ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์•ตอนที่ 32

แม่สามีพยายามย้ายมาอยู่ด้วย

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
เสียงกระแทกกระทั้นตรงประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง ราวกับผู้มาเยือนไม่ได้มาเพื่อเคารพเจ้าบ้าน แต่ตั้งใจจะพังมันให้พังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา หลินอิงอิงชะอักมือที่กำลังถือตะหลิวไม้ไผ่ผัดหอยลายผัดฉ่าในกระทะเหล็กหล่อ ไอความร้อนพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมหววนของพริกขี้หนูสวนกระเทียมดองและใบโหระพาที่อบอวลไปทั่วห้องครัว กลิ่นไอทะเลผสมผสานกับเครื่องเทศอันจัดจ้านนี้ลอยฟุ้งออกไปทางหน้าต่าง ทว่ามันกลับไม่หอมเย้ายวนใจเท่ากับเสียงโวยวายแหลมสูงที่แผดดังทะลุรั้วเข้ามา "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังลูกสะใภ้อกตัญญู! ผัวแกส่งเงินเดือนมาให้ตั้งมากมาย แต่แกกลับมากินอยู่สุขสบายบนเกาะบ้านนอกนี่ ปล่อยให้ฉันกับน้องชายแกต้องอดมื้อกินมื้ออย่างนั้นเรารึ! เปิดเดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมแสบแก้วหูนั้นไม่ใช่ใครอื่น แม่สามีตระกูลเฉิน หญิงชราผู้มีความโลภฝังรากลึกในกระดูกดำ อิงอิงถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาบางกะพริบลงช้าๆ เพื่อระงับความหงุดหงิดที่ตีตื้นขึ้นมา ดูเหมือนความสงบสุขของเราจะถูกท้าทายเร็วกว่าที่คิด เธอนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมาในใจ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย กลับกัน ประสบการณ์จากโลกอนาคตและการใช้ชีวิตในมิติลับทำให้เธอมองเห็นความน่าสมเพชของคนแก่ที่เอาแต่ใจตัวเองเหล่านี้เป็นเพียงตัวตลกในละครโรงเล็ก กระทะบนเตายังคงส่งเสียงฉ่า น้ำซอสเข้มข้นเคลือบตัวหอยลายสีทองอร่าม อิงอิงหรี่ไฟลงเล็กน้อย ตักหอยผัดฉ่าจานร้อนใส่จานเซรามิกเคลือบสีครามลายคลาสสิกที่เธอเพิ่งเอาออกมาจากมิติลับเมื่อครู่ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายจนชวนน้ำลายสอ ก่อนที่เธอจะเดินนวดแป้งและเช็ดมือด้วยผ้าสะอาด ย่างสามขุมไปที่ประตูรั้วด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับราชนีผู้กำลังจะไปตรวจราชการทัพ ไม่ใช่ภรรยาชาวเกาะที่กำลังถูกแม่สามีมาอาละวาดหน้าบ้าน แอ๊ด... เสียงประตูรั้วไม้เปิดออก ร่างผอมเกร็งของแม่สามีในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ พร้อมใบหน้าบึ้งตึงเตรียมจะพ่นคำด่าทอชุดใหญ่ใส่หน้าลูกสะใภ้ ทว่า เมื่อประตูเปิดกว้างขึ้นจนเห็นใบหน้าสะสวยผ่องใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และชุดผ้าลินินเนื้อดีที่อิงอิงสวมใส่—ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เสื้อผ้าของคนยากจนข้นแค้น—คำด่าทั้งหมดก็พลันติดอยู่ที่ลำคอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก "อ้าว คุณแม่..." อิงอิงเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นามีประกายความเยือกเย็นซ่อนอยู่ "ลมอะไรหอบท่านมาถึงเกาะลึกนี่ได้ล่ะครับ เดินทางมาเหนื่อยๆ ไม่กลัวลมทะเลกัดผิวเหี่ยวๆ ของท่านหรอกหรือ" "นัง... นังอิงอิง! แกกล้าดีอย่างไรถึงพูดจายอกย้อนฉันแบบนี้!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด "ฉันเป็นแม่สามีแกนะ! แกเห็นหัวฉันบ้างไหม! ผัวแกออกไปฝึกซ้อมทางทหาร แกก็แอบมากินหรูอยู่สบายคนเดียว ปล่อยให้ฉัน แก่ปูนนี้แล้วต้องลำบากตากแดดตากลมอยู่ที่บ้านเดิม! วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อประกาศให้ชัดเจน... ฉันจะย้ายมาอยู่ด้วย!" ประโยคสุดท้ายประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หวังว่าลูกสะใภ้จะต้องหวาดกลัวและรีบก้มกราบอ้อนวอนต้อนรับนางเข้าบ้านเพื่อเอาหน้า อิงอิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับกอดอกแล้วมองสำรวจแม่สามีหัวจรดเท้าด้วยสายตาวิเคราะห์ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าตำหนิในตลาดสด "ย้ายมาอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือครับ?" อิงอิงทวนคำ น้ำเสียงเจือแววขบขันอย่างไม่ปิดบัง "ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าบ้านหลังนี้ต้อนรับคนประเภทท่าน" "ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้! บ้านหลังนี้ผัวแกเป็นคนสร้าง เงินเดือนทหารของเฉินเหว่ยก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของครอบครัวเรา เลี้ยงดูฉันซึ่งเป็นแม่แท้ๆ มันคือความกตัญญูที่ฟ้าดินย่อมสรรเสริญ! แกไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน!" แม่สามีเชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ คิดว่ายกเอาข้ออ้างเรื่องความกตัญญูกตเวทีมาอ้างแล้วจะไม่มีใครกล้าหือ อิงอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวนั้นทำให้แม่สามีรู้สึกขนลุกแปลกๆ "ความกตัญญูหรือครับ?" อิงอิงก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กดดันให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ท่านจำได้ด้วยหรือว่าคำนี้สะกดอย่างไร? ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในตระกูลเฉิน มีวันไหนบ้างที่ท่านไม่เคยมาไถเงินเฉินเหว่ย? มีวันไหนบ้างที่ท่านไม่เอาเงินเดือนของเขาไปปรนเปรอพี่ชายคนโตที่เอาแต่เล่นการพนันจนหมดตัว? เงินที่เฉินเหว่ยส่งมาแต่ละบาท เป็นหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของเขาในกองทัพ ไม่ใช่บ่อเงินบ่อทองให้พวกปลิงดูดเลือดอย่างครอบครัวท่านมาเกาะกิน!" "แก!... นังเด็กเปรต ปากคอเราะร้ายนักนะ!" แม่สามีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือเหี่ยวย่นเงื้อมขึ้นสูง หมายจะตบสั่งสอนลูกสะใภ้ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงให้หลาบจำ ทว่า อิงอิงเร็วกว่า เธอไม่ได้ขยับหนี แต่กลับคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่ถูกเสริมด้วยพลังจากมิติลับ แรงบีบที่เฉียบขาดและหนักหน่วงทำให้แม่สามีต้องร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยว "จำไว้ให้ดีนะครับ..." อิงอิงโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่าดังก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "บ้านหลังนี้เป็นชื่อของผมกับเฉินเหว่ยสองคนเท่านั้น ไม่มีที่ยืนสำหรับคนเห็นแก่ตัวอย่างท่าน อยากจะมาอาศัยอยู่ด้วยหรือฝันไปเถอะครับ ต่อให้ท่านร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ประตูบานนี้ก็ไม่มีวันเปิดต้อนรับปลิงอย่างท่านเด็ดขาด!" สะบัดข้อมือออกอย่างไร้เยื่อใยจนแม่สามีเซถลาเกือบล้มคว่ำไปกับพื้นดินทราย อิงอิงปัดมือตัวเองเบาๆ ราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรกน่ารังเกียจ "ไสหัวกลับไปเสียเถอะครับ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำเกาะมาจับข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในเคหสถาน" อิงอิงกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาสุกใสจ้องมองนิ่งสนิทไร้ความกลัว แม่สามีล้มลุกคลานคลุกขึ้นมาด้วยความอับอายและแค้นเคืองจนตัวสั่นเทา ชี้หน้าด่ากราดด้วยเสียงอันสั่นเครือ "นังสารเลว! แกจำไว้เลยนะ! ฉันจะฟ้องเฉินเหว่ย! ฉันจะบอกลูกชายฉันว่าแกทำร้ายแม่ของเขาอย่างไร! แกจะต้องถูกหย่าขาดจากบ้านตระกูลเฉินแน่!" พูดจบ หญิงชาก็กระทืบเท้าเดินหนีเตลิดออกไปอย่างหัวเสีย ทิ้งคำขู่ อาฆาตมาดร้ายไว้เบื้องหลัง อิงอิงยืนมองแผ่นหลังที่เดินลับตาไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เธอไม่สะทกสะท้านกับคำขู่นั้นแม้แต่น้อย เพราะเธอรู้ดีว่าสามีของเธอ—เฉินเหว่ย—ยืนอยู่เคียงข้างและเชื่อใจเธอมากแค่ไหน คนอย่างแม่สามีไม่มีทางเป่าหูเขาได้สำเร็จหรอก ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านเพื่อไปจัดการกับมื้ออาหารที่ค้างไว้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินริมชายหาด เฉินเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยจากการฝึกซ้อม เดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองเหตุการณ์รอบตัวด้วยสัญชาตญาณนักรบ เขารีบก้าวเข้ามาประชิดตัวอิงอิง สำรวจร่างกายของเธออย่างรวดเร็วด้วยความห่วงใยระคนกังวล "เกิดอะไรขึ้น? ผมได้ยินเสียงคนโวยวาย... คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าอิงอิง?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามด้วยความร้อนรน มือหนาสัมผัสเบาๆ ที่ไหล่บางของภรรยา อิงอิงเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นที่มุมปาก เธอกำลังจะเอ่ยปากเล่าเรื่องที่แม่สามีเพิ่งมาอาละวาดเมื่อครู่ ทว่า ทันใดนั้นเอง— เสียงเคาะประตูรั้วดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ไม่ใช่เสียงทุบทำลายด้วยความเกรี้ยวกราดแบบเมื่อครู่ มันเป็นเสียงเคาะสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ และเมื่ออิงอิงหันไปมองผ่านช่องรั้วไม้ เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลสีเข้มสะอาดตา ยืนถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้ท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย ใบหน้าคมคายหยักลึกมีรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับคมปลาบราวกับสัตว์นักล่าที่จ้องมองเหยื่อ "สวัสดีครับ... คุณหลินอิงอิงใช่ไหมครับ?" ชายแปลกหน้าเอמהทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ผมได้รับมอบหมายจาก 'บุคคลสำคัญ' ให้มาส่งจดหมายฉบับนี้... ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับ 'ตัวตนที่แท้จริง' ของคุณในอดีตชาติที่เกาะแห่งนี้ครับ" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนยุคไปเป็นสะใภ้ตัวร้าย ที่สามีทหารตามใจจนเกินเบอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%