ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ•ตอนที่ 17

รอยแผลที่ยังสดใหม่

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายของน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ราคาถูกยังคงฝังแน่นอยู่ในประสาทสัมผัสของรินรดา ราวกับว่าเวลาห้าปีที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ทุกย่างก้าวบนพื้นกระเบื้องยางสีหม่นของโรงพยาบาลรัฐแห่งนี้ เต็มไปด้วยเสียงสะท้อนของความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองเอกสารทางกฎหมายและความสำเร็จอันเยือกเย็น เธอไม่ได้อยากกลับมาที่นี่ ที่นี่คือหลุมฝังศพของหัวใจเธอก่อนที่มันจะถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วยความแค้นและคราบน้ำตา "คุณรินรดาคะ... ทางนี้ค่ะ" เสียงพยาบาลสาวผู้ช่วยประสานงานคดีความดังขึ้นแผ่วเบา ดึงสติของทนายความสาวให้หลุดออกจากภวังค์ รินรดากระชับเสื้อสูทสีดำสนิทของเธอให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยราibiกับแผ่นน้ำแข็งที่ไร้รอยร้าว แม้ว่าหัวใจข้างในจะกำลังสั่นสะท้านจนแทบทรงตัวไม่อยู่ก็ตาม เป้าหมายของการมาเยือนโรงพยาบาลเก่าแก่แห่งนี้ ไม่ใช่การรื้อฟื้นความหลัง แต่เป็นการหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะปิดตายอนาคตทางธุรกิจของคนที่เคยขยี้เธอให้จมดิน เอกสารประวัติการรักษาเมื่อห้าปีก่อน—ในวันที่เธอสูญเสียทั้งลูกและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์—ถูกเก็บไว้ในห้องแฟ้มประวัติใต้ดินที่อับชื้น และในขณะที่เธอกำลังก้าวผ่านหน้าแผนกสูตินรีเวช... สถานที่ที่เธอเคยนั่งร้องไห้ลำพังโดยไม่มีแม้แต่เงาของสามีเหลียวแล ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มของธันวาคมก็ก้าวออกมาจากมุมตึกพอดิบพอดี ดวงตาคมกริบของอดีตสามีไหววูบลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชัง ธันวารู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่โดยไม่ต้องลงแรง เขาก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายรองเท้าหนังราคาแพงหยุดลงห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ "ริน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดริมฝีปากที่แห้งผากของเขา มันสั่นเทาและเต็มไปด้วยความร้าวรานที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด "คุณ... มาทำอะไรที่นี่?" รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ส่งตรงไปยังผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตให้ ดวงตาคู่คมจ้องมองเขาด้วยความสมเพชเวทนา "ทำไมคะ? ตกใจเหรอที่เห็นฉันยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของความพินาศที่คณสร้างขึ้นมากับมือ?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผลเป็น "หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าวิญญาณเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้น จะกลับมาทวงความยุติธรรมจากพ่อใจร้ายอย่างคุณในสถานที่ที่คุณเคยทอดทิ้งเราสองคน?" ธันวาสะدุดกับคำพูดนั้นราวกับถูกของหนักกระแทกเข้าที่อก ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงถนัดตา ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามานานนับปีประเดประเดเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ด้วยความโหยหา "ผมขอโทษ... ริน ผมขอโทษสำหรับทุกอย่าง ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าผมทำลายทุกอย่างด้วยมือของผมเอง แต่ขอร้องล่ะ... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาปบ้างเถอะ" รินรดาปัดมือคู่นั้นออกอย่างไร้เยื่อใย ราวกับสัมผัสของเขาเป็นสิ่งสกปรกที่เธอรังเกียจเดียดฉันท์ เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว สายตาคมปลาบจับจ้องเขาด้วยความเหินห่าง "โอกาสเหรอคะ?" เธอย้อนถามเสียงสูง น้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าถูกสะกัดกั้นไว้ด้วยความแข็งแกร่งที่เธอสร้างขึ้นจากหยาดเลือด "คุณเคยให้โอกาสฉันหายใจบ้างไหม ในวันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณอยู่เคียงข้าง? ในวันที่ฉันสูญเสียลูกของเราไปเพราะความไร้หัวใจของคุณ? คำว่า 'ไถ่บาป' มันมีค่าแค่ไหนสำหรับคนอย่างคุณ ธันวา... มันก็เป็นแค่ข้อแก้ตัวของคนเห็นแก่ตัวที่กลัวกรรมตามสนองเท่านั้นแหละค่ะ!" ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของธันวาที่สะท้อนความเจ็บปวด เขาเจ็บปวดไม่ใช่เพราะคำด่าทอ แต่เพราะเขารู้ดีว่าทุกคำพูดของเธอนั้นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ "ผมไม่ได้แก้ตัว..." ธันวาเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก สายตาทอดมองเธอด้วยความรักและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "ผมยอมให้คุณเหยียบย่ำผมได้ทุกอย่าง ริน จะให้ผมคุกเข่าลงตรงนี้ก็ได้ ขอแค่คุณมองผม... มองผมในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังสำนึกผิด ไม่ใช่ในฐานะศัตรู" "เราไม่ใช่ศัตรูกันหรอกค่ะ เพราะคำว่า 'ศัตรู' ยังมีความเท่าเทียมกันอยู่บ้าง..." รินรดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจนขนลุก "แต่สำหรับคุณ... คุณมันก็แค่ฝุ่นธุลีใต้รองเท้าของฉัน ที่ฉันเหยียบผ่านไปก็แค่นั้น อย่าได้บังaจมาเทียบชั้นกับฉันอีกเลยค่ะ" พูดจบเธอก็สะบัดหน้าหนี เดินเลยผ่านเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งคว้างอยู่กลางโถงทางเดินที่คุ้นเคย แผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปช่างดูเด็ดเดี่ยวและทรงพลัง จนเขาไม่กล้าแม้แต่จะก้าวตาม ธันวาทรุดตัวลงพิงกำแพงเย็นเฉียบ มือหนากุมขมับแน่น ความรู้สึกผิดระเบิดออกเป็นหยาดน้ำตาของผู้ชายที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปจริงๆ แต่ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจมดิ่งสู่ความมืดมิดนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณสี่ห้าขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่กับพยาบาลไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่ เด็กชายคนนั้นหยุดวิ่ง หันมาสบตากับธันวาพอดี... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และรอยยิ้มที่มุมปาก... มันถอดแบบมาจากกระจกเงาของธันวาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของธันวากระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวก่อนจะถูกตรึงไว้กับที่เมื่อสมองประมวลผลบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว ...ห้าปี... ลูกที่รินรดาบอกว่าตายไปแล้ว... แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่? ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางผ่านความเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือเหล็กกับอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%