กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟอเมริกาโน่ร้อนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมเครียดขมุกخมัวนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เอกสารคดีฟ้องร้องทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านกองพะเนินอยู่ตรงหน้า แต่สมาธิของทนายความสาวมือหนึ่งอย่างรินรดากลับถูกรบกวนด้วยสายตาคู่หนึ่ง—สายตาที่เคยหมางเมิน เย็นชา และเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ในเวลานี้ มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความอาลัยอาวรณ์ และความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไถ่บาป
ธันวานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปดูภูมิฐานและทรงอำนาจเช่นเคย ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองเหมือนในอดีต เขากำลังมองเธอ... มองด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด ราวกับกลัวว่าผู้หญิงตรงหน้าจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง
"เอกสารสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้ ทางคุณธันวาจะให้ทนายส่วนตัวตรวจสอบอีกรอบไหมคะ หรือจะเซ็นอนุมัติเลย" เสียงของรินรดาราบเรียบและเยือกเย็น เธอจงใจใช้สรรพนามห่างเหินเพื่อสร้างกำแพงกั้นระหว่างเธอกับเขา กำแพงที่เธอใช้หยาดน้ำตาและเลือดเนื้อสร้างขึ้นมาปกป้องหัวใจที่เคยแหลกสลาย
"ผมให้คุณเป็นคนจัดการทุกอย่างครับ... ริน" ธันวาตอบเสียงนุ่ม แววตาไหววูบเมื่อเห็นรินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความไม่พอใจที่เขาเรียกชื่อเล่นสนิทสนมนั้น
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายเล็บคมจิกเข้าหากันใต้โต๊ะทำงานเพื่อเตือนตัวเองไม่ให้หลงกลกับความอ่อนโยนจอมปลอม—หรือบางที มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจอมปลอม? ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวจนเธอรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง ตั้งแต่วันที่เขาบุกมาช่วยเธอไว้จากเหตุการณ์ลอบทำ1ร้ายที่ศาลวันนั้น แววตาและท่าทีของธันวาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ใช่นักธุรกิจผู้เย็นชาที่เห็นผลประโยชน์เหนือหัวใจครอบครัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมลดทิฐิลงมาเพื่อขอโอกาสจากคนที่เขาเคยผลักไส
"รบกวนเรียกฉันว่า 'คุณรินรดา' ด้วยค่ะท่านประธานธันวา เราไม่ได้มีความเกี่ยว 1ข้องกันในสถานะอื่น นอกจากคู่ความในทางกฎหมาย" เธอย้ำชัดเจน สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลวแค่ไหนในอดีต ริน" ธันวาขยับตัวโน้มเข้าหาโต๊ะเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด "ผมรู้ว่าคำขอโทษเป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดสำหรับคุณในตอนนี้ แต่ตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่... บ้านหลังนั้นไม่มีวันเป็นบ้านอีกเลย รินรดา ความสำเร็จ อำนาจ เงินทองที่ผมเคยไขว่คว้า มันไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อไม่มีคุณคอยรออยู่ที่โต๊ะอาหาร"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้ามาในความรู้สึก รินรดาเสมองออกไปนอกกระจกใสสำนักงานที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามเย็น แผลเป็นในใจที่เธอพยายามกลบฝังไว้ด้วยความสำเร็จและคดีความนับร้อย กลับถูกสะกิดให้ปริแตกอีกครั้ง ภาพความทรงจำวันที่เธอสูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปพร้อมๆ กับความเย็นชาของสามีที่เลือกเซ็นสัญญาธุรกิจแทนที่จะมาอยู่เคียงข้างเธอย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว
*เธอเคยเจ็บเจียนตาย... และเธอก็สัญญาว่าชาตินี้จะไม่ยอมกลับไปเป็นผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมอีก*
แต่ทำไม... ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงกระตุกวูบทุกครั้งที่เห็นแววตาสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งของเขา ทำไมความอบอุ่นยามที่เขาคอยปกป้องและดูแลเธอเงียบๆ ถึงเริ่มแทรกซึมเข้ามาในเกราะป้องกันที่เธอสร้างไว้อย่างแน่นหนา
ธันวายื่นกล่องกำมะหยี่สีดำใบเล็กมาวางไว้บนโต๊ะ เลื่อนมันอย่างแผ่วเบามาทางเธอ
"นี่คืออะไรคะ?" รินรดาขมวดคิ้วถาม ปราดตามองกล่องนั้นด้วยความระแวง
"เปิดดูเถอะครับ... มันไม่ใช่ทรัพย์สิน ไม่ใช่เอกสารทางกฎหมาย" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สั่นเครือเล็กน้อย
รินรดาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ bênในทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างเพรียวชาวาบไปทั้งร่าง
มันคือสร้อยข้อมือเงินจี้รูปดาวห้าแฉก... ชิ้นเดียวกับที่เธอเคยทำหายไปในคืนวันที่เธอกำลังจะเดินออกจากบ้านคฤหาสน์หลังนั้น คืนที่เธอตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวและประสบอุบัติเหตุแท้งลูก
"คุณ..." รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความตกใจและระคนแปลกใจ
"ผมตามหามันทุกที่... ผมรื้อมันขึ้นมาจากกองขยะในคืนนั้น ริน เพราะผมรู้ว่ามันคือสิ่งเดียวที่คุณเหลือไว้เพื่อเตือนใจถึงความฝันที่เราเคยมีร่วมกัน" ธันวาหลุบตาลงต่ำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างหาที่สุดไม่ได้ "ผมเก็บมันไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา... เหมือนกับความผิดของผมที่ไม่มีวันลบล้างได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก ความหวั่นไหวที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด กำลังกัดเซาะกำแพงความเย็นชาของเธอจนพังทลายลงทีละน้อย ความจริงใจที่สัมผัสได้จากแววตาและการกระทำของเขาในยามนี้ มันช่างหนักหน่วงและยากจะเมินเฉย
เธอเกลียดเขา... เธอควรจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้สิ!
