"หมอบลง!"
เสียงคำรามต่ำในลำคอของเฉินเหว่ยดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มพุ่งเข้าชาร์จร่างของหลินอิงอิงจนล้มกลิ้งไปหลบหลังแนวกำแพงอิฐเก่าของตึกร้าง เสียงแหวกอากาศของกระสุนปืนไรเฟิลเจาะทะลุกระเบื้องหลังคาด้านหลังดัง *'เปรี้ยง!'* เศษปูนและฝุ่นผงกระจายฟุ้งเป็นวงกว้าง ความตายเฉียดผ่านพวกเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
หัวใจของหลินอิงอิงเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก แม้เธอจะเป็นเชฟอัจฉริยะที่เคยผ่านความเป็นความตายมาแล้วในโลกอนาคต แต่การถูกลอบสังหารด้วยอาวุธสงครามกลางเมืองชายฝั่งเช่นนี้เป็นเรื่องเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้มากนัก
"คุณเป็นอะไรไหมอิงอิง?"
เฉินเหว่ยไม่สนใจอันตรายที่ยังคงคุกคาม เขารวบร่างของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอดที่มั่น
มั่นคง แววตาคมกริบที่เคยมีความอ่อนโยนฉายแววดุดันราวกับพญาอินทรีที่กำลังโกรธเกรี้ยว มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกประจำกายออกปลดเซฟอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักรบเดือดพล่านขึ้นถึงขีดสุด
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย ผมไม่เป็นไรครับ!" หลินอิงอิงเกือบเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมา แต่ความตึงเครียดของสถานการณ์ทำให้เธอต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามอย่างฉับพลัน สายตาคมกวาดมองผ่านช่องว่างของกำแพง สติปัญญาที่รวดเร็ววิเคราะห์สถานการณ์ทันที "มุมยิงมาจากตึกฝั่งตรงข้าม ชั้นดาดฟ้า... เขามีกล้องส่องทางไกลและปืนติดลำกล้อง ระยะทางประมาณสามร้อยเมตร คนธรรมดาทำไม่ได้แน่"
เฉินเหว่ยเหลือบมองภรรยาด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง ครู่หนึ่งที่แววตาของเขาฉายประกายลึกล้ำ แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าไม่อनुญาตให้ซักถาม เขากดเสียงต่ำลอดไรฟัน "อยู่ที่นี่ อย่าโผล่หัวออกไปเด็ดขาด ผมจะจัดการเอง"
พูดจบ เฉินเหว่ยก็พุ่งตัวหายไปจากมุมอับด้วยความเร็วสูงราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ หลินอิงอิงกัดริมฝีปากแน่น มือเรียวบางเอื้อมแตะสร้อยคอมิติพิเศษในร่มผ้า วัตถุดิบระดับพรีเมียมและมีดสั้นเลเซอร์จากอนาคตถูกเรียกมาอยู่ในมือพร้อมใช้งาน หากมือปืนคนนั้นกล้าบุ่มบ่ามเข้ามาใกล้ เธอนี่แหละจะเป็นคนต้อนรับมันด้วย "สำรับพิเศษ" ที่ไม่มีวันลืม
ผ่านไปอึดใจใหญ่ๆ เสียงปืนนัดที่สองก็ไม่ดังขึ้นอีก มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งวนอยู่บนตึกฝั่งตรงข้าม ก่อนที่ร่างสูงสง่าของเฉินเหว่ยจะเดินกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ที่มุมปากมีรอยช้ำจางๆ และเสื้อผ้ามีรอยเขม่าดินปืนเล็กน้อย แต่มือข้างขวากำวิทยุสื่อสารทหารเก่าๆ ที่แย่งมาจากมือสังหารไว้แน่น
"มันหนีไปได้ทันก่อนที่ผมจะขึ้นไปถึง แต่ทิ้งนี่ไว้..." เฉินเหว่ยยื่นวิทยุสื่อสารและปลอกกระสุนปืนไรเฟิลนำเข้าจากต่างประเทศให้เธอดูกลายนๆ "ดูท่าว่าการที่เราจะเข้ามาบุกเบิกตลาดในเมืองครั้งนี้ จะไปเหยียบตาปลาเข้ากับใครบางคนเข้าให้อย่างจังแล้วล่ะครับ"
หลินอิงอิงรับปลอกกระสุนมาพิจารณา ปลายนิ้วเรียวสัมผัสรอยสลักสัญลักษณ์รูปคลื่นทะเลซ้อนกันสามชั้น ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"กลุ่มค้ายาเสพติดใต้ดินที่เชื่อมโยงกับท่าเรือเก่า... ดูเหมือนว่าพวกหนูท่อในเมืองนี้จะยังไม่รู้ซึ้งว่า การหาเรื่อง 'สะใภ้ตระกูลเฉิน' มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน"
