เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 13

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับร้อยเปอร์เซ็นต์อบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานขนาดกะทัดรัดของเซฟเฮาส์ลับ หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบลงบนใบหน้าคมคายที่กำลังขมวดมุ่นของปาลิน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะกระชั้นชิด—สัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดจากอดีตสายลับผู้ไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ ยกเว้นก็แต่... คนที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องนี้เมื่อยี่สิบนาทีที่แล้ว และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่พวกเธอคาดไม่ถึงที่สุด “รินรดา คุณมันคนรั้นที่น่าตีให้ก้นลายจริงๆ” ปาลินพึมพำกับความว่างเปล่า ขากรรไกรขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เมื่อข้อความแจ้งเตือนจากระบบติดตามตัวสำรองที่เธอแอบฝังไว้ในสร้อยข้อมือของรินรดากะพริบเตือนถี่รัว พิกัดล่าสุดไม่ได้อยู่ในโซนปลอดภัยที่พวกเธอตกลงกันไว้ แต่มันกำลังเคลื่อนที่ตรงไปยังโกดังร้างริมท่าเรือทิศเหนือ—เขตอิทธิพลของกานต์ มาเฟียสายเทคผู้มีรอยยิ้มอาบยาพิษ ทางด้านรินรดา นักสืบสาวฝีปากกล้ากำลังซ่อนตัวอยู่หลังลังคอนเทนเนอร์เก่าคร่ำคร่า ลลมทะเลช่วงดึกพัดปะทะร่างจนเส้นผมสีเข้มปลิวสยาย เธอกระชับเสื้อแจ็คเก็ตหนังในมือ ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ผสมความมุ่งมั่นระคนบ้าระห่ำ *“คิดจะเล่นเกมจิตวิทยากับฉันเหรอกานต์ นายยังอ่อนหัดไปสักร้อยปี”* รินรดากัดฟันคิดในใจ มือเรียวถือสมาร์ทโฟนที่เปิดหน้าจอจำลองสัญญาณหลอกล่อ เพื่อดึงความสนใจของลูกน้องกานต์ให้เข้ามาติดกับดักที่เธอขุดไว้กลางโกดังร้างแห่งนี้ โดยที่เธอจงใจ ‘ลืม’ เปิดเครื่องสื่อสารสำรองเพื่อตัดขาดการติดต่อจากปาลินโดยสมบูรณ์ แผนการนี้บ้าบิ่น สุ่มเสี่ยง และมีโอกาสรอดเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่รินรดายอมแลก เพราะเธอรู้ดีว่าหากรอให้ปาลินใช้แผนปลอดภัยตามตำราสายลับ กานต์คงไหวตัวทันและหนีรอดไปได้อีกครั้ง เธอต้องการพิสูจน์ให้คนเย็นชาคนนั้นเห็นว่า เธอก็มีดีพอที่จะปกป้องคนที่เธอรักได้เหมือนกัน ไม่ใช่เป็นแค่ตัวภาระที่ต้องคอยหลบอยู่ข้างหลัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมbat ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่กวาดผ่านซอกลังคอนเทนเนอร์ "เฮ้ย! ฉันได้กลิ่นความผิดปกติทางนี้ ไปเช็คดูซิว่าหนูตัวไหนมันกล้ามาเล่นตลกแถวนี้" เสียงลูกน้องของกานต์ตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงกร้าว รินรดาซ่อนลมหายใจให้เบาที่สุด เธอยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย เตรียมตัวจะดีดตัวออกวิ่งเพื่อล่อเป้าหมายไปยังจุดที่วางระเบิดควันไว้ ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเธอจะได้กดปุ่มส่งสัญญาณ มือปริศนาดำทะมึนจากด้านหลังก็พุ่งเข้ามาตะמתปากและจมูกเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล! กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่เจือด้วยกลิ่นอายอันตรายและละอองฝน ทำให้ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "อื้อ!" รินรดาพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด ศอกเรียวเตรียมกระแทกเข้าใส่สีข้างของผู้บุกรุก แต่เสียงกระซิบต่ำๆ ที่ดังแนบชิดใบหูขวา ทำให้เลือดในกายของเธอนิ่งงันไปชั่วขณะ "ถ้าขยับอีกนิดเดียว ฉันจะจัดการมัดคุณแล้วโยนใส่ท้ายรถกลับเซฟเฮาส์เดี๋ยวนี้แหละ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น แต่สั่นเครือด้วยความโกรธจัดที่ซ่อนอยู่ภายใน... ปาลิน! รินรดาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง อดีตสายลับสาวปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อมศัตรูได้อย่างไรโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปาลินในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืด ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวาวโรจน์ด้วยโทสะและความเป็นห่วงที่ตีรันกันจนยุ่งเหยิง มือเรียวที่เคยล็อกตัวเธอไว้เปลี่ยนมาคว้าข้อมือเธอแน่น ราวกับกลัวว่าหากเผลอปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที รินรดาจะหายลายไปจากตรงนี้ "คุณ... ตามมาได้ยังไงเนี่ย ฉันบอกให้อยู่ที่เซฟเฮาส์ไงเล่า!" รินรดาหันมาเอ็ดเสียงเบาหวิวแต่ดุดันไม่แพ้กัน พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม "แล้วถ้าฉันไม่ตามมา คุณคงเอาชีวิตมาทิ้งไว้ให้ไอ้กานต์มันเอาไปทำเป็นปุ๋ยรดต้นไม้แล้วมั้ง!" ปาลินสวนกลับทันควัน ใบหน้าสวยเฉียบอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความระอุในอารมณ์ "กล้าดียังไงถึงตัดสัญญาณ แล้ววิ่งมาแอ่นอกให้พวกมันล่าคนเดียวฮึ? คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังบู๊ฮอลลีวูดหรือไง!" "ฉันมีแผนน่า!" รินรดาเถียงคอเป็นเอ็น แม้หัวใจจะเต้นรัวระส่ำไม่ใช่เพราะความกลัวศัตรู แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างดุดันแต่กลับสั่นไหวด้วยความห่วงใยจนน่าใจหาย "ถ้าไม่ทำแบบนี้ กานต์มันจะยอมโผล่หัวออกมาเหรอคะ!" "แผนบ้าอะไรที่เอาชีวิตตัวเองมาเดิมพัน!" ปาลินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ก่อนจะกระชากร่างบางให้แนบชิดติดแผงอกของเธอมากขึ้นเมื่อแสงไฟฉายของศطرูสาดส่องเข้ามาใกล้เรื่อยๆ "ถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉันจะ..." คำพูดที่เหลือกลืนหายไปในลำคอ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงน้อยนิด ปาลินมองริมฝีปากที่ยังคงเถียงไม่หยุดด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นความปรารถนาอันร้อนแรงที่ปะทุขึ้นมาอย่างไร้กาลเทศะ เคมีและแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนเกือบจะหลอมละลายความตึงเครียดรอบตัวให้มลายหายไป ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นโครมครามและเตรียมจะยอมจำนนต่อสายตาคู่นั้น เสียงฝีเท้าของศัตรูที่เข้ามาใกล้เกินกว่าจะเพิกเฉยก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน "เฮ้ย! ตรงนั้นมีเงาคน ไวJ เอาปืนไปเช็คดู!" ปาลินสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะดึงสติกลับมาในโหมดนักฆ่าเลือดเย็นอย่างรวดเร็ว เธอใช้มือข้างหนึ่งกดศีรษะของรินรดาให้หมอบราบลงไปกับซอกลังคอนเทนเนอร์ ส่วนมืออีกข้างชักปืนเก็บเสียงออกมาจากแจ็คเก็ตอย่างคล่องแคล่วว่องไว "อยู่ตรงนี้ ห้ามขยับเด็ดขาด" ปาลินกระซิบสั่งเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบหันไปมองความมืดเบื้องหน้าพร้อมเหนี่ยวไกเตรียมพร้อม แต่แล้ว... ก่อนที่ปาลินจะได้ขยับตัวออกไปจัดการศัตรู แสงไฟสปอตไลต์ขนาดใหญ่จากด้านบนก็สว่างวาบขึ้นจนแสบตา พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังมาจากด้านบนหลังคาคอนเทนเนอร์ *แปะ... แปะ... แปะ...* "โอ้โห ช่างเป็นภาพคู่รักนักสืบที่น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของ ‘กานต์’ ดังผ่านเครื่องขยายเสียงลงมา พร้อมกับเงาร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบที่ยืนกอดอกมองลงมาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "แต่เสียดายนะ... ที่พวกคุณสองคน จะไม่มีโอกาสได้ใช้แผนซ้อนแผนอะไรนี่อีกแล้ว เพราะตอนนี้... ทางหนีทีไล่ทั้งหมดของพวกคุณ ถูกฉันปิดตายไว้หมดแล้วล่ะครับ" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองรอบด้าน และพบว่าตู้คอนเทนเนอร์นับสิบตู้กำลังเลื่อนตัวปิดตายเส้นทางออกทุกทางด้วยระบบควบคุมระยะไกล! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%