เสียงเหรียญทองแดงกระทบกันดังกรุ๊งกริ้งในถุงผ้าดิบ คือเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดในโลกสำหรับพ่อค้าแม่ขาย แต่สำหรับแผงลอยริมท่าเรือเมืองท่าแห่งนี้ เสียงนั้นกลับมาพร้อมกับความโกลาหลระดับย่อมๆ ที่ทำให้ผู้คนต้องเบียดเสียดกันเข้ามามุงดูจนแน่นขนัด
"นี่แม่นาง เฉินเหว่ยไปหาเมล็ดพันธุ์ปีศาจมาจากไหนกัน! ผักกาดขาวบ้าอะไร ห่อใหญ่เท่ากะละมังซักผ้า แถมใบยังเขียวสดราวกับเพิ่งเด็ดออกจากสวนบนสวรรค์!"
เสียงตะโกนอย่างตื่นตระกูลของเถ้าแก่เนี้ยร้านขายปลาแห้งดังขึ้น เรียกให้สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ ที่บัดนี้ว่างเปล่าไร้ร่องรอยของผักกาดเขียวปลีและมะเขือเทศสีแดงสดราวกับทับทิมที่หลินอิงอิงเพิ่งลำเลียงมาลงแผงเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน
หลินอิงอิง ในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้าน ปาดเหงื่อออกจากหน้าผากเนียนด้วยหลังมือ รอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม เธอเก็บเงินใส่ถุงผ้าด้วยท่าทางคล่องแคล่วว่องไว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความพึงพอใจ
มิติมหัศจรรย์ในร่างของเธอกำลังส่งเสียงพึมพำเบาๆ ราวกับเครื่องจักรกลที่ทำงานเกินกำลัง วัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอแอบเร่งโตด้วยละอองน้ำทิพย์จากมิติในยามค่ำคืน ไม่เพียงแต่มอบผลผลิตที่งดงามเกินสามัญ แต่รสชาติของมันยังกรอบหวาน ชนิดที่ต่อให้เป็นจักรพรรดิแห่งเมืองหลวงก็ยังต้องทรงกราบทกรานขอเสวย
"หมดแล้วครับท่านลุง... พรุ่งนี้เช้าข้าถึงจะเอาล็อตใหม่มาลงอีก เกรงว่าถ้ามาช้าท่านคงต้องต่อแถวยาวไปถึงหน้าตลาดปลาโน่นแหละครับ"
เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง เฉินเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อยเพื่อความคล่องตัว ยืนตระหง่านค้ำฟ้าอยู่เคียงข้างภรรยา ร่างกายกำยำบึกบึนของเขาทำหน้าที่เป็นเสาหลักคอยกันฝูงชนที่เบียดเสียดเข้ามาใกล้เกินควร สายตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่ยังคงเสียดายไม่หายด้วยความระแวดระวัง แต่เมื่อก้มลงมองใบหน้าของภรรยาคนสวย แววตานั้นก็อ่อนยวบลงทันทีราวกับสายน้ำอุ่น
มือใหญ่หนาเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดมาซับเหงื่อบริเวณขมับให้หญิงสาวอย่างเบามือที่สุด ราวกับเธอนั้นเป็นแก้วตาดวงใจที่พร้อมจะแตกสลายได้หากโดนแรงกระทบกระเทือน
"เหนื่อยไหมครับอิงอิง... มือแดงหมดแล้ว" เฉินเหว่ยกระซิบถามเสียงนุ่ม ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของบรรดาแม่บ้านและหญิงสาวรอบข้างที่ต่างพากันลอบกลืนน้ำลาย
ใครบ้างจะไม่ริษยา? สามีเป็นนายทหารอนาคตไกล รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคาย แถมยังทั้งรักทั้งหลงภรรยาจนยอมเป็นทาสรับใช้คอยถือตะกร้าและกันคนให้อย่างไม่มีเกี่ยงงอน แถมตอนนี้ภรรยายังมีความสามารถพิเศษในการปลูกผักทำเงินเป็นกอบเป็นกำ ชนิดที่หาเงินได้มากกว่าเบี้ยหวัดทหารทั้งเดือนในเวลาเพียงแค่ชั่วยามเดียว!
