คราดเหล็กด้ามเก่าพ่นสนิมสีแดงกร้านถูกกระแทกปักลงกับพื้นดินร่วนซุยเสียงดัง *ฉับ* แรงเหวี่ยงอันเด็ดเดี่ยวของหลินอิงอิงทำให้ก้อนดินแห้งแข็งแตกกระจัดกระจาย เศษหญ้าคาและรากวัชพืชถูกพลิกหงายขึ้นรับแสงแดดยามสาย
"ภรรยา... น้องพักดื่มน้ำอุ่นก่อนเถอะครับ แดดเริ่มแรงแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของเฉินเหว่ยที่ก้าวเข้ามาประชิด เขาในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยกล้ามเนื้ออกแน่นหนาและหยาดเหงื่อพราวระยับ มือหนายื่นกระบอกน้ำกระป๋องเคลือบอีนาเมลเก่าๆ ส่งให้ด้วยแววตาที่ฉายความกังวลระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
อิงอิงใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากเนียน นางหันไปสบตากับสามีหนุ่มผู้เป็นที่พึ่งทางใจในยามนี้ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนโยน "ยังไม่เหนื่อยหรอกครับพี่เฉิน ดินแปลงนี้เพิ่งถางเสร็จ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้ความชื้นระเหยหมดก่อนที่เราจะลงเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวกับคะน้า เกรงว่าผลผลิตล็อตแรกของเราคงงอกงามได้ไม่เต็มที่"
เฉินเหว่ยไม่เอ่ยคำคัดค้านใดๆ อีก เขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้มีความมุ่งมั่นเพียงใด นับตั้งแต่พวกเขาแยกตัวออกมาจากเรือนใหญ่ของตระกูลเฉิน อิงอิงก็ไม่เคยปริปากบ่นถึงความยากลำบากแม้แต่น้อย กลับกัน นางพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการใช้พื้นที่รอบกระท่อมไม้เก่าๆ นี้จัดสรรปันส่วนอย่างเป็นระบบ ระเบียบวิธีคิดและการวางแผนของนางล้ำหน้าชาวบ้านทั่วไปในหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ไปไกลลิบลิ่ว ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงก้าวเข้าไปแย่งคราดในมือของนางมาถือไว้เสียเอง
"ถ้าเช่นนั้น งานหนักส่วนนี้ให้พี่จัดการเองครับ น้องไปจัดการเรื่องเมล็ดพันธุ์และปรุงดินตามวิธีของน้องเถอะ" เฉินเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วแปลงผักที่ถูกแบ่งเป็นล็อกสี่เหลี่ยมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับมีไม้บรรทัดวัด
อิงอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางยอมปล่อยมือจากด้ามคราดแต่โดยดี ร่างเพรียวบางเดินไปหยิบถุงผ้ากระสอบเก่าที่วางอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ภายในถุงนั้นบรรจุห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อหุ้มเมล็ดพันธุ์คุณภาพเยี่ยม ซึ่งนางแอบลักลอบหยิบออกมาจากมิติมหัศจรรย์ในยามที่ไม่มีใครสังเกต เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ผ่านการคัดสรรด้วยเทคโนโลยีจากโลกอนาคต ทั้งทนทานต่อโรค เจริญเติบโตเร็ว และที่สำคัญคือให้รสชาติหวานกรอบผิดจากพืชผลทั่วไปในยุคสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยก็ดังแทรกบรรยากาศอันเงียบสงบเข้ามาจากแนวรั้วไม้ไผ่
"โอ้โฮ! นี่มันคิดจะทำนาบนหลังคนหรือยังไง ถึงได้มาขุดดินสร้างอาณาจักรส่วนตัวอยู่หลังกระท่อมผุๆ แบบนี้!"
ร่างท้วมของแม่สามีตระกูลเฉินก้าวฉับๆ เข้ามาในเขตพื้นที่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาตี่เล็กกวาดมองแปลงดินที่ถูกเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยความริษยาและดูแคลน นางสะบัดหน้าพรืดไปทางเฉินเหว่ยที่ยืนถือคราดอยู่ "อาเหว่ย! แกนี่มันหลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหม ถึงยอมปล่อยให้ผู้หญิงมือเติบโตมาผลาญแรงงานทิ้งไปวันๆ แบบนี้! รู้ไหมว่าชาวบ้านเขานินทาอะไรกันบ้าง หาว่าพวกแกสองคนแยกบ้านออกมาเป็นพวกอกตัญญู ไม่ยอมส่งเสียเงินให้ทางเรือนใหญ่เลยสักแดงเดียว!"
อิงอิงหรี่ตามองผู้เป็นแม่สามี รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปาก แต่นางยังคงสงวนท่าที ยืนกอดอกพิงลำต้นมะม่วงอย่างใจเย็น ต่างจากเฉินเหว่ยที่ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มจนแม่สามีต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ" เฉินเหว่ยเอמהถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำอันตราย
"ฉันก็มาดูความประพฤติของลูกสะใภ้ตัวดีนะสิ!" แม่สามีเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้จะหวั่นเกรงบุตรชายคนนี้อยู่บ้าง "ทำเป็นมาขุดดินปลูกผักสวนครัว คิดว่าจะรอดพ้นความอดอยากไปได้หรือไง? ปีนี้แล้งจัด น้ำในคลองก็แห้งขอด ผักพวกนี้ไม่มีทางโตได้หรอก! ถ้าแกยังมีสำนึกอยู่บ้าง ก็เอาเงินเดือนทหารงวดล่าสุดส่งมอบมาให้ฉันเก็บรักษาไว้ซะดีๆ!"
