“ถุงแป้งถุงนี้... เจ้าได้แต่ใดมา, โจรสวะ?”
เสียงทุ้มต่ำของเฉินเหว่ยดังลอดไรฟัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างสั่นเทาของชายหนุ่มรูปร่างผอมเกร็งที่ถูกมัดมือไพล่หลังติดกับเสาเรือน ปลายเท้าของมันแทบไม่แตะพื้นเพราะแรงดึงจากเชือกป่านที่นายทหารหนุ่มผูกไว้อย่างแน่นหนา กลางลานบ้านตระกูลเฉินยามนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดที่เฉียบขาด แตกต่างจากความเงียบสงบยามวิกาลอย่างสิ้นเชิง
หลินอิงอิงก้าวเท้าเข้ามาใกล้สามี พลางใช้ปลายนิ้วเรียวงามเคาะลงเบาๆ บนถุงกระดาษสีน้ำตาลหยาบที่บรรจุแป้งสาลีเนื้อละเอียดพิเศษ ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามในค่ายทหารและตลาดมืดช่วงเวลานี้ รอยยิ้มปริศนาผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม เธอปรายตามองเศษดินโคลนแห้งกรังติดรองเท้าผ้าใบของโจรหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าทรงพลัง
“ในเมื่อเจ้าปีนรั้วเข้ามาในเขตบ้านพักทหารยามวิกาล เพื่อขโมยเพียงถุงแป้งสาลีขาวบริสุทธิ์เกรดพรีเมียมจากมิติลับของฉัน... ช่างเป็นแผนการที่โง่เขลาเสียจริง หรือมีใครอยู่เบื้องหลังการลักลอบขนเสบียงครั้งนี้กันแน่?”
โจรหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด มันพยายามส่ายหัวปฏิเสธพัลวัน “ข... ข้าไม่ได้มีใครบงการ! ข้าแค่อยากได้แป้งไปทำหมั่นโถวประทังชีวิตเท่านั้น นายท่านโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
“หมั่นโถว? แป้งสาลีขาวละเอียดขนาดนี้ ต่อให้เอาไปนวดด้วยมือเซียน ก็ไม่มีทางทำได้แค่หมั่นโถวธรรมดาหรอกนะ” อิงอิงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอนั้นเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนหัวลุก เธอรู้ดีว่าแป้งเกรดนี้ในยุคสมัยนี้มีค่ามากแค่ไหน ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หมู่บ้านกำลังเตรียมตัวจัดงานมงคลสมรสครั้งใหญ่ของตระกูลผู้มีอิทธิพลในอำเภอด้วยแล้ว วัตถุดิบชั้นดีคือสิ่งที่ทุกคนต่างแย่งชิง
เฉินเหว่ยปรายตาภรรยาแวบหนึ่ง แววตาที่เคยมองคนร้ายด้วยความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและตามใจในเสี้ยววินาที มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของภรรยาโดยสัญชาตญาณเพื่อถ่าย ๓ ทอดความอบอุ่น “อิงอิง... หากเหนื่อยนัก เจ้าไม่เห็นต้องลงมาสอบสวนมันด้วยตนเอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เถอะ พี่จัดการลากคอมันไปส่งกองร้อยได้ทันที”
“ไม่ได้หรอครับพี่เหว่ย...” อิงอิงส่ายหัวเบาๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ “คนผู้นี้ไม่ได้มาแค่เพื่อขโมย แต่เขาคือ ‘โอกาส’ ทองที่จะทำให้แผนการขยายกิจการรับจ้างทำอาหารงานมงคลของเราก้าวไปอีกขั้นต่างหาก”
สิ้นคำพูดของภรรยา เฉินเหว่ยก็พลันเข้าใจทันที สามีภรรยาคู่นี้ผ่านสมรภูมิชีวิตและการค้าขายมาด้วยกันนักต่อนัก รอยยิ้มมุมปากของภรรยาตัวร้ายคนนี้ไม่เคยเสียเปล่า