"ไม่เหนื่อยเลยสักนิดค่ะ... เอ๊ย... ไม่เหนื่อยเลยครับพี่เหว่ย" หลินอิงอิงเกือบหลุดปากพูดสำนวนคุ้นเคยออกมาตามความเคยชิน ดีที่เธอไหวตัวทันและเปลี่ยนสรรพนามกลับมาเป็นบุรุษสรรพนามที่ตกลงกันไว้ (แม้ว่าในใจจะแอบอมยิ้มกับความซุ่มซ่ามของตัวเองก็ตาม) "ข้าแค่คิดว่า... เงินก้อนนี้เราจะเอาไปต่อยอดซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายากในเขตภูเขาด้านหลัง และ... อาจจะแบ่งส่วนหนึ่งไปซ่อมแซมหลังคาบ้านที่รั่วซึมยามฝนตกด้วยนะครับ"
เฉินเหว่ยพยักหน้ารับอย่างตามใจทุกประการ "ตามใจน้องทุกอย่าง เงินนี่เป็นของเจ้า เจ้าหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อและความฉลาดของเจ้าเอง ข้ามีหน้าที่แค่ปกป้องเจ้าและช่วยยกของก็พอ"
ทว่า ความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นานเมื่อมีมารมาขัดจังหวะ
"อ๋อ! ที่แท้ก็แอบเอาของหลวงไปขายหากำไรใส่ตัวนี่เอง! นังตัวดี! นังสะใภ้ตัวอัปมงคล!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูที่คุ้นเคยดังแหวกฝูงชนเข้ามา แม่สามีตระกูลเฉิน ในชุดเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความโลภและริษยา พุ่งเข้ามาหยุดอยู่หน้าร้านพร้อมกับพี่สะใภ้คนรองที่คอยถือตะกร้าเปล่ารอท่า นางจ้องมองถุงเงินในมือของหลินอิงอิงด้วยดวงตาสีแดงก่ำราวกับสุนัขป่าหิวกระหาย
บรรยากาศรอบแผงค้าพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ผู้คนต่างถอยร่นออกไปเป็นวงกว้างเพื่อรอดูการปะทะกันของแม่ผัวลูกสะใภ้คู่นี้
"แม่ครับ พูดจาให้เกียรติภรรยาผมด้วย" เฉินเหว่ยขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาไว้ทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนแม่สามีถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยความโลภที่บังตา นางจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วแผדเสียงต่อทันที
"ไอ้ลูกอกตัญญู! เมียมันมacเย้ายวนอะไรแก ถึงได้ยอมให้มันมาตั้งแผงขายของกอบโกยเงินทองเข้ากระเป๋าตัวเองคนเดียว โดยไม่ส่งเงินกลับไปให้ตระกูลเฉินเลยสักอีแปะเดียว! บ้านเราเลี้ยงแกมาจนเติบใหญ่ แกต้องเอาเงินนี่มาให้แม่ทั้งหมด เดี๋ยวนี้!"
