เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 3

รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"แขกเหรื่อบ้าบออะไรกันในเวลาตีสองครึ่งแบบนี้คะคุณปาลิน" รินรดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่มือเรียวรีบคว้าแจ๊กเก็ตหนังสีดำสวมทับเสื้อยืดตัวโคร่งอย่างรวดเร็ว เสียงทุบประตูด้านล่างดังขึ้นอีกครั้ง—มันไม่ใช่เสียงเคาะแบบคนสุภาพที่มาเยือนยามวิกาล แต่เป็นจังหวะกระแทกหนักหน่วงที่บ่งบอกเจตนาคุกคามอย่างชัดเจน เซฟเฮาส์หลังนี้ถูกซ่อนไว้ในหุบเขาแถบชานเมืองที่แม้แต่ระบบนำทางยังหาไม่เจอ แต่กานต์... เจ้าพ่อมาเฟียสายเทคคนนั้น คงใช้อัลกอริทึมหรือดาวเทียมภาคพื้นดินสแกนหาความร้อนจนเจอพิกัดจนได้สินะคะ ลิลลี่สีขาวขอต้อนรับนักอ่านทุกท่านเข้าสู่ตอนที่ 3 ของ "เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก" กันค่ะ บทนี้เราจะมาขยี้ปมความสัมพันธ์ของสองสาวให้ลึกซึ้งและร้อนแรงยิ่งขึ้น เตรียมใจไว้ให้ดีนะคะ รี้ดที่รัก! "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำเย็นเยียบดังขึ้นข้างหู ก่อนที่ร่างบางของรินรดาจะถูกดึงเข้าหาแผ่นอกอุ่นโดยไม่ทันตั้งตัว ปาลินโผล่มาจากความมืดด้วยความเร็วระดับเสือดาว ในมือของอดีตสายลับสาวมีปืนพกติดกระสุนพร้อมยิง ประกายตาคมกริบภายใต้แสงสลัวสะท้อนความตื่นตัวขั้นสุด "คุณปาลินคะ... เจ็บนะคะ ปืนคุณจ่อซี่โครงฉันอยู่เนี่ย" รินรดาแกล้งทำเป็นกระซิบกระซาบ ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามไม่ได้เป็นจังหวะเพราะแรงปะทะจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้แน่นต่างหาก "เงียบ ถ้ารักชีวิต" ปาลินขยับตัวชิดขึ้นไปอีกจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทกับลาดไหล่แกร่ง ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำเอานักสืบสาวขนลุกซู่—ไม่ใช่เพราะความกลัวจากภายนอก แต่เป็นความหวั่นไหวที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย *ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูกลายเป็นเสียงปืนนัดแรกที่เจาะทะลุบานไม้โอ๊กหนา เศษไม้กระจายว่อน รินรดาสะดุ้งเฮือกตามสัญชาตญาณ แต่ปาลินกลับตอบสนองเร็วกว่า อดีตสายลับสาวกระชากข้อมือเล็กให้หมุนตัวหลบวิถีกระสุนพร้อมกับดันร่างบางไปชิดมุมอับสายตาหลังเสาคอนกรีต "มันรู้พิกัดได้ยังไงคะ หรือว่าในบ้านจะมีตัวส่งสัญญาณ" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์หายไป เหลือเพียงความเฉียบคมของมืออาชีพ "ไม่ใช่เรื่องเวลามาวิเคราะห์" ปาลินตวาดเบาๆ ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังประตูหน้าบ้านที่กำลังถูกพังลงทีละนิด "กานต์ส่ง 'เงา' มา... หน่วยล่าสังหารระดับท็อปของมัน ถ้าเรายังอยู่ที่นี่ต่อ เราไม่รอดแน่" "แล้วคุณจะยืนรอให้พวกมันเข้ามาเป่าหัวรึไงคะ?" รินรดาย้อนถามทันควัน พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้ามีดพกสوยจากเคาน์เตอร์ครัวที่วางอยู่ใกล้ๆ "ทางหนีไฟหลังบ้านถูกบล็อกรึยังคะ" ปาลินชะงักไปนิด ชั่ววินาทีนั้นรินรดาได้สังเกตเห็นร่องรอยบางอย่างที่อดีตสายลับผู้ไร้เทียมทานพยายามซ่อนไว้—เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนขมับ ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเซียว และมือข้างขวาที่ถือปืนอยู่... กำลังสั่นน้อยๆ "คุณปาลิน..." รินรดาเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เธอขยับเข้าไปใกล้ร่างที่ยืนแข็งทื่อ "บาดแผลเก่า... กำเริบทเหรอคะ" "ฉันไม่เป็นไร" ปาลินปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาที่เคยดุดันและเยชาเริ่มพร่ามัว บาดแผลจากกระสุนปืนในภารกิจสุดท้ายที่ถูกฝังใจและยังไม่หายดี กำลังถูกกระตุ้นด้วยความเครียดและสารเคมีในอากาศที่พวกมันใช้รมควัน "อย่ามาปากแข็งค่ะ!" รินรดาหมดความอดทน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวปาลิน กระชากปืนออกจากมืออีกฝ่ายแล้วโยนลงโซฟา