แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เมนเฟรมสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมที่กำลังไหวระริก รินรดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ปลายนิ้วซึ่งเคยรัวแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วกลับหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบของชื่อที่ปรากฏหราอยู่บรรทัดสุดท้ายของการเข้ารหัสระดับสูงสุด
ชื่อนั้น... ไม่ควรจะมาอยู่ตรงนี้ และยิ่งไม่ควรเป็นคนๆ นั้น
"คุณเห็น... เหมือนที่ฉันเห็นใช่ไหม, ปาลิน"
เสียงของรินรดาแหบพร่าลงเล็กน้อย ความมั่นอกมั่นใจที่มักจะมี ริมฝีปากที่ชอบต่อปากต่อคำ และความเจ้าเล่ห์เพทุบายทุกอย่างคล้ายถูกลบหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตหันไปมองหญิงสาวข้างกายที่ยืนตัวแข็งทื่อไม่แพ้กัน
ปาลินไม่ได้ตอบทันที อดีตสายลับผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนกำลังขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แววตาที่เคยนิ่งสงบราวน้ำลึกบัดนี้กลับฉายประกายความวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้ง
ร่างเพรียวขยับเข้าไปใกล้หน้าจอมากขึ้น นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะตัวอักษรนั้นเบาๆ ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
*‘โครงการซีเคร็ตการ์เด้น: ผู้ถือสิทธิ์ขาดลำดับที่หนึ่ง - ดร. ภาanu (ภาณุมาศ)’*
"ไม่ใช่แค่กานต์..." ปาลินพึมพำออกมา น้ำเสียงต่ำลึกและเย็นเยียบจนรินรดายังต้องนึกหวั่น "กานต์เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง... เป็นแค่สุนัขรับใช้ที่ถูกปล่อยให้ออกมาเห่าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่คนที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ดึงสลักระเบิดทุกลูก และวางแผนทำลายทุกอย่างตั้งแต่แรก คืออาจารย์ของฉันเอง"
เพล้ง!
เสียงคล้ายกระจกแตกดังแว่วมาจากมุมห้องทำงานของเซฟเฮาส์ ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว รินรดาชักปืนพกออกจากซองใต้รักแร้อย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ ส่วนปาลินพลิกตัวกลับหลังหันพร้อมตั้งท่าต่อสู้ในเสี้ยววินาที ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ลมหายใจของทั้งสองคนผสานกันเป็นจังหวะกระชั้นชิดในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องสว่าง
"ใคร!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว สายตากวาดมองไปทั่วทุกมุมห้องที่มีเงากลืนพราง
"อย่าขยับ" ปาลินเอ่ยเสียงเบาหวิวแต่เด็ดขาด มือเรียวเอื้อมมาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นส่งผ่านความร้อนระอุและความตระหนกที่สะท้อนว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายกว่าที่คาดคิดไว้ร้อยเท่า
ไม่มีเสียงตอบรับจากมุมมืด มีเพียงเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ย่างก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก ทำให้ปาลินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนช็อก
ประตูห้องเปิดผางออกอย่างแรง แสงไฟสว่างจ้าจากทางเดินสาดส่องเข้ามาตัดกับความมืดภายในห้อง เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของบุคคลที่พวกเธอเพิ่งจะเห็นชื่อบนหน้าจอหมาดๆ กำลังยืนยันตัวตนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปากของแขกยามวิกาล
"เซอร์ไพรส์ไหมคะ, เด็กๆ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายอย่างใจเย็น ราวกับกำลังมาเยี่ยมเยียนลูกศิษย์คนโปรดในห้องเรียน ไม่ใช่การบุกรุกเซฟเฮาส์ลับที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุด
รินรดากัดฟันกรอด ความหัวเสียพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเมื่อเจอคนกวนประสาทในเวลาวิกฤต เธอปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาคมกริบ "อุ้ย! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คนแก่ชอบเล่นซ่อนแอบนี่เอง ออกมาจากรูเร็วกว่าที่คิดนะคะ นึกว่าจะรอให้พวกเราไปจุดธูปเชิญซะอีก"
