เสียงหวีดหวิวของสัญญาณเตือนภัยดังระงมอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่มันคือเสียงกรีดร้องในความทรงจำที่แตกสลายของปาลิน
ความมืดมิดในห้วงนิทราของเธอกำลังถูกกัดกินด้วยเปลวไฟสีส้มฉาน กลิ่นดินปืนและคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ร่างกายของเธอถูกตรึงไว้กับเก้าอี้เหล็กเย็นเยียบ ตรงหน้าคือเงาตะคุ่มของชายที่เธอเคยเรียกมันว่า 'อาจารย์' เขากำลังหัวเราะเยาะหยันพร้อมกับกดสวิตช์บางอย่าง...
ปาลินสะดุ้งสุดตัว ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เธอหอบหายใจถี่รัว ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองความว่างเปล่าในห้องนอนของเซฟเฮาส์ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ความรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำตายในกองเพลิงยังคงตามหลอกหลอน
"ไม่... ออกไป..." เสียงแหบพร่าหลุดออกจากปาก เธอพยายามตะเกียกตะกายหนีจากสัมผัสที่มองไม่เห็น แต่กลับกลายเป็นว่ามือของเธอปัดเข้ากับโคมไฟข้างเตียงจนร่วงลงพื้นเสียงดังเพล้ง
ทันใดนั้น ไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับร่างของรินรดาที่พุ่งตรงมายังเตียงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนทั่วไป
"ปาลิน! ฟังฉันนะ หายใจเข้า... มองที่ฉัน มองที่ตานี่!" รินรดาคว้าไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้แน่น แรงบีบที่มั่นคงและอบอุ่นนั้นช่วยดึงสติของปาลินให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ปาลินจ้องมองนัยน์ตาเรียวสวยของนักสืบสาวที่กำลังฉายแวววิตกอย่างปิดไม่มิด ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังพังทลายลงในพริบตา เธอโผเข้ากอดรินรดาจนจมอก ร่างกายสั่นเทาที่พยายามซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียว
"เขา... กานต์... มันกำลังจะกลับมา" ปาลินพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แตกพร่า
รินรดาขมวดคิ้วแน่น มือเรียวสวยลูบแผ่นหลังของคนในอ้อมกอดอย่างปลอบประโลม แม้ใจหนึ่งจะอยากถามถึง 'กานต์' ที่ทำร้ายปาลินจนเสียขวัญได้ขนาดนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาของคำถาม เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึกเกินกว่าใครจะเข้าใจ
"ชู่ว... เงียบก่อนค่ะ คนเก่งของฉัน" รินรดากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงที่ปกติมักจะยียวนกวนประสาท บัดนี้กลับนุ่มนวลและทรงพลัง "ในนี้ไม่มีใครทำร้ายเธอได้ทั้งนั้น ต่อให้กานต์มันจะระเบิดประตูเข้ามาตอนนี้ ฉันก็จะขวางมันไว้ด้วยชีวิตของฉัน... จำไว้ว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะ"
คำพูดนั้นราวกับเวทมนตร์ที่หยุดพายุคลั่งในใจปาลิน ร่างที่เคยสั่นเทาเริ่มสงบลง ปาลินเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า แสงไฟสลัวขับเน้นให้ใบหน้าของรินรดาดูมีเสน่ห์ร้ายกาจแต่ก็แฝงความจริงใจอย่างเหลือเชื่อ
"ทำไมต้องดีกับฉันขนาดนี้..." ปาลินถามเบาๆ พลางใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของอีกฝ่าย "ทั้งที่เธอรู้ว่าฉันมันตัวอันตราย"
รินรดาแค่นยิ้มมุมปาก ความขี้เล่นเริ่มกลับมาแต้มบนใบหน้า "ก็เพราะว่าฉันมันพวกชอบความท้าทายไงคะ ยิ่งอันตราย... หัวใจมันก็ยิ่งเต้นแรง แล้วนี่... เต้นแรงจนกลัวว่าเธอจะได้ยินเลยนะ"
เธอดึงมือของปาลินไปวางบนหน้าอกข้างซ้ายของเธอ หัวใจของนักสืบสาวเต้นรัวไม่เป็นจังหวะจริงอย่างที่พูด ปาลินชะงักไป ความร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วใบหน้าเมื่อสายตาของรินรดาเปลี่ยนจากความปลอบโยนเป็นความคลั่งรักที่ร้อนแรง
"ริน..."
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ" รินรดาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเฉียดกัน "คืนนี้... ให้ฉันอยู่ข้างๆ จนกว่าเงาพวกนั้นจะหายไปนะคะ"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นที่ปนไปด้วยความเสน่หา รินรดาค่อยๆ กดจูบลงบนหน้าผากเนียนมนของอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอม ปาลินหลับตาลงรับสัมผัสเหล่านั้น แต่ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลจากเครื่องแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทันที
รินรดาผละออกจากปาลินอย่างเสียดาย เธอคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาดู สีหน้าเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นเย็นชาและเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที
"เวรแล้ว..." รินรดาสบถเบาๆ
"เกิดอะไรขึ้น?" ปาลินขยับตัวขึ้นมามอง
"กานต์ไม่ได้มาแค่คนเดียว" รินรดากดขยายภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้รอบนอกเซฟเฮาส์ ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดลงเมื่อเห็นภาพบนจอ "ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นนอกถูกเจาะเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกมันกำลังเดินเข้ามาถึงโถงทางเข้า... และคนที่นำหน้ามาน่ะ ไม่ใช่แค่ลูกน้องกระจอกๆ แต่มันคือตัวจริง"
ปาลินมองภาพบนจอด้วยหัวใจที่หยุดเต้น คนที่ยืนอยู่หน้ากล้องด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมคือ 'กานต์' เขาไม่ได้มาเพื่อลักพาตัว แต่มันมาเพื่อปิดฉากทุกอย่างที่นี่
ทันใดนั้น เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากชั้นล่าง ทั้งพื้นและผนังของเซฟเฮาส์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รินรดาคว้าปืนพกคู่ใจที่วางอยู่ใต้หมอนขึ้นมาทันที เธอหันมามองปาลินด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับจะฝากฝังทุกอย่างไว้ในยามฉุกเฉินนี้
"ปาลิน ไปที่ห้องนิรภัยใต้ดินเดี๋ยวนี้!"
"ไม่! ฉันจะไม่อยู่เฉยให้เธอไปตาย!" ปาลินพุ่งตัวไปคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้เตียงเตรียมพร้อมต่อสู้
"ฉันบอกให้ไปไง!" รินรดาตะคอกเสียงกร้าว ก่อนจะคว้าคอเสื้อของปาลินดึงเข้ามาจูบอย่างเร่าร้อนและรุนแรง มันเป็นจูบที่ไม่ได้มีความหวานหอม แต่เต็มไปด้วยคำลาและความคลั่งรักที่อยากจะเก็บไว้เป็นครั้งสุดท้าย "ถ้าฉันไม่รอด... ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่โต๊ะฉันคือทุกอย่าง... อย่าให้มันได้ไป เข้าใจไหม!"
ก่อนที่ปาลินจะทันได้ทักท้วง ประตูห้องนอนก็ถูกแรงกระแทกจากภายนอกจนบานพับแทบกระเด็นหลุด! กานต์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับปืนเก็บเสียงในมือ รอยยิ้มร้ายกาจของมันสะท้อนกับแสงไฟที่กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงเหลือเพียงความมืดสนิท...
ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจที่ส่งให้ลิลลี่สีขาวเสมอนะคะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 17
เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!