ก่อนจะคว้าแขนเรียวมาพาดไว้บนบ่าของเธอเอง "ถ้าคุณตายตอนนี้ ใครจะจ่ายค่าจ้างให้ฉันล่ะคะ? เดิน!" บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนนับสิบก้าวเข้ามาถึงห้องโถงกลางบ้านแล้ว รินรดาประคองร่างที่เริ่มไร้เรี่ยวแรงของปาลินถอยร่นเข้าไปในห้องนิรภัยใต้ดิน—ห้องลับที่ปาลินไม่เคยบอกใครมาก่อน ประตูเหล็กกล้าปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติ ความมืดมิดโรยตัวลงมาโอบล้อมทั้งคู่ มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟสำรองที่ส่องให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของอดีตสายลับ ปาลินทรุดตัวลงพิงกำแพงเย็นเฉียบ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งราวกับหินผากลับสั่นเทาด้วยพิษบาดแผลและความเจ็บปวดที่สะสม นี่คือมุมที่ไม่มีใครเคยได้เห็น... มุมที่ผู้หญิงเย่อหยิ่งและเย็นชาคนนี้ยอมจำนนต่อความอ่อนแอของร่างกาย รินรดานั่งคุกเข่าลงตรงหน้า มือเรียวเอื้อมไปแตะหน้าผากชื้นเหงื่อของปาลินอย่างเบามือที่สุด ความอบอุ่นจากฝ่ามือถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อ ทำให้ปาลินที่มักผลักไสทุกคนออกห่าง ชะงักงันและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง "มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยเปื้อนเหรอ" รินรดาพยายามกลบเกลื่อนความห่วงใยด้วยน้ำเสียงติดตลก ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าวอย่างประหลาด "ทำไม... ถึงไม่หนีไปคนเดียว" เสียงแหบพร่าของปาลินดังขึ้น ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่ระอุด้วยความร้อนของลมหายใจ ทำให้กำแพงน้ำแข็งที่ปาลินสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย "ทิ้งผู้หญิงหน้าตาดีแต่ปากร้ายไว้ข้างหลัง มันผิดจรรยาบรรณนักสืบค่ะ" รินรดาตอบเสียงเบา ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว เธอยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อเสื้อแจ๊กเก็ตของปาลินออก เพื่อสำรวจบาดแผลที่กำลังมีเลือดซึมออกมา "อยู่นิ่งๆ นะคะ... ฉันจะทำแผลให้" สัมผัสแผ่วเบาที่ไล้ไปตามแนวเสื้อทำให้ปาลินสะท้านเฮือก หัวใจที่ด้านชามานานหลายปีกลับเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกจากอก ความรู้สึกบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนกำลังก่อตัวขึ้นในความเงียบงันนี้ รินรดาก้มลงใกล้แผลมากขึ้นเพื่อตรวจดูความเสียหาย แต่จังหวะนั้นเอง ปาลินกลับใช้มือข้างที่ยังมีแรงคว้าต้นคอของนักสืบสาวไว้ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "รินรดา..." เสียงเรียกชื่อที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "เธอรู้ตัวไหม... ว่ากำลังเล่นกับไฟ" "ไฟเหรอคะ?" รินรดายิ้มมุมปาก ดวงตาสุกใสระยิบระยับท้าทาย "ฉันไม่กลัวไฟหรอกค่ะ... ยิ่งถ้ามันร้อนพ่ะย่ะค่ะ แบบคุณด้วยแล้ว" ปาลินหรี่ตาลง ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันอยู่แล้ว ความตึงเครียดภายนอกห้องถูกตัดขาดราวกับอยู่คนละโลก เหลือเพียงแรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่พุ่งสูงถึงขีดสุด แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันเพื่อข้ามเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประหลาดสามครั้งดังขึ้นมาจาก "ด้านในสุด" ของผนังห้องนิรภัยใต้ดิน—ผนังทึบที่ควรจะเป็นทางตัน และไม่มีทางเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อีกแล้ว! ปาลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขีดความระแวดระวังพุ่งทะยานถึงขีดสุด ร่างที่อ่อนแรงดีดตัวกลับมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมทันที ส่วนรินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเงาดำปริศนาทาบทับลงมาบนผนังฝั่งตรงข้าม ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านตอนที่ 3 จนจบนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%