เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสูรกายเหล็ก ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดมหึมานับสิบใบเคลื่อนตัวประสานงากันอย่างแม่นยำด้วยระบบไฮดรอลิกอัตโนมัติ ปิดตายทางเข้าออกทุกตารางนิ้วจนมืดสนิท ราวกับกรงขังมรณะที่ถูกออกแบบมาเพื่อฝังกลบพวกเธอทั้งสองคนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของซากปรักหักพัง
รินรดาเบิกตากว้าง ลลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความมืดมิดเข้าโอบล้อมในเสี้ยววินาที เสียงระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ดัง ‘คลิก’ ยาวนานเป็นสัญญาณเตือนภัยที่กรีดลึกเข้าไปในโสตประสาท ก่อนที่หลอดไฟฉุกเฉินสีแดงฉานจะกะพริบวาบสลับกับความมืด สาดแสงวับแวมอาบไล้ใบหน้าตึงเครียดของคนทั้งคู่
"ให้ตายสิ... ไอ้กานต์มันเล่นแรงกว่าที่คิดแฮะ" รินรดาพึมพำลอดไรฟัน มือเรียวควานหาปืนพกคู่ใจอัตโนมัติ สมองทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อคำนวณหาทางหนีทีไล่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวเท้าออกจากจุดยืน แรงกระชากมหาศาลก็ฉุดร่างเธอลอยหวือไปปะทะกับแผงอกอุ่นร้อนของใครบางคนเข้าอย่างจัง
พลั่ก!
แผ่นหลังของรินรดาแนบชิดกับผนังตู้คอนเทนเนอร์เย็นเฉียบ โดยมีร่างเพรียวของปาลินใช้สองแขนกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ใบหน้าสวยคมที่มักจะเรียบเฉยและเยือกเย็นเสมอในยามวิกฤต บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์จนน่ากลัว ยามที่จ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ
"เธอ - คิด - อะไร - อยู่ - รินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ปาลินกดน้ำเสียงต่ำจนน่ากลัว ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้วเนียน ขณะที่มือข้างหนึ่งกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"คะ... ฉันก็แค่จะเข้ามาเช็คระบบเซิร์ฟเวอร์ของกานต์ให้เร็วกว่าเดิม จะได้..." รินรดาชะงักคำพูดเมื่อเห็นประกายไฟในดวงตาของอดีตสายลับสาว มันไม่ใช่ความโกรธแบบปกติ แต่มันคือความเดือดดาลของคนที่กำลังจะสติแตก
"จะได้เอาตัวเข้าไปเสี่ยงในรังเสือคนเดียวว่างั้นเหรอ!" ปาลินตวาดลั่น ประโยคหลังเกือบจะเป็นการคำราม "เธอเห็นชีวิตตัวเองเป็นสนามเด็กเล่นหรือไงรินรดา! ถ้าเมื่อกี้ระบบล็อกตู้คอนเทนเนอร์มันทำงานเร็วกว่านั้นอีกแค่สองวินาที ร่างเธอก็คงถูกบดละเอียดคากลไกเหล็กพวกนั้นไปแล้ว!"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดวูบเข้ามาในอก แต่ทิฐิและนิสัยปากกล้าก็ยังคงทำงานได้ดีเยี่ยม เธอน.เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา
"แล้วยังไงล่ะคะ? ถึงฉันจะเสี่ยง แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่เราจะกระชากหน้ากากไอ้กานต์ได้เร็وที่สุดไม่ใช่หรือไง! หรือคุณกลัวว่าถ้าฉันตายไปแล้ว จะไม่มีคนคอยกวนประสาทคุณในทุกๆ วันกันแน่ล่ะ"
คำพูดประชดประชันนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ปาลินแค่น ัหัวเราะในลำคอด้วยความโมโหจัด ดวงตาคู่สวยรื้นหยดน้ำใสขึ้นมาวับหนึ่งด้วยความอัดอั้นตันใจ ก่อนที่ความโกรธทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนเป็นแรงอารมณ์ดิบเถื่อน
"ใช่! ฉันกลัว!"
ปาลินตะโกนใส่หน้าเธอ เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ ร่างเพรียวสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก "เธอคิดว่าฉันทนเห็นเธอเอาชีวิตไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายแบบนี้ได้ง่ายนักเหรอรินรดา? ฉันผ่านมาเยอะ สูญเสียมามากเกินกว่าจะทนเห็น... คนที่ฉันรักต้องมาตายต่อหน้าต่อตาอีกแล้ว!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ พร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น คำว่า *'คนที่ฉันรัก'* วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท ลบเลือนเสียงคำรามของเครื่องจักรภายนอกจนหมดสิ้น
ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของนักสืบสาว ปาลินเองก็ชะงักไปเช่นกันเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ดวงตาคู่คมเบนหนีไปยังความมืดสลัวข้างทางด้วยความตกใจในความอ่อนแอของตัวเองที่เผลอแสดงออกมา
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว กลบเกลื่อนความกลัวตายเมื่อครู่จนหมดสิ้น มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นทีละน้อย แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวแรงด้วยความรู้สึกที่พุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่
"เมื่อกี้... คุณพูดว่าอะไรนะคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับ จ้องมองคนตรงหน้าไม่วางตา
ปาลินเม้มปากแน่น ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ผสมปนเปกับความหงุดหงิด หล่อนหันขวับกลับมามองค้อนด้วยสายตาที่ดุแต่กลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด "ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น เลิกเซ้าซี้แล้วหาวิธีออกไปจาก..."
ยังไม่ทันที่ปาลินจะพูดจบประโยค รินรดาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป มือเรียวคว้าต้นคอของอดีตสายลับสาวโน้มลงมาประกบจูบปิดปากทันทีอย่างไร้การลังเล!
สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาอย่างไร้การอนุญาตทำให้ปาลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่หล่อนจะได้ผลักไส รินรดาก็กลับเพิ่มแรงกดเบาๆ เรียรียวลิ้นอุ่นชื้นแตะแต้มเรียกร้องความยินยอม จนกระทั่งกำแพงความเย็นชาของอดีตสายลับพังทลายลง ปาลินหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ทั้งดื้อรั้นและเรียกร้อง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายโอบประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กกว่าเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ตอบรับจูบนั้นด้วยความเร่าร้อนและโหยหา ท่ามกลางแสงไฟสีแดงฉุกเฉินที่กะพริบรัวเร่งเร้าอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พวกเธอจมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์นั้น จนกระทั่งเสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงระเบิดตูมใหญ่ที่สะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านนอก!
ปาลินผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าขึ้นสีจัด รินรดายิ้มกริ่ม แก้มแดงก่ำไม่แพ้กัน แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ตั้งสติ ประตูตู้คอนเทนเนอร์ฝั่งตรงข้ามก็ถูกระเบิดเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งคละคลุ้ง
ทว่า... ร่างที่ก้าวเดินฝ่ากลุ่มควันเข้ามาไม่ได้มีแค่ความเสียหายจากแรงระเบิด
ปาลินหรี่ตาลงมองผ่านม่านควันอย่างระแวดระวัง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหรี่แคบลงด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเงาร่างของบุคคลที่สามปรากฏขึ้น พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังพวกเธออย่างไร้ความปรานี!
"ระวัง!" ปาลินตะโกนลั่น พร้อมกับกระชากร่างรินรดาให้หลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกำแพงเหล็กเฉียดหัวไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร!
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งรักแบบจัดจ้านในตอนนี้ แล้วมาลุ้นระทึกกับบทต่อไปด้วยกันนะคะ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 14
เมื่อปาลินโกรธจัด
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!