“เจ้าเอาเงินจากไหนมาซื้อเนื้อชิ้นโตขนาดนี้! นังตัวดี! แกแอบขโมยเงินลูกชายฉันไปงั้นรึ!”
เสียงแหลมสูงของนางเฉินผู้เป็นแม่สามีตวาดลั่นจนผนังบ้านดินสั่นสะเทือน หลินอิงอิงไม่ได้สะดุ้งโหยงหรือลนลานแก้ตัวตามนิสัยเดิมที่เคยเป็น เธอเพียงแค่ก้มลงมองเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยกริบที่วางอยู่บนเขียงไม้ ก่อนจะใช้มีดปังตอคมกริบสับลงไปฉับเดียวจนขาดกระจุยด้วยความแม่นยำ
“เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ฉันหามาเองจากการขายสมุนไพรป่าบนเขา ท่านแม่ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับว่ามันจะเป็นเงินของพี่เฉิน เพราะลำพังแค่เงินเดือนทหารของเขา แค่ค่ารักษาพยาบาลตัวเองในแต่ละเดือนก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว”
คำตอบที่นุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทำเอานางเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง หญิงวัยกลางคนเม้มปากแน่น ดวงตาจ้องเขม็งไปที่เนื้อหมูชิ้นนั้นด้วยความอิจฉาริษยา “แกอย่ามาปากดี! คนอย่างแกจะไปรู้อะไรเรื่องหาเงิน! ต้องเป็นเงินที่มันแอบแบ่งไว้ให้แกแน่ๆ นังลูกสะใภ้ขี้เกียจ!”
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังคุกรุ่น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะของรองเท้าบูททหารก็ดังขึ้นจากหน้าประตู เฉินเหว่ยในชุดเครื่องแบบที่ยังดูเปื้อนฝุ่นจากการฝึกเดินเข้ามาในครัวพอดี เขามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบนั้นกลับจับจ้องไปที่หลินอิงอิงเพียงคนเดียว
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้นสั้นๆ
“พี่เหว่ย! ดูเมียคุณสิ! นางฟุ้งเฟ้อเอาเงินไปซื้อเนื้อสัตว์ทั้งที่บ้านเราแทบจะไม่มีกินแล้ว!” แม่สามีรีบฟ้องทันทีโดยไม่ดูสีหน้าลูกชาย
หลินอิงอิงไม่ได้หันไปมองสามี เธอเพียงหยิบขิงแก่และเครื่องเทศแปลกตาออกจากตะกร้าที่ดูเหมือนจะเป็นของเก่าเก็บ แต่กลิ่นหอมของมันกลับพุ่งออกมาจนฉุนจมูก เธอเริ่มลงมือผัดเนื้อหมูในกระทะเหล็กที่ตั้งไฟจนร้อนจัด เสียงน้ำมันกระเด็นเปรี๊ยะๆ ผสานกับกลิ่นเครื่องเทศที่หอมฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณจนคนในครัวอดไม่ได้ที่จะต้องลอบกลืนน้ำลาย
เฉินเหว่ยมองแผ่นหลังของภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหารด้วยท่าทางคล่องแคล่ว แตกต่างจาก 'หลินอิงอิง' คนเดิมที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง หญิงสาวตรงหน้าเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูอ่อนแอหรือหวาดกลัวแม่ของเขาอีกต่อไป ท่วงท่าการตวัดตะหลิวที่ดูเป็นจังหวะและมั่นใจนั้น มันดูคล้ายกับทหารที่กำลังวางแผนในสมรภูมิอย่างไรอย่างนั้น
เขายืนนิ่ง พินิจดูการขยับนิ้วมือที่เรียวงามแต่เต็มไปด้วยความแข็งแรงของเธอ ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจ... ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอรู้วิธีการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีขนาดนี้? และตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สายตาของเธอเปลี่ยนจากความวิตกกังวลเป็นความเย็นชาที่เปี่ยมด้วยความฉลาด?
“พี่เฉินครับ...” หลินอิงอิงหันมาสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความขลาดกลัวอย่างที่เคยมี “ถ้าพี่หิวแล้ว ก็ล้างมือแล้วมาทานเถอะครับ วันนี้ฉันทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' สูตรพิเศษ ให้รางวัลสำหรับการทำงานหนักของพี่”
เฉินเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับเครื่องเทศที่ลอยแตะจมูกทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดด้วยอำนาจบางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ เขาเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเหลือบมองกระทะที่เนื้อหมูค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มสวยงามราวกับภาพวาด
“เจ้าไปเรียนทำอาหารแบบนี้มาจากไหน?” เขาถามเบาๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความดุดัน แต่กลับแฝงด้วยความสนใจที่ปิดไม่มิด
“ชีวิตคนเรามีความลับที่บอกไม่ได้อยู่บ้างครับพี่” เธอตอบพลางยิ้มมุมปาก “แต่ที่แน่ๆ คือต่อจากนี้ไป บ้านของเราจะไม่มีวันอดมื้อกินมื้ออีก”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นรัวและเร่งร้อน ตามมาด้วยเสียงตะโกนของหัวหน้าหมู่บ้านที่ฟังดูตื่นตระหนก
“เฉินเหว่ย! อิงอิง! ออกมาเร็วเข้า! ทางการมาที่หมู่บ้านแล้ว! พวกเขาบอกว่า... พวกเขามาตามหาสินค้าต้องห้ามที่ถูกแอบนำเข้ามาจำหน่ายในเขตนี้!”
เฉินเหว่ยหันขวับไปมองหน้าภรรยาที่นิ่งสนิท ทว่าในแววตาของหลินอิงอิงกลับปรากฏประกายของความเย็นเยียบที่น่ากลัว... เพราะเขารู้ดีว่าใต้เตียงในห้องนอนของเขานั้น มีลังไม้ที่เธอนำเข้ามาเก็บไว้เมื่อคืนนี้ และเขายังไม่เคยเปิดดูมันเลยสักครั้ง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บัดนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลมทะเลพัดรัก
ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 7
เมื่อทหารหนุ่มเริ่มสนใจภรรยา
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!