ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 24

กลิ่นหอมฟุ้งจนคนข้างบ้านตะโกนถาม

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ใครกล้า!" เสียงคำรามต่ำในลำคอของเฉินเหว่ยดังสะเทือนก้องราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นขนัดภายใต้ร่มเงาชายคา ก้าวออกมาจากห้องครัวพร้อมกับทัพพีไม้ในมือ แทนที่จะเป็นปืนหรืออาวุธสงคราม แต่วิญญาณนักรบเดนตายที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนกลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนกลุ่มคนฉกรรจ์ของเทั้งแกะซุนถึงกับชะงักกึก ไม้หน้าสามในมือของลูกน้องคนสนิทสั่นเทาขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ บรรยากาศหน้าบ้านตระกูลเฉินในยามพลบค่ำ แทนที่จะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจากการบุกรุก กลับถูกความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจมืดของเถ้าแก่ซุน แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมอันล้ำลึกเกินกว่าจะหาคำบรรยายของ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง" ที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่บนเตาไฟในบ้าน ซุนหยวน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันลับหลังว่า "เถ้าแก่ซุน" ผู้มีพุงพลุ้ยและใบหน้ามันเยิ้มจากคราบไคลเงินกู้ยืม ดมจมูกฟุดฟิด ดวงตาตี่เล็กเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว สมองของอันธพาลท้องถิ่นที่ปกติถูกขับเคลื่อนด้วยความโลภและความโหดเหี้ยม บัดนี้กลับถูกรบกวนด้วยกลิ่นหอมของซีอิ๊วชั้นดี น้ำตาลเคี่ยวจนเป็นคาราเมล และเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะที่ลอยทะลุผ่านช่องรั้วไม้ออกมาเตะจมูกอย่างจัง "เฮ้ย... กลิ่นอะไรวะเนี่ย?" เถ้าแก่ซุนพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำลายสอพรั่งพรูขึ้นมาเต็มปากจนต้องกลืนลงคออึกใหญ่ ลืมวัตถุประสงค์เดิมที่จะมาทวงหนี้หรือพังบ้านไปชั่วขณะ ภายในครัว หลินอิงอิงไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ร่างระหงในผ้ากันเปื้อนสีสะอาดสะอ้านยังคงยืนกวนหมูสามชั้นในหม้อดินด้วยท่าทีสุขุม นัยน์ตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างเหนือชั้น เธอกะจังหวะไว้อย่างแม่นยำ มิติลับของเธอไม่ได้มีดีแค่การเก็บรักษาวัตถุดิบสดใหม่จากอนาคต แต่ยังมีเครื่องปรุงรสระดับพรีเมียมที่ต่อให้พลิกแผ่นดินหาในยุค 80 นี้ก็ไม่มีวันพบเจอ "เฉินเหว่ยคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด "อย่าเพิ่งใช้กำลังกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้เลยครับ... เอ๊ย... หมายถึง ปล่อยให้พวกเขาได้กลิ่นหอมๆ นี่ก่อนเถอะค่ะ กลิ่นระดับนี้ ถ้าไม่ได้ชิมสักคำ คงนอนตายตาไม่หลับกันพอดี" เฉินเหว่ยหันกลับมามองภรรยาแสนสวย แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและหลงใหลในพริบตา เขาวางทัพพีลงแล้วเดินเข้าไปใกล้โอบเอวบางไว้หลวมๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน "ถ้าพวกมันกล้าทำลายบรรยากาศมื้อค่ำของเรา ผมจะหักขาพวกมันทีละคน" "ใจเย็นก่อนสิคะสามี อาหารอร่อยๆ แบบนี้ ต้องใช้ความสุขสยบความพาลต่างหาก" อิงอิงยิ้มละไม เธอยกชามกระเบื้องเคลือบสีนวลที่ตักหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำวาว ราดด้วยน้ำซุปข้นคลั่กส่งควันฉุยออกมา ส่งให้ชายหนุ่มถือออกไปที่ประตู เมื่อบานประตูไม้เปิดกว้างออกอย่างเต็มที่ แสงไฟสีส้มอุ่นจากตะเกียงภายในบ้านสาดกระทบเข้ากับไอน้ำร้อนกรุ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น กลิ่นหอมตลบอบอวลระดับความเข้มข้นร้อยเปอร์เซ็นต์ก็พุ่งเข้าใส่หน้ากลุ่มคนร้ายแบบเต็มๆ แรง จนคนตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่มถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นดินหน้าประตู "นะ... นี่มันกลิ่นบ้าอะไรกันวะ!" ลูกน้องคนหนึ่งอุทานออกมาเสียงดังลั่น ลืมตัวจนเผลอทิ้งไม้หน้าสามในมือตกลงพื้นเสียงดังสนั่น