แม้ปากจะพูดจาเชือดเฉือนเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก แต่เหงื่อกาฬที่ผุดซึมตามไรผมของรินรดากลับฟ้องว่าสถานการณ์ตอนนี้วิกฤตแค่ไหน ปาลินขยับตัวก้าวมาบังร่างของนักสืบสาวไว้ครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณการปกป้องตื่นตัวเต็มพิกัด นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองผู้มีพระคุณในอดีตผู้แปรเปลี่ยนมาเป็นภัยคุกคามสูงสุดด้วยความรู้สึกที่พังทลาย
"ทำไม... ทำไมต้องเป็นอาจารย์" ปาลินเค้นเสียงถามออกไปทีละคำ ความเจ็บปวดในน้ำเสียงนั้นทำเอารินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับใจกระตุกวูบ
ดร.ภาณุมาศหัวسาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มบนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มีเพียงความเย่อหยิ่งและความกระหายในอำนาจ "เด็กน้อยเอ๋ย... เธอก็ยังซื่อบื้อเหมือนเดิม ปาลิน ของทุกอย่างบนโลกนี้ ถ้าไม่ได้มาด้วยเล่ห์ ก็ต้องได้มาด้วยกล องค์กรพังๆ นั่นไม่มีค่าพอให้ฉันต้องภักดีหรอกนะ สิ่งที่ฉันสร้างขึ้นมาต่างหากที่จะคงอยู่"
บรรยากาศในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากระชับปืนในมือแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ ขณะที่ปาลินกำลังเผชิญหน้ากับอดีตที่ตามมาหลอกหลอน
แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งตึก พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนตัวโตบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่พวกเธอยังไม่ได้ปิด
*‘Warning: System Override in 30 seconds. Self-destruction sequence initiated.’*
ดร.ภาณุมาศแย้มยิ้มกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นตัวเลขถอยหลังที่เริ่มเดินเครื่อง รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวของคนคลั่งอำนาจ "ลาภอันประเสริฐ... พวกเธออุตส่าห์เปิดประตูต้อนรับฉันถึงถิ่น แถมยังถอดรหัสลับให้เสร็จสรรพ แบบนี้จะไม่ให้ฉันรีบกดส่งของขวัญชิ้นใหญ่ให้ได้ยังไงล่ะคะ"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปสบตากับปาลินที่หันมามองเธอพอดี ในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ปาลินไม่ลังเลที่จะคว้ามือของรินรดามากำไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดทำให้หัวใจของนักสืบสาวกระตุกวูบอย่างแรง
ปาลินกระชากข้อมือของรินรดาให้พุ่งตัวหลบวิถีกระสุนที่ถูกยدลั่นมาจากเงามืดด้านหลังอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับที่ดร.ภาณุมาศพุ่งเข้ามาประชิดตัวและคว้าตัวหน้าจอเมนเฟรมไปครอบครอง รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนถีบโต๊ะทำงานตัวใหญ่เข้าใส่ผู้บุกรุกจนเซถอยหลังไป
"วิ่ง!" ปาลินตะโกนลั่น ฉุดร่างของรินรดาให้พุ่งทะยานออกไปยังประตูฉุกเฉินที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังหนวกหูและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ไล่หลังมา
ตัวเลขบนหน้าจอถอยหลังลงมาเหลือเพียง *10... 9... 8...*
ปาลินกระชากประตูฉุกเฉินออกได้สำเร็จ แต่ทว่า... ทางหนีไฟที่ควรจะเปิดโล่งกลับถูกปิดตายด้วยประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่เชื่อมด้วยระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์จากภายนอก!
ทางตัน!
รินรดาสบถออกมาอย่างหัวเสีย เธอหันกลับมามองหน้าปาลินที่จ้องมองเธอด้วยแววตาสั่นระริกเป็นครั้งแรกในชีวิต ในพื้นที่แคบๆ ที่มีเวลาเหลือเพียงไม่กี่วินาทีและความตายอยู่ตรงหน้า ปาลินกลับดึงร่างของรินรดาเข้ามาปะทะอ้อมอกอย่างแรง ใช้สองแขนโอบกอดปกป้องร่างบางไว้แน่นราวกับต้องการใช้ร่างกายตัวเองเป็นโล่กำบังระเบิด
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นหอมเฉพาะตัวของปาลินแทรกซึมเข้ามาท่ามกลางความโกลาหล รินรดาชะงักงัน หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงสัญญาณเตือนภัย ปาลินก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่
"ถ้าเราต้องตายตรงนี้... ฉันแค่อยากบอกคุณว่า..."
*3... 2... 1...*
ตูมมมม!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคลั่งรักไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 19
รหัสลับที่ต้องแก้
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!