เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบแตกกระจายบนพื้นดิน ตามด้วยเสียงแหลมสูงที่กรีดทะลุความเงียบยามบ่ายของบ้านตระกูลเฉิน ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้า
"อยากแยกบ้านอย่างนั้นเรอะ! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะนังตัวดี! ผัวแกส่งเงินมาให้บ้านเรา พวกลูกๆ ของฉันต้องกินต้องใช้ แกคิดจะหอบข้าวของหนีไปเสวยสุขกันสองคน ช่างอกตัญญูยิ่งนัก!"
แม่สามีตระกูลเฉินยืนเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจากการสูญเสียแหล่งรายได้หลัก นางจ้องมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
หลินอิงอิงไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยืนไขว่ห้างพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและรู้ทัน รอยยิ้มมุมปากของเธอยิ่งทำให้ผู้เป็นแม่สามีเดือดดาลจนตัวสั่น
"เงินเดือนทหารของพี่เหว่ย เป็นเงินที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อในค่ายทหารนะครับ... เอ้ย ไม่ใช่สิครับ คือเงินที่เขาหามาด้วยความยากลำบาก ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านนี้มา เงินสักหยวนเดียวก็ไม่เคยตกถึงมือฉันกับสามี แถมพวกท่านยังใช้งานพวกเราเหมือนวัวเหมือนควาย ถ้าไม่ให้แยกบ้าน... งั้นเราคงต้องไปคุยกันที่กองอำนวยการหมู่บ้าน ให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยตัดสินว่าการกักขังทรัพย์สินของทหารนอกราชการและทหารประจำการ มันผิดกฎหมายอาญาหรือไม่อย่างไร"
น้ำเสียงของอิงอิงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ ทุกถ้อยคำถูกตอกย้ำลงไปตรงจุดตาย แม่สามีหน้าซีดเผือดลงทันที เมื่อได้ยินคำว่า "กองอำนวยการหมู่บ้าน" และ "กฎหมาย" ยุคนี้ใครๆ ก็กลัวการถูกสอบสวนเรื่องการเอาเปรียบครอบครัวทหารหาญทั้งนั้น
เฉินเหว่ยที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังภรรยา ก้าวออกมาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มกวาดตามองมารดาและน้องๆ ที่ทำท่าจะเข้ามาหาเรื่อง เขาไม่ได้เอ่ยคำขู่ที่รุนแรง แต่รัศมีกดดันรอบตัวที่แผ่ออกมาทำให้ไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาใกล้
"ผมตัดสินใจแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด "ผมกับอิงอิงจะย้ายไปอยู่ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทรัพย์สินส่วนตัวที่ผมหามาได้ ผมจะจัดการเองทั้งหมด"
"ไอ้ลูกอกตัญญู แกกล้าทิ้งแม่หรอกเรอะ!" แม่สามีโวยวายพร้อมกับบีบน้ำตาเรียกความเห็นใจจากชาวบ้านที่เริ่มมามุงดู
"ถ้ายังไม่อยากให้เรื่องอับอายขายหน้ามากกว่านี้ ก็เชิญตามสบายครับ" อิงอิงกล่าวตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า เธอหันไปหยิบห่อสัมภาระที่จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในมิติลับออกมาส่งให้สามีถือ
การตัดสินใจย้ายออกครั้งนี้ ไม่ใช่การหนีเอาตัวรอด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการสร้างความมั่งคั่งแบบไร้ขีดจำกัด กระท่อมท้ายหมู่บ้านที่รกร้างและไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ในสายตาคนอื่นมันคือซากปรักหักพัง แต่ในสายตาของเชฟอัจฉริยะจากโลกอนาคตที่มีมิติมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ ที่นี่คืออาณาจักรส่วนตัวที่เธอจะเนรมิตทั้งแปลงเกษตรล้ำค่าและเมนูอาหารระดับภัตตาคารขึ้นมาตบหน้าคนตระกูลเฉินให้กระอักเลือด
สองสามีภรรยาก้าวเดินออกจากบ้านตระกูลเฉินท่ามกลางสายตานับร้อยของชาวบ้านที่ซุบซิบนินทา แต่ไม่มีใครกล้าสบตากับเฉินเหว่ยที่เดินนำหน้าด้วยท่าทีองอาจ ขณะที่อิงอิงเดินเคียงข้างเขา รอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้าสวยหวาน บรรยากาศรอบตัวไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความฮึกเหิมของการเริ่มต้นชีวิตใหม่
เมื่อเดินลัดเลาะมาถึงเขตท้ายหมู่บ้าน ภาพตรงหน้าคือกระท่อมไม้เก่าครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ดูทรุดโทรม หลังคามีรอยรั่ว และสนามหญ้าเต็มไปด้วยวัชพืชรกเรื้อ ลมทะเลพัดโชยกลิ่นไอเค็มจางๆ ปะทะเข้ากับปลายจมูก ผสมผสานกับกลิ่นดินหลังฝนตก สร้างความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
เฉินเหว่ยโยกย้ายสัมภาระวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในบ้าน เขามองหน้าภรรยาด้วยความกังวลเล็กน้อย กลัวว่าเธอจะลำบาก
"อิงอิง... น้องแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะมาอยู่สถานที่แบบนี้ พี่สัญญาว่าสักวันพี่จะสร้างบ้านหลังใหญ่ให้เธอให้ได้" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความรู้สึกผิด
อิงอิงวางมือเรียวลงบนท่อนแขนแกร่งของสามี เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ
"พี่เหว่ย... สำหรับฉัน ที่นี่ไม่ใช่ที่ลำบากเลย แต่มันคือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรของเราต่างหากครับ" เธอกล่าวหยอกเย้าด้วยสรรพนามเป็นกันเอง "อีกอย่าง... ฝีมือทำอาหารของฉัน บวกกับแรงงานชั้นยอดอย่างสามีฉัน รับรองว่าอีกไม่นาน ที่นี่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่คนทั้งอำเภอต้องอิจฉา"
พูดจบ อิงอิงก็สะบัดมือเบาๆ ในมุมอับสายตา มิติลับทำงานทันที เมล็ดพันธุ์ผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียม อุปกรณ์ทำครัวสแตนเลสเงางาม และเนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษปรากฏขึ้นบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่เธอแอบซ่อนไว้ในมิติเริ่มโชยออกมาเตะจมูก
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันปัดกวาดทำความสะอาดกระท่อมเพื่อเตรียมทำมื้อเย็นฉลองการแยกบ้าน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เฉินเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น เดินไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง แต่เมื่อประตูเปิดออก บุคคลที่ยืนอยู่หน้ากระท่อมกลับไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป หรือคนจากตระกูลเฉิน แต่เป็นชายชราในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงที่เกษียณอายุแล้ว พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคน สีหน้าของชายชราผู้นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
"พ่อหนุ่ม... ฉันได้กลิ่น... กลิ่นซุปกระดูกตุ๋นโสมป่าอายุร้อยปีกับเครื่องเทศสูตรโบราณที่หายสาบสูญไปจากสารบบอาหารหลวงเมื่อสามสิบปีก่อน... มันมาจากบ้านหลังนี้ใช่ไหม!" ชายชรากล่าวละล่ำละลัก ดวงตาเป็นประกายจ้องมองทะลุผ่านตัวเฉินเหว่ยเข้าไปในครัวเล็กๆ ที่อิงอิงกำลังยืนถือตะหลิวรออยู่
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บัดนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลมทะเลพัดรัก
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 13
แผนย้ายบ้านไปอยู่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!