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ชื่อเสียงของหลินอิงอิงในฐานะเชฟมือทองผู้รังสรรค์เมนูงานเลี้ยงด้วยวัตถุดิบแปลกใหม่และรสชาติลึกล้ำเริ่มขจรขจายไปทั่วทั้งตำบล ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นตุ๋นซีיוว์น้ำแดงที่ละลายในปาก หรือซุปไก่ตุ๋นโสมป่าที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วสามหมู่บ้าน ทำให้ผู้ใหญ่บ้านและคหบดีหลายแห่งต่างพากันส่งเทียบเชิญให้เธอไปรับหน้าที่เป็น ‘แม่ครัวใหญ่’ ในงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองประจำฤดูเก็บเกี่ยวที่จะถึงนี้
แต่ปัญหาใหญ่คือ ‘วัตถุดิบ’
การทำอาหารเลี้ยงคนนับร้อยในยุคขาดแคลนเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้เธอจะมีมิติลับวิเศษที่เก็บกักวัตถุดิบคุณภาพสูงจากอนาคตไว้มากมายเพียงใด แต่การนำออกมาใช้แบบโต่งแจ้งย่อมดึงดูดสายตาและความสงสัยของผู้คน การมีตัวละครลับหรือช่องทางจัดหาวัตถุดิบที่สมเหตุสมผลจึงเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคมที่สุด
อิงอิงก้าวเข้าไปใกล้โจรหนุ่มอีกก้าวหนึ่ง โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบแต่ทรงพลัง “ถ้าไม่อยากให้ฉันส่งตัวแกให้สารวัตรทหารไปนอนซังเตจนลืมวันลืมคืน... จงบอกมาเสียดีๆ ว่าใครเป็นคนส่งแกมาขโมยแป้ง หรือว่า... แกคือคนของสมาคมพ่อค้าตลาดมืดที่ส่งมาสืบเรื่องสูตรอาหารของฉัน?”
โจรหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัวจนขีดสุด “ข... ข้าสารภาพแล้ว! ข้าไม่ได้เป็นโจรอาชีพ! ข้าแค่รับจ้างขนของให้เถ้าแก่ซุน... เถ้าแก่ซุนแห่งโรงสีเก่าท้ายหมู่บ้าน เขาบอกว่าให้มาแอบดูว่าสะใภ้ตระกูลเฉินใช้วัตถุดิบอะไรทำอาหารงานมงคล ทำไมกลิ่นถึงได้หอมหวนจนคนมารุมล้อมครึ่งค่อนหมู่บ้านเช่นนั้น!”
เฉินเหว่ยหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างกำยำจนโจรหนุ่มแทบสิ้นสติ “เถ้าแก่ซุน... ตาเแก่เจ้าเล่ห์คนนั้น กล้าส่งคนมาสอดแนมบ้านฉันรึ?”
“ใจเย็นก่อนครับพี่เหว่ย” อิงอิงยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงปราม แววตาของเธอทอประกายความสนุกสนานราวกับผู้เล่นหมากรุกที่กำลังมองคู่ต่อเดินหมากเข้ามุมอับ “ในเมื่อเถ้าแก่ซุนอยากรู้... เราก็ควรจะ ‘จัดให้’ เขาอย่างสาสมไม่ใช่หรือครับ?”
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง สะใภ้ตระกูลเฉินประกาศรับจ้างทำอาหารสำหรับงานมงคลอย่างเป็นทางการ! ไม่เพียงแต่รับจัดเตรียมโต๊ะจีนตามวิถีชาวบ้านเท่านั้น แต่เธอยังเปิดรับ ‘บริการจัดเลี้ยงเคลื่อนที่’ สำหรับงานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ และงานฉลองยศของนายทหาร โดยการันตีความอร่อยระดับภัตตาคารหลวง หากใครจองคิวแรก จะได้รับสิทธิพิเศษในการเลือกเมนูหายากที่ไม่มีใครเคยลิ้มลองมาก่อน
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่บริเวณลานกลางหมู่บ้าน แม่สามีตระกูลเฉินที่แอบซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้านถึงกับกัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความเจ็บใจ นัยน์ตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความโลภและริษยา “นังตัวดี! มันกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้เชียวรึ! เปิดรับจ้างทำอาหารหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองโดยไม่ยอมแบ่งให้ครอบครัวเราเลยสักแดงเดียว!”
