ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 11

กลลวงกลางงานกาล่า

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงดนตรีคลาสสิกจากวงออร์เคสตราสดที่บรรเลงอยู่เบื้องล่างโถงจัดเลี้ยงหรูหรา ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวของรินรดาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทปักเลื่อมระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามราตรี ยืนสงบนิ่งอยู่บริเวณมุมอับสายตาของระเบียงชั้นลอย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตายาวงอนทอดมองลงไปยังเบื้องล่างด้วยแววตาเยียบเย็นและห่างเหิน งานกาล่าการกุศลประจำปีของสภาทนายความและนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศ จัดขึ้นเพื่อระดมทุนช่วยเหลือสังคม ทว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์อันสวยงามหรูหราและรอยยิ้มเคลือบยาพิษของบรรดาไฮโซผู้ดีเก่า กลับเต็มไปด้วยการเหยียบย่ำ ชิงดีชิงเด่น และการเมืองในแวดวงสังคมชั้นสูงที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี “ไม่คิดเลยนะคะว่าทนายสาวมือหนึ่งผู้ผดุงความยุติธรรม จะลดตัวมาเดินปะปนอยู่ในงานที่มีแต่คนหน้าไหว้หลังหลอกแบบนี้ด้วย” น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร คุณหญิงวิภาวี ภรรยาของนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล ลูกความฝั่งตรงข้ามที่เพิ่งพ่ายแพ้คดีทุจริตยักยอกทรัพย์ให้กับเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของทนายสาว ก่อนที่เธอจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “ความยุติธรรมไม่มีคำว่าลดตัวหรอกค่ะคุณหญิง สำคัญอยู่ที่ว่า... คนบางคนแถวนี้จะมีความละอายใจหลงเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า มากกว่าที่จะมานั่งกังวลเรื่องการแต่งกายของคนอื่น” คำพูดที่เชือดเฉือนนิ่มๆ แต่เจ็บลึกถึงกระดูกดำ ทำให้ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีของคุณหญิงวิภาวีถึงกับกระตุกเกร็ง รอยยิ้มเสแสร้งแตกกระจาย “ปากกล้าดีนี่คะรินรดา ระวังตัวไว้เถอะค่ะ... คนที่ชอบเล่นกับไฟ สักวันคงไม่พ้นโดนไฟครอกตายเข้าสักวัน” วิภาวีขู่ลอดไรฟัน พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้บริกรหนุ่มที่เดินถือถาดแชมเปญผ่านมาพอดี ทว่าจังหวะนั้นเอง... ด้วยความจงใจหรืออุบัติเหตุจอมปลอม บริกรคนดังกล่าวสะดุดปลายพรมและเซเข้าหารินรดาเต็มแรง พร้อมกับเหยือกน้ำผลไม้สีแดงฉานที่ถูกสาดเข้าใส่ชุดราตรีสีดำราคาแพงจนชุ่มโชก! เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากรอบข้าง รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพตัวเองที่เปอะเปื้อนคราบสีแดงราวกับเลือด ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสะใจของคุณหญิงวิภาวีที่แสร้งยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจจอมปลอม “อุ๊ยตายแล้ว! ขอโทษด้วยนะคะคุณรินรดา พอดีเด็กคนนี้คงสะดุดน่ะค่ะ... แต่ก็นะคะ ชุดหรูราคาแพงกับความซุ่มซ่าม มันช่างเหมาะกับคุณในตอนนี้เสียจริง” รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตพรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพวันที่เธอเคยถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานีโดยตระกูลใหญ่ ภาพน้ำตาที่ไม่มีใครเหลียวแล... ทุกอย่างฉายซ้ำในหัวจนหัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบ แต่ทว่า เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นกลับถูกจุดขึ้นแทนที่ความอ่อนแอ เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อให้ใครหัวเราะเยาะเด็ดขาด ในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวเท้าเดินออกไปเพื่อจัดการกับสถานการณ์ด้วยวิธีของเธอเอง ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บประณีตสีเทาเข้มก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับคุณหญิงวิภาวีอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเย็นชาและทรงอำนาจอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านออกมาจนรอบบริเวณเงียบเสียงลงทันที