ประโยคคำขอร้องแกมบังคับนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งอึดอัดหนักขึ้น อิงอิงขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้า นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าจับจ้องไปยังหญิงสูงวัยผู้โลภมาก
"คุณแม่พูดถูกครับ..." อิงอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วแต่นิ่งสนิท "ปีนี้อาจจะแล้งสำหรับชาวบ้านทั่วไป แต่สำหรับแปลงผักของฉัน... รับรองว่าจะไม่มีคำว่าแห้งแล้งอย่างแน่นอนครับ"
แม่สามีแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "หึ! ปากดีนักนะนังสะใภ้ตัวซวย! ดีล่ะ ถ้าแกมั่นใจนักว่าผักพวกนี้จะงอดงาม เรามาเดิมพันกันไหมล่ะ? ถ้าภายในเดือนนี้ผักของแกเน่าตายคาดินตามคาด แกต้องคุกเข่าขอขมาฉันที่หน้าเรือนใหญ่ และยอมส่งเงินครึ่งหนึ่งของอาเหว่ยให้ฉันทุกเดือน! แต่ถ้าผักของแกโตได้จริง... ฉันจะยอมไม่มาเหยียบที่นี่อีกเลยตลอดชีวิต!"
เงื่อนไขที่ถูกโยนทิ้งมากลางอากาศทำให้เฉินเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น เขากำด้ามคราดในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแทนภรรยาเพื่อไม่ให้นางต้องแบกรับความกดดัน แต่ทว่า... มือเรียวบางของอิงอิงกลับเอื้อมมาแตะที่แขนของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
อิงอิงสบตาผู้เป็นสามีด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปสบตากับแม่สามีตรงๆ
"ข้อเสนอของคุณแม่น่าสนใจมากครับ..." อิงอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานชัดถ้อยชัดคำ "แต่การเดิมพันลอยๆ แบบนี้มันดูไม่เร้าใจเท่าไหร่ หากเราจะเพิ่มเดิมพันอีกนิดล่ะครับ? ถ้าฉันชนะ นอกจากคุณแม่จะไม่มาวุ่นวายที่นี่แล้ว... คุณแม่จะต้องนำสัญญาแบ่งแยกครอบครัวฉบับจริงมาคืนให้เราโดยไม่มีเงื่อนไขด้วย!"
แม่สามีชะงักไปชั่วขณะ นางไม่คิดว่าเด็กสาวตัวเล็กๆ คนนี้จะกล้าต่อรองกลับอย่างเจ็บแสบเช่นนี้ แต่ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าสภาพดินฟ้าอากาศและความเค็มของดินแถบชายทะเลนี้ไม่มีทางปลูกพืชผักใบเขียวให้รอดได้ นางจึงพยักหน้ารับคำท้าอย่างไม่ลังเล
"ได้! ถ้าแกแน่จริงก็ทำใหดูสิ! ฉันจะรอดูความพ่ายแพ้ของพวกแกสองคน!"
สิ้นคำพูด แม่สามีก็สะบัดก้นเดินหนีลับหายไปจากแนวรั้วด้วยความสะใจ ทิ้งให้บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ทว่าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ
เฉินเหว่ยหันมามองภรรยาด้วยความกังวล "น้องอิงอิง... น้องแน่ใจแล้วหรือครับ? ดินแถบนี้เค็มและแห้งแล้งจริงๆ นะครับ การจะปลูกผักให้โตทันภายในหนึ่งเดือนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
อิงอิงส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้สามี นางหยิบถุงเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาถือไว้แนบอก ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่มีเลศนัย "พี่เฉินวางใจเถอะครับ... สามีของฉันเก่งเรื่องรบ แต่เรื่องทำมาหากินและปาฏิหาริย์... ให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้เถอะครับ"
พูดจบ อิงอิงก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นดิน นางแอบหยด "น้ำยามหัศจรรย์" ที่สกัดจากมิติลับลงไปในกระป๋องรดน้ำผสมกับน้ำสะอาด ก่อนจะค่อยๆ รดลงบนแปลงดินที่เพิ่งพรวนเสร็จ ทันทีที่หยดน้ำสัมผัสกับผืนดิน กลิ่นหอมจางๆ ของพืชพรรณและดินชุ่มชื้นก็โชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณอย่างน่าอัศจรรย์ ท่ามกลางสายตาของเฉินเหว่ยที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเมล็ดพันธุ์พุ่งทะลักแตกหน่อสีเขียวอ่อนขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์!
ทว่า... ในจังหวะที่ความมหัศจรรย์กำลังเริ่มต้นขึ้นนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณเฉิน! คุณอิงอิง! แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ตลาดมืดท่าเรือแล้ว! สินค้าล็อตแรกที่พวกคุณฝากวางขาย... ถูกเจ้าหน้าที่สหกรณ์ตรวจค้น และตอนนี้..."
— ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บัดนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลมทะเลพัดรัก
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 14
ชีวิตใหม่ในกระท่อมที่อบอุ่น
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!