เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 18

ระยะห่างที่หายไป

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กระสุนเจาะผ่านความมืดด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช รินรดาเบี่ยงตัวหลบประกายไฟที่วาบขึ้นตรงมุมห้องได้ทันอย่างเฉียดฉิว กลิ่นดินปืนและโอโซนฉุนกานต์ผสมปนเปกันในอากาศทึบตัน ปาลินไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปแม้แต่วินาทีเดียว ร่างเพรียวพุ่งตัวฝ่าความมืดเข้าไปประชิดตัวผู้บุกรุก เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง!* สนั่นห้อง พร้อมกับเสียงสบถต่ำอย่างหัวเสียของกานต์ที่ดังขึ้นแข่งกับเสียงระบบไฟฟ้าสำรองที่เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัย "พวกแกสองคนนี่มันฆ่ายากฆ่าเย็นยิ่งกว่าแมลงสาบเสียอีกนะ!" เสียงของกานต์ลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น ขณะที่ความมืดสนิททำให้การมองเห็นเป็นศูนย์ มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหน้าจอแท็บเล็ตที่ตกอยู่บนพื้นสาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนของการต่อสู้ระยะประชิดที่ดุเดือดและไม่มีใครยอมใคร รินรดาไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวเข้าไปช่วยซัดหมัดเข้าที่สีข้างของอีกฝ่ายเต็มแรง จนกานต์เซถลาไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือ เสียงข้าวของหล่นกระจายเกลื่อนกลาด "แล้วแกคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมให้มาพังเซฟเฮาส์ตามอำเภอใจหรือไงคะคุณกานต์!" รินรดาเอ่ยเสียงกร้าว แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก แต่สัญชาตญาณนักสืบและความเยือกเย็นที่ถูกปลุกเร้าทำให้มือของเธอกระชับท่อนเหล็กที่คว้ามาได้แน่น ปาลินไม่ปล่อยให้กานต์ตั้งตัวได้ทัน มือเรียวตวัดล็อคข้อมือข้างที่ถือปืนไว้แน่นแล้วบิดกระชากจนอาวุธร้ายหลุดจากมือกระเด็นหายไปในความมืด ก่อนจะตามด้วยเข่ากระแทกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแม่นยำและไร้ความปรานี เสียงหอบหายใจอย่างเจ็บปวดดังขึ้น พร้อมกับร่างของมาเฟียสายเทคที่ล้มทรุดลงไปกองกับพื้นแทบจะทันที *คลิก.* เสียงระบบไฟสำรองฉุกเฉินทำงาน แสงไฟสีแดงสลัวสาดส่องลงมาอาบไล้บรรยากาศภายในห้องนอนที่บัดนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม รินรดายืนหอบหายใจโยนท่อนเหล็กในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองสหายร่วมรบที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ปาลินกวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยของห้อง ก่อนจะหันมาสบตากับรินรดา แววตาคู่คมที่เคยเรียบเฉยและเต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็ง บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่พยายามซ่อนไว้ "เจ็บตรงไหนไหมคะ?" ปาลินเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะยังคงความราบเรียบตามวิสัย แต่อารมณ์ที่เป็นห่วงเป็นใยกลับซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งนั้นอย่างปิดไม่มิด รินรดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก เธอก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวตรงหน้าทีละก้าว จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ "เป็นห่วงฉันเหรอคะ คุณอดีตสายลับผู้เย็นชา?" ปาลินไม่ถอยหนี ปล่อยให้รินรดาเดินเข้ามาจนชิด สัมผัสไออุ่นจากกายของอีกฝ่ายแทรกซึมผ่านความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัว มือเรียวที่เคยใช้จับอาวุธค่อยๆ เอื้อมออกไปปัดเศษฝุ่นที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนของรินรดาแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้ลมหายใจของรินรดาติดขัดไปชั่วขณะ "ปากเก่งไม่เข้าเรื่อง..." ปาลินพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง "ถ้าฉันมาช่วยช้ากว่านี้อีกวินาทีเดียว เธอคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงก่อนจะได้ไขคดีนี้แล้วล่ะค่ะ" "แต่คุณก็มาทันนี่คะ..." รินรดาช้อนสายตาขึ้นมอง ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว เคมีที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้ความเงียบยิ่งทำให้หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ "และฉันก็รู้ว่า... คนอย่างคุณ ไม่มีทางปล่อยให้ฉันเป็นอะไรไปหรอกจริงไหมคะ" ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทายและความลึกซึ้ง ปาลินจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดไม่หยุดของคนตรงหน้า ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเริ่มพังทลายลงทีละน้อย กำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองถูกหลอมละลายด้วยความกล้าหาญและความจริงใจของนักสืบสาวจอมกวนคนนี้ "บางที... เธออาจจะมั่นใจในตัวฉันมากเกินไปนะคะ รินรดา" ปาลินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะคะ..." รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดแก้มสาง ปลายจมูกเฉียดผ่านกันอย่างจงใจ "ว่าฉันมั่นใจ... ผิดคนหรือเปล่า" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ ความหวานปนความอันตรายฉาบไล้ไปทั่วทุกอณูอากาศ รินรดารubมือขึ้นสัมผัสกรอบหน้าคมของปาลินอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวเกลี่ยไล้เส้นผมที่ปรกหน้าผากออกให้อย่างเบามือ ความนุ่มนวลที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นถูกหยิบยกมาปรนเปรอหญิงสาวตรงหน้า ปาลินหลับตาลงรับสัมผัสนั้น หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายกลับเต้นแรงราวกับเด็กสาวเพิ่งมีความรักเป็นครั้งแรก ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อปิดระยะห่างที่เหลืออยู่ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนเรียกชื่อจากด้านนอกเซฟเฮาส์ก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงัน *ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว* "สารวัตรครับ! ทางนี้เคลียร์แล้ว! เราพบสัญญาณชีพแปลกปลอมในห้องควบคุมใต้ดิน!" ปาลินลืมตาขึ้นทันที แววตาคมกริบกลับมาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง รินรดากัดริมฝีปากด้วยความขัดใจเล็กน้อยที่จังหวะเวลาช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ผละออกจากกัน เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอแท็บเล็ตบนพื้นที่กานต์ทำตกไว้ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความโค้ดลับสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ *ข้อมูลทั้งหมดถูกอัปโหลดไปยังบุคคลที่สามแล้ว... และเป้าหมายต่อไปคือ "ตัวจริง" ขององค์กร* รินรดาก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏหราอยู่บรรทัดสุดท้ายของการเข้ารหัส ปาลินเองเมื่อก้มลงมองตาม ก็ถึงกับหน้าถอดสี ร่างเพรียวชะงักค้างทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ได้มีแค่กานต์คนเดียว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%