เถ้าแก่ซุนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ดวงตาจ้องมองชามหมูสามชั้นในมือของเฉินเหว่ยราวกับคนอดอยากปากแห้งมาแรมปี เนื้อหมูสามชั้นถูกเคี่ยวจนหนังนุ่มละมุน ชั้นไขมันใสราวกระจกแทบจะละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น สีน้ำตาลแดงเงางามเคลือบอยู่บนชิ้นเนื้อหนาเตอะ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้กระเพาะอาหารบีตัวคำรามออกมาเสียงดัง "โครกคราก" "เถ้าแก่ซุน" เฉินเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ มาเยือนถึงหน้าบ้านมีธุระอันใด หรือว่ากลิ่นอาหารบ้านเรามันรบกวนจมูกท่านจนทนไม่ไหว?" เถ้าแก่ซุนหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและตะกละตะกลามปนเปกันไป เขาพยายามรวบรวมความกร่างของเจ้าหนี้ขึ้นมาใหม่ แต่สายตากลับไม่ยอมละออกจากชิ้นหมูสามชั้นในชามเลยแม้แต่น้อย "สะ... สาดหนี้! แกติดดอกเบี้ยข้าอยู่สามสิบหยวนนะไอ้เฉิน! ถ้าไม่มีจ่าย วันนี้ข้าจะรื้อบ้านแก..." "สามสิบหยวนงั้นหรือ?" เสียงหวานกังวานของหลินอิงอิงดังแทรกขึ้น เธอเดินถือตะเกียบไม้ไผ่สะอาดสะอ้านก้าวออกมาเคียงข้างสามี รอยยิ้มบนใบหน้าสะสวยนั้นงดงามจนแม้แต่พวกอันธพาลยังต้องตะลึง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากว่าใบหน้าของเธอกลับเป็นตะเกียบในมือที่คีบชิ้นหมูสามชั้นชิ้นโตขึ้นมา เป่าเบาๆ ให้ไอความร้อนจางลงเล็กน้อย ก่อนจะส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ *งั่ม... ละลายในปาก น้ำซุปเข้มข้นกระจายทั่วสัมผัส...* เสียงเคี้ยวอาหารอย่างมีความสุขของอิงอิงดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ทุกคนในที่นั้นต่างกลืนน้ำลายตามเสียงเคี้ยวนั้นราวกับถูกสะกดจิต เถ้าแก่ซุนรู้สึกเหมือนมีไฟแผดเผาอยู่ในท้อง ความหิวโหยเข้าครอบงำจนสติปัญญาเลือนหาย "อร่อย..." อิงอิงพึมพำเบาๆ แกล้งทำเป็นมองหน้าเถ้าแก่ซุนด้วยความเวทนา "น่าเสียดายจังเลยนะคะเถ้าแก่ซุน อาหารอร่อยระดับตำนานแบบนี้ ต่อให้ท่านมีเงินสามสิบหยวน หรือสามร้อยหยวน ก็ไม่มีทางหาซื้อกินที่ไหนได้อีกแล้วในอำเภอนี้ เพราะนี่คือฝีมือของฉันคนเดียว..." เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง กวาดสายตามองกลุ่มอันธพาลที่ยืนน้ำลายสอเป็นแถว ก่อนจะยื่นข้อเสนอที่ไม่มีใครคาดคิด "แต่... ถ้าท่านยอมยกหนี้สามสิบหยวนนั้นให้เราเป็นโมฆะ พร้อมทั้งเซ็นสัญญาปลดหนี้ให้ขาดจากกันในคืนนี้..." อิงอิงแย้มยิ้มพราย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับแม่ค้าหน้าเลือดผู้กุมชะตากรรมของเหยื่อ "ฉันอาจจะเมตตา ตักหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงชามนี้ให้พวกท่านแบ่งกันกินคนละคำ... เอ้า ลองตัดสินใจดูสิคะ ว่าหนี้กระดาษแผ่นเดียว กับความสุขที่ลิ้นจะได้รับอันไหนคุ้มค่ากว่ากัน?" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เถ้าแก่ซุนหันไปมองลูกน้องที่พยักหน้าหงึกๆ อย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความหิวโหยสุดขีด สมองของเจ้าหนี้เคี่ยวกรำมานานนับปีพังทลายลงในเวลาไม่ถึงสามวินาที "สะ... เซ็น! ข้าเซ็นยกหนี้ให้เดี๋ยวนี้เลย!" เถ้าแก่ซุนละล่ำละลักตะโกนลั่น ควานหาเศษกระดาษและปากกาในอกเสื้อออกมาด้วยมือที่สั่นเทา ทว่า ในวินาทีที่เถ้าแก่ซุนกำลังจะจรดปากกาลงบนกระดาษปลดหนี้ ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะเกือกม้าอันหนักหน่วงและเสียงตะโกนเอะอะโهاดก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าหมู่บ้าน แสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบตัดกับความมืดมิดยามวิกาล ร่างของชายในชุดเจ้าหน้าที่รัฐผู้ทรงอำนาจคนหนึ่งควบม้าเข้ามาหยุดตรงหน้าบ้าน พร้อมกับประกาศเสียงกร้าวที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ "หลินอิงอิง! เฉินเหว่ย! พวกท่านถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายจากต่างถิ่น จงเปิดประตูให้ตรวจค้นเดี๋ยวนี้!"
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%