หลินอิงอิงซ่อนรอยยิ้มเยาะไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย เธอขยับตัวก้าวออกมาจากด้านหลังของสามี ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
"ท่านแม่พูดเช่นนี้ไม่ถูกมั้งครับ... เอ่อ... ไม่ถูกมั้งคะ... เอ๊ย! ไม่ถูกมั้งครับ!" หลินอิงอิงเกือบหลุดสำนวนเดิมอีกรอบ นางกระแอมเบาๆ เพื่อปรับเสียงให้ทุ้มต่ำลงเล็กน้อยตามบทบาทที่ตนเองสมมติขึ้นเฉพาะกิจในยามออกตลาด "เงินเหล่านี้ได้มาจากการลงแรง หยาดเหงื่อ และเมล็ดพันธุ์ที่ข้าซื้อมาด้วยเงินเก็บก้นถุงของตัวเอง ตอนที่พวกท่านไล่พวกเราออกจากบ้านโดยให้ข้าวสารมาแค่ครึ่งถังกับเรือนไม้ผุๆ หลังนั้น พวกท่านคงลืมไปแล้วกระมังครับว่าเรา ‘ตัดขาด’ ความสัมพันธ์เรื่องเงินทองกันไปเรียบร้อยแล้วต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน"
"นัง... นังเด็กปากดี!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าทึ้งผมของหลินอิงอิงให้สะใจ
แต่ทว่า... มือเหี่ยวย่นนั้นยังไม่ทันได้แตะชายเสื้อ เฉินเหว่ยก็คว้าข้อมือของมารดาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบที่พอเหมาะแต่หนักแน่นทำเอาแม่สามีร้องโอ๊ยออกมาด้วยความเจ็บปวด
"พอได้แล้วครับแม่ ถ้าแม่ยังไม่เลີกลราและสร้างความวุ่นวายที่นี่ ผมคงต้องเชิญทหารยามประจำเมืองมาเชิญตัวแม่กลับบ้านไปพักผ่อนให้สงบสติอารมณ์แล้วล่ะครับ" เสียงของเฉินเหว่ยเย็นเยียบไร้ซึ่งความอาทร ไร้ซึ่งความลังเล สมกับเป็นนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน
แม่สามีตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและตกใจ นางชี้หน้าลูกชายและสะใภ้ตัวร้ายด้วยความแค้นเคือง "ดี! เจ้าลูกเนรคุณ! เจ้าจำไว้เลยนะ หลินอิงอิง... แกคิดว่าจะมีความสุขอยู่บนกองเงินกองทองนี้ได้นานแค่ไหนกัน! ข้าจะ..."
"อุ๊ย! ขออภัยด้วยนะขอรับคุณนายเฉิน..."
เสียงทุ้มกังวานและทรงอำนาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองชั้นดี สวมหมวกพ่อค้าใหญ่แห่งสมาคมการค้าเมืองท่า เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อม แต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่หลินอิงอิงด้วยประกายความระทึกใจ ด้านหลังของเขาคือเด็กรับใช้ที่ถือหีบไม้ลงกลอนอย่างแน่นหนา
เถ้าแก่ใหญ่แห่งหอการค้าโค้งคำนับหลินอิงอิงเล็กน้อยอย่างให้เกียรติ ทำเอาแม่สามีอ้าปากค้างจนแมลงเกือบจะบินเข้าปาก
"แม่นาง... เอ่อ... แม่นาน้อยหลิน ข้าได้รับคำแนะนำจากสหายว่าท่านคือผู้ครอบครอง ‘ผักวิเศษ’ ที่รสชาติล้ำเลิศที่สุดในมณฑลนี้ ข้าได้รับเกียรติขอเหมาซื้อผลผลิตทั้งหมดของท่านล่วงหน้าเป็นเวลาสามเดือนเต็ม โดยยินดีจ่ายให้ในราคาสูงกว่าท้องตลาดถึงห้าเท่า... และนี่คือมัดจำก้อนแรก"
เถ้าแก่ใหญ่ส่งสัญญาณให้เด็กรับใช้เปิดหีบไม้ ในนั้นอัดแน่นไปด้วยก้อนเงินตำลึงเงินและทองคำเปล่งประกายระยิบระยับสะท้อนแสงแดดจนแสบตา
หลินอิงอิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มพราวเสน่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางเหลือบมองแม่สามีที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ก่อนจะหันไปสบตากับสามีรูปงามที่กำลังมองนางด้วยสายตาภาคภูมิใจ
ทว่า ในขณะที่หลินอิงอิงกำลังจะเอ่ยปากรับข้อเสนออันเย้ายวนนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของชายชุดดำลึกลับผู้หนึ่ง ที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่มุมมืดหลังเสาไม้ของท่าเรือ พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว... และถุงผ้าในมือของชายคนนั้น ก็มีสัญลักษณ์ประหลาดที่นางเคยเห็นเฉพาะในตำราบันทึกโบราณของมิติมหัศจรรย์เท่านั้น!
— ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บัดนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลมทะเลพัดรัก
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 15
ความสำเร็จเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!