เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 15

ปรับจูนความเข้าใจ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ถ้าคุณยังใช้สายตาดุดันมองฉันแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังเรียกร้องความสนใจในรูปแบบที่สิ้นคิดที่สุดนะคะ, คุณปาลิน" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้มีแววเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันเจือไปด้วยความท้าทายที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปาก ชวนให้คนมองนึกหมั่นไส้จนแทบอยากจะเข้ามาขยี้ริมฝีปากอวดดีนั้นให้หายซ่า ทว่าปาลินในยามนี้กลับทำได้เพียงกลืนก้อนความหงุดหงิดลงคอ พร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดร่างบางที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานในเซฟเฮาส์จนแผ่นหลังแทบจะแนบติดกับผนัง ระยะห่างระหว่างพวกเธอแทบไม่มีเหลือ พื้นที่อากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนร้อนผ่าว กลิ่นกายเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์ของอดีตสายลับสาวยามนี้กลับเจือด้วยไอร้อนระอุจากความกรุ่นโกรธที่ผสมปนเปไปกับความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกเกินกว่าจะเอ่ยปากยอมรับ "ปากเก่งไม่เปลี่ยนนะคะ, นักสืบริน" ปาลินโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดลาดไหล่เนียน น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและกดต่ำลงอย่างจงใจ "รู้ตัวไหมคะว่าความอวดดีของคุณ มันกำลังทำให้ฉันอยากทำลายความมั่นใจพวกนั้นให้สิ้นซาก" "เชิญเลยค่ะ ถ้าคิดว่าทำได้..." รินรดาไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความสนุกสนาน แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ของแบบนี้... คนปากแข็งแถวนี้อาจจะติดใจจนลืมทางกลับบ้านเอาได้ง่าย ๆ" คำพูดเย้าแหย่ที่เจือความเย้ายวนนั้นทำให้ปาลินชะงัก ดวงตาสองสีที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลมพัด บัดนี้กลับไหวระริกด้วยแรงอารมณ์ ปาลินไม่ใช่คนใจอ่อนและไม่เคยยอมจำนนใครง่าย ๆ แต่กับรินรดานั้น... ผู้หญิงคนนี้มีวิธีทำให้เกราะป้องกันนับสิบปีของเธอบด พังลงได้ด้วยคำพูดจาเพียงไม่กี่คำ มือเรียวยาวของอดีตสายลับเอื้อมออกไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้รินรดาหลุดอุทานเบา ๆ ก่อนที่แผ่นหลังจะแนบสนิทไปกับกำแพงเย็นเฉียบ แต่วินาทีต่อมา ความเย็นของผนังก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากร่างกายของคนที่ทาบทับเข้ามาใกล้ "ปากดีนัก..." ปาลินพึมพำชิดริมฝีปาก ดวงตาสีเข้มจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววไหววับเป็นครั้งแรก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นขึ้นเล็กน้อย ความกล้าหาญที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อปลายนิ้วอุ่นของปาลินเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้า ไล้ผ่านแก้มเนียนแผ่วเบาก่อนจะหยุดอยู่ที่คางแหลม บังคับให้เธอต้องเงยหน้ารับสัมผัสที่จู่โจมเข้ามาอย่างไร้การตั้งตัว ไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อย ๆ ในพื้นที่ปิดทึบ ความเงียบงันรอบกายขับเน้นเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง ปาลินไม่ได้ใจร้อนรุ่ม แต่นั่นยิ่งทำให้ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและดุดันในคราวเดียวกัน สัมผัสแรกที่แนบชิดลงบนริมฝีปากไม่ได้รุนแรง แต่เนิบนาบและหนักหน่วงราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ ปาลินขบเม้มริมฝีปากอิ่มอย่างหยอกเย้าก่อนจะแทรกความนุ่มนวลเข้ามาลึกซึ้งขึ้น รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวเผลอขึ้นกำปกเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายที่เคยแข็งขืนและต่อรองมาตลอดค่อย ๆ อ่อนยวบลงภายใต้สัมผัสที่ร้อนแรงและเว้าวอนในคราเดียวกัน มันไม่ใช่แค่การจูบเพื่อเอาชนะ แต่มันคือการปรับจูนความเข้าใจผ่านภาษาที่ไร้เสียง... ภาษาของร่างกายที่บอกเล่าความหวาดระแวง ความห่วงหา และความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน ปาลินผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าหน้าผากของพวกเธอยังคงแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มที่แดงก่ำ รินรดากระพริบตาถี่ ๆ เพื่อเรียกสติ ปลายจมูกรั้นยังคงเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย แม้ว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะสั่นพร่าเสียจนน่าเอ็นดู "ทีนี้... หายสงสัยเรื่องที่ฉันรู้สึกหรือยังคะ?" ปาลินกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเธอนุ่มทุ้มและเจือรอยยิ้มจาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง ซึ่งมีเพียงรินรดาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น รินรดาเม้มปากอย่างขัดใจ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกวนประสาทที่เหลืออยู่มาตอบโต้ "ก็... พอกล้อมแกล้มไปได้ค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ น่าจะต้องมีการทดสอบซ้ำอีกสักรอบสองรอบ—" ประโยคหยอกล้อนั้นถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อปาลินไม่รอช้าที่จะมอบบทเรียนบทที่สองให้เธอได้ลิ้มลองความหวานล้ำที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม รสจูบครั้งนี้เปลี่ยนจากความเย้ายวนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกเหตุผลจนมอดไหม้ มือของปาลินโอบกอดกระชับเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ขณะที่รินรดาเองก็เริ่มตอบสนองด้วยความเต็มใจ เรียวแขนเนียวเกี่ยวรั้งลำคอระห้าของอีกฝ่ายไว้แน่น ปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดนำพาไปโดยไม่คิดจะขัดขืนอีกต่อไป ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานกำลังล้นปรี่จนเกือบถึงขีดสุด เสียงกริ่งเตือนภัยสีแดงฉานที่แผงควบคุมมุมห้องก็ดัง "ปี๊ด!" แหลมบาดแก้วหู พร้อมกับแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวาบสาดส่องไปทั่วห้อง ปาลินผละออกจากริมฝีปากนุ่มทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับมาเป็นนักล่าผู้ระแวดระวังตัวในเสี้ยววินาที ร่างสูงดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ มืออีกข้างชักอาวุธประจำกายออกมาเตรียมพร้อม รินรดากัดริมฝีปากตัวเองแน่นด้วยความขัดใจ สายตาคมกริบมองไปยังหน้าจอระบบรักษาความปลอดภัยที่ปรากฏภาพบนมอนิเตอร์ ร่างของชายชุดดำสามคนกำลังก้าวพ้นประตูนิรภัยเข้ามาในชั้นนี้... และหนึ่งในนั้นคือ "กานต์" มาเฟียสายเทคผู้เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมด ที่กำลังยิ้มเยาะมองมายังกล้องวงจรปิดด้วยแววตาราวกับผู้กุมชัยชนะ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ รินรดากับปาลินกำลังเจอศึกหนักแล้วค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%