ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 14

เมื่อความลับถูกเปิดเผย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพเงาของความจริงที่ถูกซุก ซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปี รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างสูงที่ยืนค้ำโต๊ะด้วยความสั่นเทา ลมหายใจของธันวาติดขัดอยู่ในลำคอ ราวกับมีก้อนสะอื้นจุกแน่นจนพูดไม่ออก เมื่อเอกสารทางการแพทย์ชุดสุดท้ายที่เขาเพิ่งเปิดอ่าน... กำลังทำลายล้างโลกทั้งใบของเขาลงทีละน้อย "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง ริน" เสียงของธันวาแหบพร่า ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้แดงก่ำ เขามองหน้าอดีตภรรยาด้วยความหวาดกลัว... หวาดกลัวต่อตัวเลข วันที่ และบันทึกข้อความในกระดาษแผ่นนั้น "หมายความตามที่ตัวอักษรมันฟ้องคุณอยู่นั่นแหละค่ะ ธันวา" รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นเยือกจนน่ากลัว เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เผชิญหน้ากับผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี "วันที่สามสิบตุลาคม... วันที่คุณเลือกจะเซ็นสัญญาโปรเจกต์ร้อยล้านกับทางลอนดอน วันที่คุณบอกว่าติดประชุมสำคัญจนไม่สามารถแม้แต่จะรับโทรศัพท์จากฉันได้ คุณจำได้ไหมคะว่าวันนั้น ฉันอยู่ที่ไหน?" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพอดีตย้อนกลับมาทับซ้อน วันนั้น... วันที่โทรศัพท์มือถือของเขาปิดเครื่องเพราะไม่อยากให้เสียงรบกวนการทำงาน วันนั้นที่เขากลับบ้านมาแล้วพบว่าบ้านเงียบเชียบ รินรดานั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟาด้วยใบซีดเผือด แต่เขาเลือกที่จะเดินผ่านเธอไปโดยไม่เอ่ยปากถามสักคำ เพราะคิดว่าเธอกำลังเรียกร้องความสนใจเหมือนเคย "วันนั้น... ฉันตกเลือดอยู่บนพื้นห้องน้ำค่ะ" รินรดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แต่ทุกคำพูดกลับกรีดลึกลงไปในเนื้อตัวของคนฟังราวกับคมมีด "ไม่มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะคุณสั่งแม่บ้านให้หยุดงานสามวันเพื่อไม่ให้เกะกะเวลาที่คุณพาแขกมาคุยงานที่บ้าน... ฉันต้องคลานไปหยิบโทรศัพท์ด้วยตัวเอง ลากสังขารที่เต็มไปด้วยเลือดสดๆ ไปที่ประตูบ้าน แต่แรงจะบิดลูกบิดยังไม่มีเลยค่ะ ธันวา" มือหนาของธันวาสั่นระทิกจนกระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้น ภาพจินตนาการที่ภรรยาของเขาในอดีตนอนจมกองเลือดโดยไม่มีใครเหลียวแล กระชากหัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลให้ร่วงหล่นลงสู่เหวลึกแห่งความสำนึกผิด เขาพยายามจะก้าวเข้าไปหาเธอ แต่รินรดากลับยกมือขึ้นห้ามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "อย่าเข้ามานะคะ!" เธอตวาดเสียงกร้าวเป็นครั้งแรก ดวงตาทรงพลังฉายแววเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "คุณรู้ไหมคะว่าหมอพูดอะไรกับฉันในห้องฉุกเฉินคืนนั้น? หมอบอกว่า ถ้าฉันมาถึงช้ากว่านั้นอีกแค่สิบนาที... ฉันจะไม่ใช่แค่เสียลูกในท้องไป แต่ฉันจะไม่มีลมหายใจกลับมามองหน้าคุณผู้ชายที่เห็นงานดีกว่าชีวิตคนอีกแล้ว!" ห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด เสียงหอบหายใจของธันวาดังชัดเจนท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก เข่าทั้งสองข้างของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครทรุดลงแทบจะติดพื้น น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตไหลรินออกมาอย่างไม่อาย "ริน... ผม... ผมไม่รู้... พระเจ้า ผมขอโทษ..." ธันวาคุกเข่าลงกับพื้นพรม มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังหนีราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืองูพิษ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนอกข้างซ้ายของเขาเจ็บแปลบ ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ นี่หรือคือสิ่งที่เขาแลกมาด้วยความทะเยอทะยาน? นี่หรือคือราคาของความสำเร็จที่เขาโหยหานัก? "คำขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ ธันวา" รินรดาก้มลงมองอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว... มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด "มันไม่มีค่าอะไรเลย กับชีวิตเด็กคนหนึ่งที่ต้องตายไปเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ และไม่มีความหมายอะไรเลย กับหัวใจของฉันที่ตายด้านไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้ว" ธันวานั่งทรุดอยู่กับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้มันหนักหนาสสาหัสเกินกว่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะแบกรับไหว เขานึกถึงความเย็นชาที่เธอแสดงออกตลอดหลายเดือนก่อนหย่า นึกถึงแววตาที่ไร้ประกายความสุข บัดนี้เขาเข้าใจแล้ว... เขาเป็นคนฆ่ารินรดาในอดีตด้วยมือของตัวเอง ทว่า ในขณะที่ธันวากำลังจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดแห่งความสำนึกผิด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง พร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบในชุดนักเรียนอนุบาลที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง "คุณแม่ขา! น้องวินหิวน้ำจังเลยครับ... เอ๊ะ คุณอาคนนี้เป็นใครทำไมร้องไห้ล่ะครับ?" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากธันวาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้ร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ถึงกับชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกลางศีรษะ หวังว่ารี้ดจะอินและอินกับความสะใจในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%