"ถ้าไม่อยากให้แขนข้างนั้นใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวออกไปให้พ้นรัศมีสายตาของฉันซะ!"
น้ำเสียงของหลินอิงอิงไม่ได้ดังเหี้ยมเกรียม แต่มันเต็มไปด้วยไอสังหารเย็นเยียบที่ถูกกดไว้ภายใต้รอยยิ้ม สอดคล้องกับปลายนิ้วเรียวที่กำลังหมุนมีดปอกผลไม้สแตนเลสสตีลนำเข้าจากโลกอนาคตอย่างคล่องแคล่วว่องไว รัศมีคมกริบของใบมีดสะท้อนแสงแดดยามบ่ายวาววับจนชายแปลกหน้าผู้สวมเสื้อโค้ทกันหนาวตัวใหญ่ถึงกับผะเผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาของชายแปลกหน้าคนนั้นหรี่แคบลง ลอบมองข้อมือขาวผ่องของหญิงสาวที่ปราศจากร่องรอยของสิ่งผิดปกติ ทว่า สัญชาตญาณดิบของพวกนักล่าสมบัติและพวกเงาตลาดมืดที่ชีพจรเต้นเร้าด้วยความโลภบอกเขาชัดเจนว่า ประกายแสงอุ่นวาบที่วาบผ่านเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา มันคือ "สิ่งของวิเศษ" ที่ทรงคุณค่าเกินกว่าจะประเมินราคาได้ และมันกำลังซ่อนอยู่กับแม่บ้านชาวเกาะผู้นี้
"คุณ... คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันครับ สหายผู้หญิง ผมแค่เดินผ่านมาแถวนี้..." ชายแปลกหน้าฝืนยิ้มกลบเกลื่อน น้ำเสียงแหบพร่าพยายามควบคุมความสั่นเครือ แต่เหงื่อกาฬที่ผุดซึมตามไรผมกลับทรยศเขาอย่างสิ้นเชิง
อิงอิงแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่าภายในใจกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เธอกวาดสายตาสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว ตรอกแคบๆ หลังสหกรณ์ประจำหมู่บ้านในยามบ่ายเช่นนี้ค่อนข้างปลอดคน ผู้คนต่างพากันไปทำงานในแปลงนาหรือท่าเรือ นี่คือจังหวะเวลาที่อันตรายที่สุด หากปล่อยให้ไอ้สารเลวนี่ส่งสัญญาณเรียกพรรคพวก หรือบีบให้เธอต้องใช้ "ไอemม์ล้ำยุค" ออกมาต่อสู้จนเกินขอบเขต ความลับเรื่องมิติในข้อมืออาจรั่วไหล และนั่นจะนำภัยพิบัติมาสู่ตัวเธอและเฉินเหว่ยผู้เป็นสามีอย่างแน่นอน
ในมิติของเธอมีทั้งเครื่องช็อตไฟฟ้าและสเปรย์พริกไทยเกรดทหาร แต่การหยิบมันออกมากลางแจ้งต่อหน้าพยานแอบแฝンย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นเกมจิตวิทยา เธอจึงต้องใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าในการหักดิบความสงสัยนั้นเสีย
"ผ่านมา? ด้วยเสื้อโค้ทหนาเตอะในวันที่อุณหภูมิเกือบสามสิบองศาเนี่ยนะ?" อิงอิงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทีละน้อย ทุกย่างก้าวของเธอมั่นคงและทรงพลังราวกับผู้ล่า "หรือว่า... นายกำลังสนใจจักรยานมือสองคันนี้กันแน่?" เธอแกล้งเอื้อมมือไปแตะเบาะจักรยานเหล็กขึ้นสนิม เพื่อดึงความสนใจของอีกฝ่ายให้หลุดออกจากร่องรอยพลังงานมิติ
ชายแปลกหน้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตายังคงเหลือบมองข้อมือของนางสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ไร้ความหวาดกลัวใดๆ เขาลอบขยับมือขวาเข้าหาชายเสื้อโค้ท ทว่าก่อนที่นิ้วของเขาจะสัมผัสกับวัตถุบางอย่างในกระเป๋า เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังสะท้อนก้องมาจากปากตรอก
"อิงอิง?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยไออำนาจของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ทำเอาอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดฮวบ เฉินเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังไม่ทันได้ปลดกระดุมคอเสื้อ เดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววับกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนชายแปลกหน้าถึงกับตัวสั่นเทิ้ม
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนมุมปากของอิงอิงทันที ในเมื่อสามีผู้แสนดุดันและทรงอิทธิพลคนนี้มาถึงแล้ว เกมนี้เธอกำหนดกฎเกณฑ์เองได้ทั้งหมด!