ธันวา... ดวงตาคมกริบของอดีตสามีผู้เย็นชาทอดมองรินรดาก่อนแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นไหววูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความเจ็บปวด ความเสียดาย และประกายไฟแห่งความโกรธที่ลุกโชนขึ้นอย่างน่ากลัวเมื่อเขาหันไปมองหน้าคุณหญิงวิภาวี “ดูเหมือนว่างานกาล่าการกุศลคืนนี้ จะขาดการอบรมมารยาทที่ดีไปสักหน่อยนะครับ คุณหญิงวิภาวี” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอื้อnเอ่นขึ้นด้วยความราบเรียบ ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับคู่สนทนา จนคุณหญิงวิภาวีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของประเทศที่ใครๆ ก็เกรงกลัว “คุณธันวา... คือดิฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ—” “อุบัติเหตุหรือครับ?” ธันวายิ้มเยาะ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “บริษัทในเครือของสามีคุณกำลังรอการอนุมัติสินเชื่อก้อนใหญ่จากธนาคารของผมอยู่ไม่ใช่หรือครับ? หรือว่าคุณอยากจะลองทดสอบดูว่า... ความซุ่มซ่ามของภรรยา จะทำให้สามีต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายภายในกี่วินาทีดีล่ะครับ?” คำขู่ที่ไร้ซึ่งความปรานีแต่น้ำเสียงนิ่งสนิท ทำให้คุณหญิงวิภาวีถึงกับเข่าอ่อน ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เธอรีบโค้งตัวขอโทษรินรดารัวๆ ก่อนจะถอยร่นหนีหายไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อรอบข้างที่มองมาด้วยความตกตะลึง โถงจัดเลี้ยงกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง รินรดายืนนิ่ง ขยับตัวถอยห่างจากร่างสูงที่ยืนประชิดตัวเธอในระยะประชิด หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งเกลียดชัง ทั้งไม่อยากติดค้าง และหวาดหวั่นต่อเคมีอันตรายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ “ใครขอให้คุณมายุ่งเรื่องของฉันกันคะ?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ “ฉันจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คนที่เคยเหยียบย่ำฉันมาทำตัวเป็นฮีโร่ในตอนนี้หรอกค่ะ มันน่าสมเพช” ธันวาไม่โกรธ คำพูดเชือดเฉือนเหล่านั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าของเขาเอง เขารู้ดีว่าตนเองไม่หลงเหลือสิทธิ์ใดๆ ในตัวผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว แต่ทว่า... สายตาคมกริบของเขากลับกวาดมองรอยเปื้อนบนชุดราตรีสีดำ ก่อนจะถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนเองออกอย่างรวดเร็ว แล้วนำมาคลุมไหล่ให้กับเธออย่างถือวิสาสะ “ผมไม่ได้ทำเพราะอยากเป็นฮีโร่ครับรินรดา...” ธันวาก้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังต้องสะท้าน “แต่เพราะผมทนเห็นใครทำร้ายคุณ... เหมือนที่ผมเคยทำไม่ได้อีกแล้วต่างหาก” รินรดานิ่งงันลมหายใจสะดุดกึก กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและไออุ่นจากกายของเขาโอบล้อมเธอไว้ในเสี้ยววินาที ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ผลักเขาออก มือหนาก็คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ เพื่อพาเดินเลี่ยงออกจากสายตาผู้คน ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านห้องรับรอง VIP ด้านหลังโถงงาน ประตูบานทึบที่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่งทำให้สายตาของธันวาเหลือบไปเห็นเงาร่างของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งวาดรูปอยู่บนโซฟา โดยมีพี่เลี้ยงยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง เด็กชายวัยประมาณสี่ขวบเศษ ที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาอย่างไร้ที่ติ! ธันวาชะงักฝีเท้าลงทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อสมองประมวลผลถึงอายุของเด็กชายคนนั้น... และความจริงบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ตลอดสี่ปีเต็มกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า! หวังว่ารี้ดจะอินและสนุกไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%