กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับทศวรรษในห้องเก็บเอกสารใต้ดินของสำนักงานบัญชีเครือข่ายตระกูลอัครเดชาโชติ ช่างคล้ายคลึงกับกลิ่นอายความเน่าเฟะในชีวิตแต่งงานที่เธอเคยเผชิญเหลือเกินค่ะ
รินรดากวาดปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางสีขาวบางเฉียบไปตามสันแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้ม แสงไฟนีออนสีตุ่นกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาทอดตัวยาวไหววูบราวกับภูตผีที่กำลังหัวเราะเยาะความพยายามของเธอ ทนายความสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยังคงยืนหยัดด้วยความนิ่งสงบ แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่เธอตามหาอยู่นี้ อาจเป็นระเบียบเวลาที่จะสั่น
คลอนอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายหมื่นล้านของผู้ชายคนนั้น—ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจและศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
"คุณรินรดาคะ ดิฉันคิดว่าเราควรพอแค่นี้ก่อนดีไหมคะ... ข้อมูลตรงนี้มันกว้างเกินไป อีกอย่างทางนั้นเริ่มส่งคนมาเดินตรวจตราแถวชั้นใต้ดินแล้วนะคะ" เสียงกระซิบสั่นๆ ของทนายฝึกหัดสาวรุ่นน้องดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
รินรดาไม่แม้แต่จะหันไปมอง เธอยังคงจดจ้องอยู่กับแฟ้มหนาเตอะที่เพิ่งดึงออกมาจากชั้นหลืบมืด แววตาภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายประกายคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำยาพิษ
"ถ้ากลัว คุณออกไปรอข้างนอกก่อนได้ค่ะ... แต่สำหรับฉัน ประตูที่ปิดตายบานนี้ ไม่มีทางถูกล็อกไว้อย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
คำพูดราบเรียบแต่เฉียบขาดนั้นทำให้น้องร่วมทีมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากและถอยออกไปยืนเฝ้าระวังที่มุมเสาตามคำสั่ง รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในทรวงอก ภาพเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาในห้วงคำนึงชั่วขณะ—วันที่เธอนอนจมกองเลือดบนเตียงโรงพยาบาล สูญเสียทั้งลูกน้อยในครรภ์และเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ ขณะที่ธันวา สามีผู้เยือกเย็นในขณะนั้น กลับเลือกที่จะเซ็นเอกสารโอนสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดเข้าบริษัทโดยไม่แม้แต่จะชายตากลอกมองเธอด้วยซ้ำ
ความเจ็บปวดในวันนั้น ถูกหล่อหลอมใหม่ด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นจนกลายเป็นเกราะเหล็กที่ไม่มีวันเปราะบางอีกต่อไป
รินรดาเปิดแฟ้มเอกสารหน้าสุดท้าย ลายมือชื่อที่คุ้นเคยปรากฏเด่นชัด—ลายเซ็นของธันวา อัครเดชาโชติ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่ตัวเลขมูลค่าการโอนหุ้นมหาศาล แต่เป็น *เอกสารแนบท้าย* แผ่นเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้กระดาษคาร์บอนอย่างแนบเนียน
มันคือสัญญาซื้อขายหุ้นนอกตลาดที่มีเงื่อนไขอำพราง... เอกสารการโอนหุ้นที่ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ไม่ใช่บริษัทแม่ตามที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ แต่เป็นชื่อของ "บุคคลปริศนา" ที่ถือครองหุ้นใหญ่ถึงร้อยละสี่สิบห้า ซึ่งถูกโอนถ่ายออกไปอย่างผิดกฎหมายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการหย่าร้างของเธอและเขาพอดี
"ซ่อนเก่งมากนะคะ ธันวา..." รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว "คุณคิดว่าการกำจัดฉันออกไปจากชีวิต จะทำให้คุณซ่อนความเน่าเฟะทั้งหมดไว้ใต้พรมได้พ้นสายตาอย่างนั้นหรือคะ"
ฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าทางเข้าห้องเก็บเอกสาร พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
"ดึกป่านนี้แล้ว ทนายความคนเก่งของผมยังมานั่งคุ้ยหาขยะอะไรอยู่ในที่อับทึบแบบนี้ล่ะครับ?"
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของธันวาก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามา ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา เขายืนขวางทางออกเดียวไว้ทั้งหมด ร่างกายสูงใหญ่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้แคบลงจนรินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้
รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงถือแฟ้มเอกสารนั้นไว้มั่น ปิดมันลงอย่างช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่แข็งกร้าวไม่แพ้กัน
"ขยะที่คุณทิ้งไว้ มันส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่ว จนฉันทนกลิ่นความเน่าเฟะของคุณไม่ไหวอีกต่อไปแล้วค่ะ... คุณธันวา" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆ ทั้งสิ้น
ธันวาสนใจแฟ้มในมือเธอน้อยกว่าแววตาที่เปลี่ยนไปของอดีตภรรยา เขาก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนติดชั้นหนังสือเก่าคร่ำคร่า กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอยังคงจำได้ดีโชยเข้าปะทะนาสิก
"คุณกำลังเล่นกับไฟ รินรดา..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าชิดริมใบหูของเธอ "และเอกสารในมือคุณตอนนี้ มันไม่ได้แค่จะเผาผม แต่มันกำลังจะเผาคุณให้มอดไหม้ไปพร้อมกันด้วย"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดแก้มกัน
"ถ้าไฟกองนี้มันจะเผาเราทั้งคู่ให้ตายตกไปตามกัน... ฉันก็ยินดีจะยืนมองคุณแหลกสลายคากองเพลิงด้วยมือของฉันเองค่ะ"
เธอยกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นระดับอก เตรียมจะผลักร่างสูงใหญ่ออกเพื่อเดินผ่านไป ทว่าธันวากลับคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ดวงตาคมเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก—มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความเจ็บปวดร้าวลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังยื้อยุดกันด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของรินรดาเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ปลายนิ้วอีกข้างควักโทรศัพท์ออกมากดรับสายโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าจอ
"มีอะไร..." ธันวาเอ่ยเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิด
แต่เสียงปลายสายที่ลอดออกมาผ่านลำโพงท่ามกลางความเงียบสงบ กลับทำให้ร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลถึงกับชะงักกึก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
*"คุณธันวาคะ... แย่แล้วค่ะ! เด็กผู้ชายคนที่คุณสั่งให้ดิฉันไปรับที่โรงเรียน... เขา... เขาหนีหายไปจากความดูแลของพี่เลี้ยงแล้วค่ะ แถมในกระเป๋าเป้ของเด็กคนนั้น มี... มีเอกสารผลตรวจ DNA ฉบับจริงหลุดรอดไปถึงมือสื่อมวลชนแล้วค่ะ!"*
รินรดาชะงักกึก รอยยิ้มหยันบนริมฝีปากของเธอแข็งค้างทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบอย่างแรงด้วยสังหรณ์ใจบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
หวังว่ารี้ดจะอินและสนุกไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 13
หลักฐานที่ไม่มีใครคาดคิด
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!