เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 2

กฎเหล็กในพื้นที่จำกัด

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กลิ่นควันปืนจางๆ ยังอบอวลผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนที่ร่วงกราวลงมาจากแรงกระแทก เศษกระจกใสเกลื่อนกราดสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากห้องโถงเซฟเฮาส์ ปาลินยังคงตรึงร่างของรินรดาไว้กับแผ่นอกด้วยมือข้างเดียว ขณะที่อีกข้างยกปืนพกเก็บเสียงกระบอกโปรดเล็งตรงไปยังช่องหน้าต่างที่แตกยุทธศาสตร์ หัวใจของอดีตสายลับเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสวนทางกับสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้า ผิดกับคนในอ้อมแขนที่ดูเหมือนจะไม่ได้ตื่นตระหนกกับกระสุนมรณะเมื่อครู่เลยสักนิด "ปล่อยได้แล้วมั้งคะคุณปาลิน หรือติดใจกลิ่นแชมพูราคาแพงของฉันจนไม่อยากขยับตัวไปไหนแล้ว" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่จิ้มเบาๆ ลงบนหลังมือข้างที่ถือปืนของเธอ ทำให้ปาลินต้องตวัดสายตาดุๆ กลับมามอง ร่างสูงโปร่งผละถอยหลังก้าวหนึ่งด้วยความหงุดหงิด ปลดล็อกเซฟ티ปืนแล้วเก็บเข้าซองพกใต้แขนเสื้ออย่างรวดเร็ว "ปากเก่งแบบนี้ น่าจะปล่อยให้กระสุนนัดแรกเจาะกะโหลกไปซะจะได้หมดเรื่อง" ปาลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยความกรุ่นโกรธ "อุ๊ย ใจร้ายจังนะคะ เมื่อกี้ยังโอบกอดฉันซะแน่นอนสติขนาดนั้น แทบจะรวมร่างกันอยู่แล้วเชียว" รินรดาแกล้งทำเป็นลูบแขนตัวเองเบาๆ ทำปากยื่นอย่างล้อเลียน ก่อนจะกวาดสายตากลมโตสำรวจเซฟเฮาส์สุดไฮเทคที่ถูกออกแบบมาเป็นรังลับอย่างดี "แต่ก็นะ... รสนิยมการเลือกที่ซ่อนตัวของอดีตสายลับเนี่ย ดิบเถื่อนแล้วก็เร้าใจสมราคาคุยดีเหมือนกัน" ปาลินไม่ต่อความยาวด้วยการเถียง เธอเดินตรงไปยังแผงควบคุมระบบรักษาความลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดสีน้ำมัน นิ้วเรียวกดรหัสผ่านรวดเร็วจนเกิดเสียงปี๊บเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้น แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบตัวอาคารที่ว่างเปล่า ไม่มีเงาของมือปืนหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงปลอกกระสุนตกอยู่สี่ปลอกบนถนนด้านนอก "พวกมันแค่มาเตือน..." ปาลินพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เตือน หรือมาต้อนรับน้องใหม่คะ?" รินรดาเดินน่องเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จอโฮโลแกรมจนเส้นผมยาวสลวยเฉียดแก้มเนียนของอีกฝ่าย "กานต์คงส่งของขวัญมาชิมลางสินะคะ โทษฐานที่คุณขโมยฮาร์ดไดรฟ์ข้อมูลลับของมันมา" "มันไม่ใช่แค่เรื่องฮาร์ดไดรฟ์... และคุณก็เป็นคนดึงฉันเข้าไปพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่ รินรดา" ปาลินหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวอดีตสายลับจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ถ้าไม่อยากตายก่อนจะได้ใช้เงินรางวัล จงจำ 'กฎเหล็ก' สามข้อในการอาศัยอยู่ร่วมกับฉันที่นี่ให้ขึ้นใจ" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาซุกซนเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กสาวกำลังฟังเรื่องสนุก ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เธอกอดอกแล้วพยักหน้ารับช้าๆ "ค่ะ ว่ามาเลยค่ะท่านผู้กอง... เอ้ย คุณอดีตสายลับผู้เคร่งขรึม" ปาลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่ถูกปั่นป่วนได้ง่ายเหลือเกินจากผู้หญิงตรงหน้า นิ้วเรียวชูขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "ข้อหนึ่ง ห้ามแตะต้องอุปกรณ์สื่อสารและระบบควบคุมความปลอดภัยเด็ดขาด ยกเว้นฉันจะอนุญาต พื้นที่ส่วนตัวของฉันคือโซนห้ามเข้าโดยเด็ดขาด" "ข้อนี้ฟังดูใจร้ายจังค่ะ แล้วถ้าฉันนอนไม่หลับแล้วอยากเดินมาขอความอบอุ่นตอนกลางคืนล่ะคะ นับเป็นการละเมิดไหม" รินรดายิ้มพราย ดวงตาพราวระยับ "รินรดา!" ปาลินเสียงเข้มขึ้น "ฟังต่อให้จบ! ข้อสอง ห้ามส่งเสียงดังหรือทำอะไรก็ตามที่เสี่ยงต่อการถูกพบร่องรอย และข้อสุดท้าย... ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ว่าคุณจะสงสัยอะไรเกี่ยวกับตัวฉันแค่ไหนก็ตาม" รินรดาเอียงคอมองเล็กน้อย ท่าทางยียวนชวนหมั่นไส้เสียไม่มี เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้ปาลินทีละน้อย จนร่างสูงต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเยียบ ปลายนิ้วเรียวไล้เบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของอีกฝ่าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ "ถ้าทำผิดครบทุกข้อ... บทลงโทษคืออะไรคะ? ต้องให้คุณจูบทำโทษ หรือว่า... ให้อุี่ย หลบกระสุนให้อีกรอบดีล่ะคะ" น้ำเสียงหยอกเย้าและแววตาแพรวพราวทำเอาปาลินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชาต่อความรู้สึกและถูกปิดตายมาหลายปีกลับเต้นรำอย่างผิดจังหวะ ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยและท่าทีเย็นชา ปาลินกำลังพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมสายตาไม่ให้เผลอไปมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มเย้าแหย่เธอ "คุณนี่มัน..." ปาลินเค้นเสียงลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งยกขึ้นเตรียมผลักไหล่บางออกไปให้พ้นทาง แต่รินรดากลับไวishกว่า มือเรียวคว้าข้อมือของเธอไว้ สัมผัสอุ่นร้อนส่งผ่านผิวหนังทำให้ปาลินชะงักค้าง "ฉันไม่ใช่เด็กที่จะมานั่งฟังคำสั่งใครเฉยๆ หรอกนะคะ ปาลิน... เราต้องร่วมมือกันต่างหาก ถึงจะรอดจากเงื้อมมือของกานต์ไปได้" รินรดาลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบa ความขี้เล่นในแววตาเมื่อครู่พลันเลือนหายไปชั่วพริกขยัน กลายร่างเป็นประกายความจริงจังที่คมกริบและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย "และในเมื่อคุณเป็นคนดึงฉันเข้ามาในเกมนี้ คุณก็ต้องรับผิดชอบชีวิตฉัน... ด้วยการเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้จนกว่าคดีจะจบ" ปาลินมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ความดื้อรั้นและความฉลาดเฉลียวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มกวนประสาท ทำให้เธอรู้ซึ้งทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เหยื่อที่เธอต้องปกป้อง แต่คือตัวปัญหาชิ้นใหญ่ที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตสงบสุขของเธอจนพังไม่เป็นท่า "คุณมันตัวแสบ..." ปาลินพึมพำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปจับข้อมือของอีกฝ่ายออกเบาๆ "ไปเก็บของในห้องพักซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเตะคุณออกไปนอนนอกบ้านจริงๆ" รินรดายิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เธอหมุนตัวเดินฮัมเพลงเบาๆ ไปยังห้องพักรับรองที่จัดเตรียมไว้ ทิ้งให้ปาลินยืนถอนหายใจยาวเหยียดอยู่ลำพังหน้าจอโฮโลแกรม ความเงียบสงบที่เธอโหยหามาตลอดหลายปีพังทลายลงในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงนับตั้งแต่รินรดาก้าวเข้ามาในชีวิต ทว่า... ในวินาทีที่ปาลินกำลังจะหันหลังเดินกลับไปตรวจสอบระบบรักษาความลับอีกรอบ เสียงแจ้งเตือนจากเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหน้าประตูหลักก็ดังขึ้น *ปี๊บ!* ดวงตาสีเข้มหรี่ลงทันทีเมื่อมองที่หน้าจอโฮโลแกรม ไม่มีสัญญาณของคนร้าย แต่ทว่า... ไฟสถานะสีแดงกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ราวกับผู้มาเยือนไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อระบบความปลอดภัยของเซฟเฮาส์แห่งนี้เลยแม้แต่น้อย ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... "คุณปาลินคะ..." เสียงใสของรินรดาตะโกนออกมาจากห้องพัก พร้อมกับเสียงเปิดประตูแง้มเบาๆ "ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเคาะประตูบ้านตอนดึกๆ ซะแล้วล่ะค่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีที่ชวนใจสั่นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%