การเดินทางเข้าเมืองในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การหาลู่ทางค้าขายธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือการเปิดฉากสงครามการค้าระหว่างวิถีชีวิตชาวเกาะอันบริสุทธิ์ กับอำนาจมืดที่ฝังรากลึกมานาน
สองชั่วโมงต่อมา รถบรรทุกทหารคันเก่าพ่นควันสีเทาจางๆ เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าตลาดกลางประจำเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน กลิ่นไอเค็มของทะเลผสมผสานกับกลิ่นอับของตึกรามบ้านช่องยุค 80 ลอยอบอวลในบรรยากาศ แม้เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อเช้าจะสร้างความตื่นตระหนก แต่สำหรับหลินอิงอิงแล้ว ไฟแห่งความทะเยอทะยานกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
"ตลาดสดและย่านการค้าใจกลางเมืองตรงนี้ มีการผูกขาดโดยกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น ถ้าเราจะเอา 'น้ำพริกไข่ปูสูตรโบราณ' และ 'ผักไฮโดรโปนิกส์' จากมิติของเรามาวางขายแข่งกับเจ้าถิ่น เกรงว่าพวกเขาคงไม่ยอมง่ายๆ นะครับ" เฉินเหว่ยเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย ขณะช่วยเธอยกลังไม้บรรจุสินค้าลงจากรถ
หลินอิงอิงปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อของสามีเบาๆ แววตาระยิบระยับด้วยความมั่นใจ "ใครว่าเราจะไปขอส่วนแบ่งจากพวกเขาเล่าคะ... เอ๊ย ผมหมายถึง... ใครว่าเราจะไปขายแข่งกับพวกเขากันล่ะครับคุณเฉิน"
เธอหยิบขวดแก้วใสบรรจุน้ำพริกเนื้อเนียนสีส้มทองที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจออกมาจากลัง แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบผิวน้ำพริกจนเป็นประกายระยิบระยับ กลิ่นหอมของมันพุ่งทะลุฝาจุกไม้ออกมาเตะจมูกผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในรัศมีสิบเมตรทันที
"เราจะสร้าง 'ตลาดใหม่' ของเราเอง... ตลาดที่แม้แต่หัวหน้าแก๊งใต้ดินคนนั้น ก็ยังต้องก้มหัวขอร้องให้เราแบ่งสินค้าให้สักลังหนึ่ง" หลินอิงอิงกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
เฉินเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรักและหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่ทำให้หัวใจด้านชาของนายทหารอย่างเขาอบอุ่นขึ้นมาได้ แต่เธอยังมีความสามารถในการพลิกวิกฤตให้เป็นความมั่งคั่งได้อย่างน่าทึ่ง
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจัดเตรียมแผงค้าชั่วคราวใต้ร่มผ้าใบสีซีด ทันใดนั้นเอง เงาร่างคุ้นตาของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแผง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังขึ้นท่ามกลางความจอแจของตลาด
"โอ้โห! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้ลูกชายอกตัญญู กับเมียตัวซวยที่หนีตามกันมาทำกินอดๆ อยากๆ อยู่ข้างถนนนี่เอง... คิดจะมาเปิดร้านแข่งกับคนในเมืองเหงื่อไม่ทันตกกระไดพลอยโจร ระวังตัวไว้เถอะ จะไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยบาดหูทำให้หลินอิงอิงและเฉินเหว่ยหันขวับไปมองพร้อมกัน แม่สามีจอมโลภที่ควรจะอยู่ที่หมู่บ้านประมง กลับยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า พร้อมกับชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงอีกสามคนที่เดินประกบซ้ายขวาอย่างคุกคาม!
หลินอิงอิงหรี่ตามองแม่สามีที่ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ก่อนที่หางตาของเธอจะเหลือบไปเห็นกระดาษสัญญาซื้อขายที่ถืออยู่ในมือเหี่ยวๆ นั้น... มันคือโฉนดที่ดินแปลงเดียวกับที่พวกเขากำลังจะใช้สร้างโรงงานแปรรูปอาหาร!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
- - - - - - - - - -
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 27
การเดินทางเข้าเมืองครั้งใหญ่
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!