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางเอื้อมไปหยิบกล่องสร้อยข้อมือนั้นขึ้นมา กำมันไว้ในมือแน่นจนนิ้วเรียวขาวซีด เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
"คุณคิดว่าสร้อยเส้นเดียว จะลบความเจ็บปวดสามปีที่ฉันต้องเผชิญคนเดียวได้งั้นเหรอคะ, คุณธันวา?" เธอถามเสียงสั่นเล็กน้อย แม้จะพยายามบังคับให้มันราบเรียบแค่ไหนก็ตาม
ธันวาสบตาเธอนิ่ง ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีคำปฏิเสธ มีเพียงหยาดน้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคมคายของผู้ชายที่ผู้คนต่างยำเกรง
"ผมไม่ได้หวังว่ามันจะลบความเจ็บปวดนั้นได้ครับ ริน..." ธันวาตอบเบาๆ พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาวางทับลงบนหลังมือของเธอที่กำกล่องสร้อยไว้ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านความรู้สึกผิดและความอาลัยมาถึงหัวใจเธออย่างรุนแรง "ผมแค่อยากพิสูจน์ให้เห็น... ว่าผู้ชายที่เคยทำลายชีวิตคุณคนนี้ พร้อมที่จะเอาชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมด เพื่อชดใช้และดูแลคุณ... ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รักคุณสุดหัวใจ ไม่ใช่ในฐานะสามีที่ถูกคลุมถุงชนอีกต่อไป"
รินรดานิ่งงัง หัวใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นจากมือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นชาที่เธอสะสมมานาน เธอกำลังจะพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความจริงใจที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายคนนี้
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไร เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศความตึงเครียดและซาบซึ้งนั้นลง
ก๊อก ก๊อก!
ประตูกระจกเปิดออกโดยเลขาหน้าห้องที่สีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"คุณรินรดาคะ... ขอประทานโทษที่ต้องขัดจังหวะค่ะ พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่สำนักงาน..." เลขายังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างระหงของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งก็เดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องทันทีด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด
รินรดาขมวดคิ้วหันไปมอง พร้อมกับที่ธันวาชักมือกลับและลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าถมึงทึงทันทีที่เห็นหน้าผู้มาเยือน
หญิงสาวผู้มาใหม่จ้องตรงมาที่รินรดาด้วยสายตาริษยาและเดือดดาล ก่อนจะปาเอกสารซองสีน้ำตาลปึกใหญ่ลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น
"อย่ามาทำเป็นไขสือทำคดีให้เขาเลยค่ะ ทนายรินรดา!" เสียงแหลมสูงตวาดลั่นห้อง "ถ้าคุณคิดจะฟ้องหย่าแล้วสูบสมบัติจากสามีฉันล่ะก็... ฝันไปเถอะ เพราะเด็กในท้องนี้ต่างหาก คือทายาทตัวจริงที่ธันวาต้องรับผิดชอบ!"
ธันวาหน้าถอดสีทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้น ขณะที่รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ สมองที่เคยเฉียบคมชาดิกไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า 'เด็กในท้อง'
รินรดากวาดสายตามองหน้าอดีตสามีสลับกับหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้น ก่อนที่รอยยิ้มเย็นชาและหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นจะปรากฏขึ้นพร้อมกันบนใบหน้าสวย
หวังว่ารี้ดจะอินและสนุกไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 12
ความรู้สึกที่หลอกตัวเอง
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!