เศษกระจกใสที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นราวกับเพชรเม็ดเล็กๆ สะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากด้านนอกเข้ามาในห้องนิรภัย ยั่วยวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทว่ารินรดาไม่มีเวลาแม้แต่จะก้มลงมองมัน ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกยกขึ้นเล็งตรงไปยังรอยแตกของหน้าต่างบานหลังอย่างแม่นยำ ขณะที่มืออีกข้างคว้าแขนของปาลินเข้ามาชิดลำตัวโดยสัญชาตญาณ แรงปะทะจากด้านบนและด้านหลังเกิดขึ้นพร้อมกันจนแทบแยกประสาทสัมผัสไม่ออก
"ต่ำลง!"
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เฉียบขาดของปาลินดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับร่างเพรียวบางที่พุ่งเข้าชนรินรดาเต็มแรงจนทั้งคู่ล้มกลิ้งหลบวิถีคมกระสุนที่เจาะทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามา ฝุ่นผงปูนจากเพดานร่วงกราวลงมาคล้ายหิมะสีเทา กานต์ไม่ได้ส่งคนมาแค่กลุ่มเดียว แต่นี่คือการปิดล้อมแบบสมบูรณ์แบบที่คำนวณไว้ทุกองศา
รินรดาไม่ยอมเสียเวลาเป็นฝ่ายถูกล่า เธอกลิ้งตัวหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนอย่างคล่องแคล่ว ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทายผสมความโกรธกรุ่น ปากเรียวสวยขยับเอ่ยในลำคอ "ให้ตายสิ ตามาเฟียเทคคนนี้คงคิดว่าพวกเราเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟจริงๆ สินะคะ"
ปาลินที่หมอบอยู่หลังโซฟาเบาะหนังอีกฝั่งปรายตามองคู่หูจำเป็นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มือเรียวยาวปลดเซฟปืนพกคู่กายอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่กำลังกรูเข้ามาทางช่องระบายอากาศด้านบน "ถ้าไม่อยากกลายเป็นรังผึ้งพรุน ก็หุบปากแล้วเลิกบ่น แล้วเตรียมตัวยิงต้อนรับแขกไม่เชิญพวกนี้ซะทีค่ะ"
"ปากคอเรานี่มันน่าจับมาตีให้ก้นลายจริงๆ ปาลิน..." รินรดายิ้มมุมปากแม้สถานการณ์จะวิกฤต เธอดีดตัวขึ้นยิงสวนขึ้นไปบนเพดานสามนัดติด เสียงร้องโอดครวญและร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำคนหนึ่งร่วงตกลงมากองกับพื้นอย่างแม่นยำราวกับจับวาง "เห็นไหมคะ? ฝีมือระดับฉัน ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว"
ปาลินไม่ตอบคำถาม แต่สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่พุ่งเข้ามาทางหน้าต่างที่แตก เธอยิงสกัดออกไปหนึ่งนัดจนร่างนั้นถอยร่นออกไป ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาประชิดรินรดาที่กำลังเปลี่ยนซองกระสุน มือเรียวคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นแล้วลากเข้าไปหลบในมุมอับหลังเสาคอนกรีตหนา แรงปะทะและความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบละลาย
ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมหลังจากเสียงปืนสงบลง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งคู่ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายในระยะประชิด แสงไฟสลัวขับเน้นให้โครงหน้าคมคายของอดีตสายลับดูเย้ายวนใจจนน่าอันตราย ดวงตาสองคู่ประสานกันโดยไม่มีใครยอมหลบ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เคมีร้อนแรงบางอย่างกลับพุ่งพล่านยิ่งกว่าควันปืน
"คุณ... เป็นห่วงฉันเหรอคะ ถึงได้ลากมาซะแรงขนาดนี้?" รินรดาเอ่ยเย้าแหย่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนเรียวปากอิ่ม แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น
ปาลินเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยไหววับชั่ววินาที มือที่จับข้อมืออีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นบีบเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่งนะคะ รินรดา ฉันแค่ไม่อยากให้คุณตายคาตin ก่อนจะไขคดีให้ฉันเสร็จต่างหาก"
"ปากแข็งจังนะคะ ทั้งที่หน้าแดงขนาดนั้น..." นิ้วเรียวของนักสืบสาวแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนของอดีตสายลับอย่างถือวิสาสะ ปาลินสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวรุนแรงด้วยอารมณ์ที่ซ่อนเร้นมานาน
ทว่าบรรยากาศอันชวนใจสั่นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังใกล้เข้ามา พร้อมกับกลิ่นฉุนของควันบางอย่างที่เริ่มลอยอบอวลเข้ามาในห้อง กานต์ไม่ได้มาเพื่อเจรจา... เขาต้องการเผาทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้ง รวมถึงพวกเธอด้วย
ปาลินดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เธอผละออกจากความใกล้ชิดนั้นด้วยความเสียดายลึกๆ ก่อนจะหยิบขวดไวน์ราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ ขว้างกระทบกับพื้นจนแตกกระจาย กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกานต์ผสมกับกลิ่นควันไฟทำให้ต้องหรี่ตา
"ทางหนีไฟสำรองอยู่หลังตู้เก็บของนั่น" ปาลินกระซิบเสียงต่ำ ดวงตามุ่งมั่น "ตามฉันมา อย่าปล่อยมือเด็ดขาด"
รินรดายิ้มรับ แววตาซุกซนหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง เธอคว้ามือปาลินไว้แน่น กระชับแน่นเสียยิ่งกว่าเกราะกันกระสุน "รับทราบค่ะ คุณอดีตสายลับ... พาฉันหนีไปให้พ้นจากคืนนี้ทีนะคะ"
ทั้งคู่พุ่งตัวฝ่ากลุ่มควันออกไปสู่ความมืดเบื้องหน้า ทิ้งไว้เพียงเซฟเฮาส์ที่กำลังลุกเป็นไฟและปริศนาที่ยังรอการสะสางในบทต่อไป
...
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคลั่งรักไปกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 11
บทสนทนาหลังแก้วไวน์
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!