"พี่เหว่ย... คนๆ นี้บอกว่าผ่านมาแถวนี้ค่ะ แต่ท่าทางเขามีพิรุธชอบกล แถมยังจ้องมองจักรยาน... เอ๊ด... หรือมองตัวฉันก็ไม่รู้ด้วยสายตาแปลกๆ ค่ะ" อิงอิงเปลี่ยนท่าทีเป็นภรรยาตัวน้อยผู้บอบบางและหวาดกลัวในพริบตา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยพอดิบพอดีจนน่าสงสาร ทว่าดวงตากลมโตกลับพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์
เฉินเหว่ยหรี่ตามองชายแปลกหน้าหัวจรดเท้า ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างภรรยาตัวน้อยกับไอ้สายลับกระจอกผู้นั้นไว้ราวกับภูเขาเหล็กกล้า แรงกดดันมหาศาลจากทหารอาชีพทำให้ชายแปลกหน้าแทบเข่าทรุด
"แกเป็นใคร มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ใกล้ภรรยาฉัน?" เสียงทุ้มกดต่ำคาดคั้น ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลกคามือ
"มะ... ไม่ได้ทำอะไรครับสหายผู้กอง ผมแค่มองหา... เอ่อ มองหาร้านขายตั๋วรถไฟครับ!" ชายแปลกหน้าละล่ำละลักแก้ตัว ใบซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
"ร้านขายตั๋วรถไฟอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกสามกิโลเมตร แต่แกกลับมาเดินซุ่มอยู่หลังเสาโทรศัพท์ท้ายตรอกร้างเพื่อจ้องมองเมียฉัน... ช่างเป็นเส้นทางที่อ้อมโลกเสียจริงนะ" เฉินเหว่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รัศมีอันตรายพุ่งทะยานจนชายแปลกหน้าไม่กล้าสบตา
อิงอิงแอบอมยิ้มอยู่ที่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของสามี เธอรู้ดีว่าเฉินเหว่ยไม่ใช่คนที่จะปล่อยผ่านเรื่องน่าสงสัยเช่นนี้แน่นอน และการที่สามีของเธอปรากฏตัวได้ทันเวลาพอดิบพอดี ยิ่งทำให้ความลับของมิติที่เกือบหลุดรอดไปเมื่อครู่ถูกผนึกกลับเข้าไปอย่างแน่นหนาไร้ร่องรอย
"พาตัวไปส่งสถานีตำรวจหมู่บ้าน ให้ทางการสอบสวนดูซิว่าไอ้สหายคนนี้มันตกงานจนต้องมาเดินส่องของชาวบ้าน หรือว่า... มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงกันแน่" อิงอิงเอ่ยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใส แต่เนื้อหาภายในกลับเฉียบคมจนเฉินเหว่ยต้องเหลือบมองภรรยาด้วยแววตาพึงพอใจ
"ตามนั้น" เฉินเหว่ยพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เขายื่นมือหนาออกไปกระชากคอเสื้อของชายแปลกหน้าขึ้นมาลอยหวิดพื้นราวกับหิ้วลูกไก่ แรงมหาศาลนั้นทำให้อีกฝ่ายไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขืน
ทว่า... ในจังหวะที่เฉินเหว่ยกำลังจะหันหลังลากตัวผู้บุกรุกออกไป สายตาของอิงอิงที่มองลอดผ่านไหล่กว้างของสามี กลับต้องชะงักกึก!
เมื่อหางตาของเธอบังเอิญเหลือบไปเห็นเงาดำอีกร่างหนึ่งกำลังยืนหลบอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกร้างฝั่งตรงข้าม กล้องส่องทางไกลสีดำสนิทสะท้อนแสงอาทิตย์วับวาม และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ปลายกระบอกปืนไรเฟิลติดลำกล้องกำลังเล็งตรงมาที่แผ่นหลังของเฉินเหว่ยอย่างแม่นยำ!
ลมทะเลพัดรัก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นในทุกๆ ตอนนะครับ
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 26
ความลับของมิติที่เกือบหลุด
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!