แต่ก่อนที่แม่สามีจะทันได้เดินเข้าไปอาละวาดตามนิสัยเดิม ร่างสูงใหญ่ของเฉินเหว่ยก็ก้าวออกมาขวางทางไว้ราวกับภูเขาผา นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมารดาด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก “แม่มีธุระอันใดที่หน้าบ้านผม หากคิดจะมาหาเรื่องภรรยาผมล่ะก็... คงต้องก้าวข้ามศพผมไปก่อน”
แม่สามีสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวลูกชายแท้ๆ ของตนเอง “แก... เจ้าลูกอกตัญญู! เห็นเมียดีกว่าแม่รึไง!”
“ครับ ผมเห็นภรรยาผมสำคัญที่สุดเสมอ” เฉินเหว่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ทำเอาแม่สามีโมโหจนหน้าดำหน้าแดงแต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องสะบัดก้นเดินหนีกลับบ้านด้วยความคับแค้นใจ
ตัดภาพมาที่ครัวหลังบ้าน หลินอิงอิงกำลังงละเลงฝีมือการทำอาหารอย่างอารมณ์ดี กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศนานาชนิดผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีทอดกรอบลอยละล่องไปทั่วบริเวณ วันนี้เธอมีลูกค้ารายใหญ่รายแรกติดต่อเข้ามา นั่นคือหัวหน้าสถานีรถไฟประจำอำเภอที่ต้องการจัดงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งใหม่ให้กับบุตรชาย
“อิงอิง... ลูกค้ารายนี้เรื่องมากพอสมควรนะ เจ้ามั่นใจหรือว่าจะใช้เมนูซิกเนเจอร์ตัวใหม่?” เฉินเหว่ยเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมสันซบลงบนลาดไหล่สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของภรรยาอย่างหลงใหล
“พี่เหว่ย... วางใจเถอะครับ” อิงอิงหัวเราะเบาๆ มือยังคงคนน้ำซุปเคี่ยวเค็มหวานเข้มข้นในหม้อดินเผาอย่างคล่องแคล่ว “ความอร่อยคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด และวันนี้... ฉันจะทำให้คนตระกูลซุนรวมถึงแขกเหรื่อทุกคนต้องสยบแทบเท้าด้วย ‘เมนูเด็ด’ ที่พวกเขาไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต”
เธอตักน้ำซุปสีอำพันรสชาติกลมกล่อมขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะป้อนให้สามีชิม เฉินเหว่ยอ้าปากรับรสชาติอันล้ำลึกนั้น ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมของเนื้อตุ๋นที่ละลายในปากผสานกับกลิ่นหอมของสมุนไพรจีนทำเอาหัวใจคนเป็นสามีพองโต
“อร่อยมาก... อร่อยจนพี่เกรงว่าแขกในงานอาจจะแย่งกันกินจนโต๊ะพังเลยทีเดียว” เฉินเหว่ยกระซิบข้างใบหูภรรยาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็รั่วรัวดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนโهاกฮากด้วยความตื่นตระหนกของชายคนหนึ่ง “คุณนายเฉิน! แย่แล้วครับ! เถ้าแก่ซุนพาคนบุกมาที่หน้าบ้าน พร้อมกับกล่าวหาว่าพวกท่านขโมยสูตรลับอาหารของโรงสีและพยายามวางยาพิษแขกในงานแต่งงาน!”
เฉินเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาทันที อิงอิงค่อยๆ วางทัพพีในมือลง เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ
“มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะ... หมากตานี้ ช่างน่าสนุกเสียจริง”
เธอหันไปสบตากับสามี ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับพายุลูกใหม่ที่กำลังโหมกระหน่ำที่หน้าประตูบ้าน
...และในจังหวะที่ประตูรั้วไม้ถูกถีบเปิดออกโดยกลุ่มคนฉกรรจ์ของเถ้าแก่ซุน กลิ่นหอมอันเย้ายวนใจของหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษจากมิติลับของอิงอิง ก็พวยพุ่งทะลุทะลวงออกไปปะทะจมูกของทุกคนที่ยืนอยู่หน้าบ้าน จนแม้แต่คนร้ายที่ถือไม้หน้าสามเตรียมมาพังบ้าน ก็ยังต้องเผลอกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ด้วยความหิวโหยอย่างควบคุมไม่อยู่!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของสะใภ้อิงอิงและพี่เหว่ยด้วยความอบอุ่นเสมอนะครับ
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 23
ขยายธุรกิจรับจ้างทำกับข้าว
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!