เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำเข้ามาใกล้ทุกขณะไม่ได้ทำให้รินรดาสนใจเท่ากับคราบกาแฟเย็นเฉียบที่หกเลอะอยู่บนโต๊ะทำงาน และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่ฟ้องชัดว่า ประตูบานลับหลังชั้นหนังสือไม่ได้ถูกปิดสนิทอย่างที่ควรจะเป็น
สารวัตรธนา—ชื่อนี้ดังก้องอยู่ในหัวของนักสืบสาวฝีปากกล้าทันทีที่เธอจำเสียงทุ้มต่ำและติดจะเย่อหยิ่งนั้นได้ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนายตำรวจมือสะอาดที่ประชาชนศรัทธา แต่เป็นเพราะชายคนนี้คือหนึ่งในบัญชีดำที่ปาลินเคยเตือนซ้ำๆ ว่า "อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนในรังโจร"
แล้วเขาหลุดรอดเข้ามาถึงใจกลางเซฟเฮาส์หลังนี้ได้อย่างไร? สถานที่ซึ่งถูกออกแบบด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับทหาร ม่านรังสีอินฟราเรด และรหัสผ่านที่เปลี่ยนทุกสองชั่วโมง เว้นเสียแต่ว่า... มีเกลอเก่าในคราบคนทรยศกำลังเปิดประตูต้อนรับเขาอยู่
"คิดจะหาทางหนี หรือกำลังรอให้ฉันมาพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่เธอพยายามซ่อนไว้กันแน่ล่ะ รินรดา"
เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องทำงานแคบๆ รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มชะงักค้าง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
สารวัตรธนาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ สวมเสื้อสูทเข้ารูปและรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่แฟ้มในมือของเธอ
"แหม... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการรื้อฟื้นความทรงจำอันแสนหวานระหว่างเธอกับคุณปาลินเข้าสินะคะ" ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน "น่าเสียดายจังที่คนเก่งอย่างอดีตสายลับคนนั้น ไม่ยอมบอกเธอสินะว่า... แฟ้มเล่มที่เธอกำลังถืออยู่น่ะ มันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมของเธอต้องตายอย่างอนาถในห้องขังเมื่อสามปีก่อน"
ประโยคเดียวเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดาชะงักไปชั่วขณะ แต่ทว่าแววตาที่ฉายความตกใจเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวทันที เธอก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากกลับไปให้—รอยยิ้มแบบฉบับนักสืบสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"ถ้าสารวัตรมีความจำเป็นต้องบุกรุกเข้ามาในเซฟเฮาส์ส่วนตัวของชาวบ้านแบบนี้... คงไม่ใช่แค่เพราะคิดถึงฝีมือการทำกาแฟของฉันหรอกมั้งคะ หรือว่าเอกสารในแฟ้มนี้มันกำลังจะแฉความลับอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ท่านสารวัตรผู้ทรงเกียรติถึงกับนอนไม่หลับมาตลอดสามปี?"
ธนาหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เค้าลางความสุภาพแบบจอมปลอมมลายหายไป เหลือเพียงความคุกคามที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
"เธอปากเก่งได้อีกไม่นานหรอก รินรดา... คิดเหรอว่าปาลินจะปกป้องเธอได้พ้น? ผู้หญิงคนนั้นก็แค่หมาป่าบาดแผลที่รอวันตายเท่านั้นแหละ วางแฟ้มลงซะ แล้วส่งมันมาให้ฉัน ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องความปลอดภัยของคนสำคัญของเธอเลย"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น ความกดดันพุ่งสูงจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น รินรดากำมุมแฟ้มในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในเมื่อสารวัตรธนาบุกมาถึงที่นี่ แสดงว่ากานต์และตำรวจกลุ่มนี้คงกำลังร่วมมือกันเล่นเกมใหญ่ เธอยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะส่งหลักฐานชิ้นนี้ไปให้มันทำลายทิ้ง
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้หาจังหวะขว้างแฟ้มหนี เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินมืดทึบด้านนอก—เสียงรองเท้าบูทที่คุ้นเคย เสียงที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะด้วยความโล่งอก
ปาลินยืนอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน มือเรียวข้างหนึ่งไขว้ไว้ด้านหลัง ขณะที่อีกข้างถือปืนพกติดเก็บเสียงไว้อย่างมั่นคง บรรยากาศรอบตัวของอดีตสายลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับมัจจุราชที่พร้อมจะปลิดชีพทุกคนในรัศมีสามเมตร
"พูดจาเสียงดังเกินไปหน่อยนะ... สารวัตรธนา" ปาลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับทำให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ถึงกับชะงักและก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว "แขกไม่ได้รับเชิญแบบคุณ ฉันควรจะต้อนรับด้วยกระสุนนัดไหนดีล่ะคะ ถึงจะสาสกับความสารเลวที่แอบเข้ามาในบ้านของฉัน?"
ธนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้จะพยายามรักษาฟอร์ม แต่เหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นตามไรผม เขารู้ดีว่าฝีมือของปาลินนั้นน่ากลัวเพียงใด โดยเฉพาะในสถานที่ปิดตายแบบนี้
"ปาลิน... เธอกำลังปกป้องคนผิด เอกสารนั่นมัน—"
"หุบปากซะ" ปาลินตัดบทด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบที่ระอุไปด้วยเพลิงโทสะ "ก้าวเท้าถอยหลังออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ยิงแค่ขาของคุณ"
รินรดายืนมองแผ่นหลังของปาลินที่ก้าวเข้ามาบังเธอไว้ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านขึ้นมาในอก ท่ามกลางสถานการณ์อันตรายระอุ ปาลินเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้... เคียงข้างเธอเสมอ
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และสารวัตรธนากำลังยกมือขึ้นเพื่อยอมจำนนตามคำขู่ สายตาของปาลินก็เหลือบมาเห็นรอยเปื้อนสีแดงจางๆ ที่มุมโต๊ะทำงาน รอยเปื้อนที่รินรดายังไม่ทันสังเกตเห็น...
มันไม่ใช่คราบกาแฟ
และมันก็ไม่ใช่คราบเลือดของคนในบ้านหลังนี้
ปาลินชะงักกึก สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจมาตลอดพลเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"รินรดา..." เสียงของปาลินสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไร้สาเหตุ "อย่าขยับ... ห้ามหันไปมองด้านหลังเด็ดขาด"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะเอ่ยปากถาม เสียงฝีเท้าปริศนาอีกกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจาก "เพดาน" เหนือศีรษะของพวกเธอ พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องที่ถูกกระแทกจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 10
ความลับใต้ลิ้นชัก
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!