เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 9

มื้อค่ำท่ามกลางความตึงเครียด

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังถูกเคาะเบาๆ สองครั้ง เป็นจังหวะที่ทำให้หัวใจของรินรดากระดอนไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น ปาลินกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ร่างเพรียวระหงพุ่งเข้าคว้าเอวบางของนักสืบสาวแล้วดึงลงหมอบราบกับพื้นห้องครัวทันที แรงปะทะทำให้แผ่นหลังของรินรดาแนบชิดกับอกอั่นแน่นของอดีตสายลับ กลิ่นกายหอมเย็นราวกับดอกไม้ป่าท่ามกลางสายฝนปะปนกับกลิ่นไอสนิมเหล็กและดินปืนจางๆ ลอยเข้าจมูก "อย่าขยับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหู ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรินรดาพร้อมใจกันลุกชันไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดต้นคอต่างหาก ข้างนอกนั่น... ไม่ใช่แค่เสียงลม หรือเงาหลอนของกานต์ที่ส่งมาขู่ขวัญ รินรดากัดริมฝีปากแน่น สมองอันฉลาดเป็นกรดประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเสียงเคาะหน้าต่างดังมาจากด้านหลัง แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนทักทายเมื่อครู่กลับมาจากระเบียงด้านหน้า นั่นหมายความว่าพวกมันมีมากกว่าหนึ่งคน และกำลังเล่นเกมแมวไล่จับหนูตลบหลังพวกเธอทั้งสองคนอยู่จริงๆ! "ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะ คุณปาลิน" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ริมฝีปากบางก็ยังไม่วายยกยิ้มหยัน "หรือว่าติดใจอ้อมกอดนักสืบสาวพราวเสน่ห์คนนี้เข้าแล้วคะ?" ปาลินส่งเสียง "หึ" ในลำคออย่างหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดตามองรอบห้องครัวผ่านแสงสลัว "หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่ง สมองมีไว้คิดเรื่องคดีหรือคิดแต่เรื่องลามกกันแน่คะ รินรดา" "มีไว้คิดบัญชีกับคุณต่างหากค่ะ" รินรดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายแม้ในยามวิกฤต "แต่ก่อนอื่น... เราคงต้องเคลียร์ไอ้พวกแขกไม่速 (ไม่ได้รับเชิญ) ข้างนอกนี่ก่อนกระมังคะ" สิ้นคำพูด ปาลินก็ไม่รอช้า มือเรียวหยิบปืนพกเก็บเสียงที่ซ่อนไว้ใต้เข็มขัดขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่วว่องไว ความเงียบสงบเข้าปกคลุมเซฟเฮาส์อีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะประสานเสียงกัน บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต *เพล้ง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านขวาแตกละเอียดพร้อมๆ กับเงาร่างสูงใหญ่สองร่างที่พุ่งทะยานเข้ามาในห้องครัวอย่างดิบเถื่อน เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น ปาลินไม่ปล่อยให้เสียเวลา มือเรียวกดลั่นไกส่งกระสุนเตือนสติไปที่ผนังเหนือหัวของผู้บุกรุกทันที เสียงปืนเก็บเสียงดัง *ปุ!* หนักหน่วงแต่นุ่มนวลพอที่จะไม่เรียกเสียงโวยวายจากภายนอก "เฮ้ย! มันรู้ตัว!" หนึ่งในคนร้ายตะโกanลั่น พร้อมกับชักอาวุธปืนในมือขึ้นมาหมายจะเล็งตรงมาที่ร่างของปาลิน แต่รินรดารวดเร็วกว่าที่คาด ด้วยความที่เป็นคนรักความท้าทายและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร นักสืบสาวฉวยจังหวะที่คนร้ายเสียหลักจากการเหยียบเศษกระจก คว้ากระทะเทฟลอนด้ามยาวที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ฟาดเข้าใส่กลางลำตัวของมันเต็มแรง! *โป๊ก!* เสียงโลหะกระทบกระดูกดังสนั่นจนคนร้ายอีกคนชะงัก ร่างหนาเซถอยหลังล้มพับไปกองกับพื้นสลบเหมือดคาที่ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ยืดตัวขึ้นปัดมือเบาๆ แล้วหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ปาลินที่ยืนถือปืนค้างเติ่งอยู่ "ไงคะ? ฝีมือ 'ตัวถ่วง' อย่างฉัน พอจะช่วยแบ่งเบาภาระอดีตสายลับมือหนึ่งอย่างคุณได้บ้างไหมคะ?" รินรดาเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความอวดดีเล็กน้อย ปาลินมองร่างคนร้ายที่นอนสลบสไลกับพื้น สลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เชิดขึ้นอย่างถือดี มุมปากหยักลึกของอดีตสายลับกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่เต็มไปด้วยความระอาปนเอ็นดู "เก่งนักนะเรื่องหาเรื่องใส่ตัว" ปาลินเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปยังคนร้ายอีกคนที่เหลือซึ่งกำลังตั้งหลักได้และจ้องมองพวกเธอด้วยสายตาดุดร้าย "จัดการที่เหลือให้เสร็จ แล้วเราค่อยมาคุยกันเรื่องปากดีของคุณทีหลัง" การต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและดุเดือด ปาลินพุ่งตัวเข้าประชิดคนร้าย ใช้สันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือจนปืนหลุดจากมือมัน ก่อนจะเตะตัดขาจนคนร้ายล้มลงไปนอนจุก รินรดาตามไปซ้ำด้วยการกดล็อกตัวไว้ไม่ให้ดิ้นหลุด ทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างไร้รอยต่อ ราวกับคู่หูที่ผ่านศึกมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งที่ความจริงเพิ่งจะเปิดฉากสงครามประสาทใส่กันได้ไม่กี่วัน เมื่อความวุ่นวายสงบลง ร่างของชายฉกรรจ์สองคนถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกไนลอนอย่างแน่นหนาและโยนไว้มุมห้องครัว ปาลินยืนกอดอกมองผลงานด้วยสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่รินรดากำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อตามกรอบหน้าสวยอย่างลวกๆ บรรยากาศในห้องครัวกลับมาเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่ากลัวเหมือนตอนแรก มันเป็นความอึดอัดที่แปลกประหลาด... ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างระหว่างคนทั้งสอง "ฝีมือไม่เลวเลยนี่คะ นึกว่าคุณจะดีแต่ปากเสียอีก" ปาลินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตาสองสีคู่นั้นมองสำรวจรảoเพรียวบางของรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับจะตรวจหาบาดแผล "ระดับรินรดาซะอย่าง ไม่มีทางยอมให้ตัวเองเจ็บตัวฟรีหรอกค่ะ" นักสืบสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ปาลินทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมเย็นจากกายของอีกฝ่ายยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้กัน "แต่ถ้าจะให้ดี... ช่วยแสดงความห่วงใยฉันแบบอ่อนโยนกว่านี้หน่อยสิคะ ใจคอจะไม่มีคำชมเชยอะไรนอกจากค่อนขอดเลยหรือไง" ปาลินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบสบเข้ากับดวงตาพราวระยับของรินรดาโดยตรง ระยะประชิดนี้ทำให้เธอได้ยินแม้กระทั่งจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วกว่าปกติของหญิงสาวตรงหน้า และเธอก็รู้ดีว่า... หัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะไม่แพ้กัน ความอ่อนหวานที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาเริ่มแทรกซึมเข้ามาในบรรยากาศตึงเครียด ปาลินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวยื่นออกไปปัดปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของรินรดาออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินรดาถึงกับกลั้นหายใจ สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดพลانตื้อตันไปหมด "ปากเก่งแบบนี้... น่าจับมาทำโทษให้เข็ดนัก" ปาลินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววพร่าเลือนที่ทำเอาคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งท้องน้อย "ถ้าคิดจะทำโทษ... ลองดูไหมล่ะคะว่าใครจะเหนือกว่ากัน" รินรดายังคงยั่วเย้า แม้ว่าเสียงของเธอจะเริ่มสั่นพร่าด้วยความประหม่าที่ถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าของทั้งคู่โน้มเข้าหากันจนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะรัวกระชั้นชิดราวกับจะพังเข้ามา! *ปัง! ปัง! ปัง!* "รินรดา! ปาลิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกเธออยู่ในนั้น!" เสียงตะโกนที่ดังลอดเข้ามาทำลายบรรยากาศหวานล้ำในทันที ดวงตาของปาลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดารีบผละถอยหลังออกมาทันควัน ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดลงเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ ไม่ใช่เสียงของลูกน้องกานต์... แต่เป็นเสียงของ 'สารวัตรธนา' นายตำรวจผู้ทรงอิทธิพลที่ควรจะอยู่ห่างจากคดีนี้ที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือ... เขารู้พิกัดลับของเซฟเฮาส์หลังนี้ได้อย่างไรในเมื่อสถานที่แห่งนี้เป็นความลับสุดยอดที่แม้แต่กรมตำรวจก็ไม่ล่วงรู้! กลิ่นลิลลี่สีขาวขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความฟินปนระทึกนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%