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงตรงหน้าเก้าอี้ทำงานของเธออย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป
"ริน... ผมขอร้อง ได้โปรด ฟังผมสักครั้งเถอะนะ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและสั่งการเธอมาตลอดหลายปี สั่นพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกและว่างเปล่าเสียจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดโกน เธอยังคงนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสง่างาม ปลายเล็บสีนู้ดเคาะเบาๆ ลงบนที่วางแขน เป็นจังหวะที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคง ผิดกับคนที่กำลังหมอบกราบอยู่แทบเท้า
"ฟังอะไรคะ? ฟังคำแก้ตัวที่ช้าไปสามปี หรือจะฟังเรื่องที่คุณสำนึกผิดหลังจากที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว?" เธอโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "วันที่ฉันแท้งลูกในห้องน้ำที่มืดมิดและหนาวเหน็บ คุณอยู่ที่ไหนคะธันวา? วันที่ฉันกอดใบหย่าพร้อมกับรอยแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันจางหาย คุณกำลังฉลองความสำเร็จกับผู้หญิงอีกคนไม่ใช่หรือไง?"
คำถามนั้นราวกับคมหอกที่พุ่งทะลวงเข้ากลางอก ธันวาสำลักความเจ็บปวดจนหน้าดำคร่ำเครียด เขาเอื้อมมือสั่นเทาหมายจะแตะชายกระโปรงสูทสีดำสนิทของเธอ แต่รินรดากลับขยับเท้าถอยหนีอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้เขาสัมผัส
"ผมรู้ว่าผมมันเลว... ผมมันโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นค่าของผู้หญิงที่รักผมด้วยใจจริง" น้ำตาหยดแรกไหลร่วงลงบนพรมราคาแพง ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก "ตอนนั้นผมบ้าอำนาจ ผมคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง จนกระทั่งวันที่ผมสูญเสียคุณไป... บ้านหลังนั้นมันก็กลายเป็นแค่สุสานที่ไร้ชีวิตชีวา ริน ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่ฝันถึงลูก... ไม่มีคืนไหนที่ผมไม่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองถูกลงทัณฑ์ด้วยความทรงจำเกี่ยวกับคุณ"
"ความสำนึกผิดของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ" รินรดากล่าวแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าเด็ดขาดไร้ความปรานี "มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่ฉันต้องเผชิญอยู่คนเดียว คุณบอกว่าสำนึกผิดเหรอคะ? งั้นก็เชิญสำนึกต่อไปในนรกที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมาเองเถอะค่ะ"
ธันวานิ่งงันไป ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด ไหล่กว้างลู่ลงราวกับคนสิ้นไร้ไม้ตอก ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าบรรยากาศกลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าไม่มีคำพูดใดจะชดเชยบาปในอดีตได้ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ร่างสูงสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าครั้งสุดท้าย
"ถ้าคุณยังเกลียดผม... จะแก้แค้นผมยังไงก็ได้ ริน" เขาวิงวอน เสียงแหบพร่า "เอาบริษัทของผมไป เอาทุกอย่างที่ผมมีไปก็ได้ แต่อย่าผลักไสผมออกไปจากชีวิตคุณอีกเลยนะ"
รินรดาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวย "บริษัทของคุณเหรอคะ? น่าเสียดายจัง... ฉันไม่ได้อยากได้เศษเงินหรือบริษัทใกล้เจ๊งของคุณหรอกค่ะ สิ่งเดียวที่ฉันต้องการจากคุณคือการได้เห็นคุณพินาศและไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตเหมือนกับที่ฉันเคยเป็น!"
สิ้นคำพูดนั้น ความเย็นชาพุ่งทะยานถึงขีดสุด เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดหน้าเดินหนีไปที่กระจกใสเพื่อตัดบทสนทนาที่ไร้สาระนี้ ทิ้งให้ธันวานั่งคุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่เบื้องหลัง เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือจนเลือดซึม ความแค้นและความรู้สึกผิดผสมปนเปกันจนแทบกระอักเลือด
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งจนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและตั้งใจจะกดตัดสาย แต่หน้าจอกลับปรากฏข้อความจากเลขานุการส่วนตัวพร้อมกับรูปถ่ายไฟล์แนบที่ส่งตรงมาจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา นิ้วเรียวกดเปิดภาพถ่ายใบนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่เพียงแค่สายตาปะทะเข้ากับตัวอักษรและภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ ร่างกายทั้งร่างของเขาก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ผลตรวจ DNA ฉบับจริง... ระหว่างเขากับเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง ที่มีใบหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน และที่สำคัญที่สุด... เด็กชายคนนั้นอยู่ในความดูแลของรินรดามาโดยตลอด!
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 15
ความสำนึกผิดที่สายเกินไป
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!