เสียงกระดาษปึกหนาที่ถูกฟาดลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาความตึงเครียดในห้องประชุมขนาดใหญ่จนแทบหายใจไม่ออก รินรดาไม่แม้แต่จะชายตากลับมามองเอกสารคดีฟ้องร้องทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านที่ถูกผลักไสมาตรงหน้า ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบายังคงจดจ่ออยู่กับการจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนเอกสารสำคัญอีกฉบับด้วยท่าทีที่นิ่งสนิท ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นไม่มีค่าไปกว่าเศษกระดาษไร้ราคา
"คุณกำลังทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้น ริน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยความสั่นพร่าที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้อย่างสุดความสามารถ ธันวาจ้องมองอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงเงาจางๆ ในชีวิต แต่วันนี้... เธอกลับยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะทนายความฝีมือฉกาจผู้กุมชะตากรรมทางธุรกิจทั้งหมดของเขาไว้ในกำมือ
รินรดาวางปากกาลงอย่างช้าๆ เธอยกมือขึ้นจัดขอบเสื้อสูทสีดำสนิทให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขากลับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งไม่ถึงดวงตา
"ยากหรือคะคุณธันวา? สิ่งที่คุณเรียกว่าความยากในตอนนี้ มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่ฉันเคยต้องเผชิญในวันที่คุณเลือกจะเขี่ยฉันทิ้งเหมือนสิ่งของไม่มีค่า... อ้อ, ขอโทษทีค่ะ ฉันลืมไปว่าคนอย่างคุณไม่เคยจำอดีต นอกจากผลประโยชน์ตรงหน้า"
คำพูดเชือดเฉือนที่ออกจากริมฝีปากอิบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงเข้มนั้นกรีดลึกลงไปในอกของธันวาจนเขาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา รสชาติความขมปร่าแล่นพล่านขึ้นมาในลำคอ ภาพจำในอดีตผุด
ย้อนกลับมาทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพที่เขายืนมองเธอนอนร้องไห้อย่างหมดแรงอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยคำปลอบโยน ภาพที่เขาเลือกเซ็นเอกสารโอนหุ้นแทนที่จะอยู่เคียงข้างภรรยาในวันที่เธอสูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปอย่างไร้เยื่อใย
ธันวากลืนก้อนสะอื้นผูกพันที่จุกอกลงไปอย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยใช้ตบโต๊ะสั่งการลูกน้องนับร้อยกลับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเชื่อมั่นอันแรงกล้าที่ว่า 'อำนาจและเงินตราคือความสุขสูงสุดของชีวิต' ที่เขาถือ
ปฏิบัติมาตลอดชีวิต พังทลายลงไม่เป็นท่าในวินาทีนี้
"ผมรู้ว่าผมมันเลว... รู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันไม่มีวันให้อภัยได้" ธันวาเอ่ยเสียงเครือ ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้แดงก่ำ "แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา... หลังจากวันที่คุณเดินจากไป ผมถึงได้รู้ว่าความสำเร็จที่ผมไขว่คว้ามาได้ มันไร้ค่าขนาดไหนเมื่อไม่มีคุณนั่งรออยู่ที่บ้าน... บ้านที่เราเคยสัญญาว่าจะสร้างด้วยกัน"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนธันวารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่
"บ้านหลังนั้นมันถูกเผาทำลายไปตั้งแต่วันที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้นแล้วค่ะคุณธันวา อย่ามาพูดคำว่าสัญญาให้มันแปดเปื้อนอีกเลย มันน่าสมเพช" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบแฟ้มเอกสารทั้งหมดใส่กระเป๋าเอกสารหนังแท้ด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยว "คดีนี้เราจะเจอกกันที่ศาล และฉันบอกไว้เลยนะคะ... ว่าฉันจะไม่ยอมความเด็ดขาด เตรียมตัวรับผลกรรมที่คุณเคยทำไว้ได้เลย"
ร่างระหงหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย ฝีเท้าก้าวเดินออกไปจากห้องประชุมอย่างมั่นคง ทิ้งให้ธันวานั่งจมอยู่กับความมืดมนของห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงประตูที่ปิดลงดังสนิทเปรียบเสมือนเสียงตอกฝาโลงศพความหวังทั้งหมดของเขา
ธันวาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ไร้พ่าย ผู้กุมชะตาชีวิตคนอื่น บัดนี้มันพังทลายลงด้วยน้ำมือของผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำหัวใจอย่างไม่ใยดี เขากำลังตั้งคำถามกับตัวเองอย่างเจ็บปวดว่า... เงินทอง อำนาจ และชื่อเสียงที่เขามีอยู่ มันมีความหมายอะไรอีกเล่า ในเมื่อชัยชนะที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต ไม่เคยสามารถซื้อรอยยิ้มที่จริงใจจากเธอคืนกลับมาได้เลย
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งความมืดเข้าปกคลุมตึกสูงระฟ้า ธันวาขับรถอย่างไร้จุดหมายปลายทาง ก่อนที่ล้อรถจะพาเขามาหยุดอยู่ที่หน้าคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านชานเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่สายสืบรายงานว่ารินรดามักจะมานั่งทำงานเงียบๆ คนเดียวในย่างค่ำของวันศุกร์
เขานั่งรออยู่ในรถหรูพรางสายตามองผ่านกระจกฟิล์มมืดทึบ จนกระทั่งร่างของรินรดาเดินออกจากร้านพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ... รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้เขามานานแสนนาน หัวใจของธันวากระตุกวูบด้วยความโหยหา เขากำลังจะเปิดประตูรถเพื่อลงไปขอร้องอ้อนวอนเธออีกสักครั้ง แม้จะรู้ว่ามันอาจจะไร้ผลก็ตาม
แต่ทว่า... ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้ากลับทำให้มือที่กำลังจับที่เปิดประตูต้องชะงักค้าง ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตกใจ
เด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ วิ่งเข้ามาสวมกอดขาของรินรดาด้วยรอยยิ้มสดใส ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นเงยขึ้นมองเธอพร้อมกับส่งเสียงเรียกเจื้อแจ้วว่า "คุณแม่ขา... วันนี้คุณแม่ซื้อขนมปังรสโปรดของน้องธيلมาฝากไหมฮะ?"
ธันวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลลมหายใจของเขาสะดุดกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อแสงไฟจากหน้าร้านส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเด็กชายตัวน้อยคนนั้นอย่างชัดเจน...
ใบหน้าดวงนั้น คิ้วเข้มรูปดาบ จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น มันช่างถอดแบบมาจากกระจกเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
หวังว่ารี้ดจะอินและสนุกไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 10
รอยร้าวของความเย็นชา
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!