“เกมพลิกแล้วล่ะครับ... คุณอดีตสายลับ”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นกะทันหันไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่สามอย่างชัดเจน ภายใต้เงาสลัวของเซฟเฮาส์ ร่างสูงโปรดของ ‘กานต์’ มาเฟียสายเทคผู้กุมความลับทั้งหมดของคดีนี้กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มมุมปากของเขาฉาบด้วยความเย้ยหยันราวกับผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
แต่คนที่ขยับตัวเร็วกว่าความคิดกลับไม่ใช่รินรดา
พรึบ!
ร่างบางของปาลินพุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาในเสี้ยววินาที มือเรียวคว้าแขนของนักสืบสาวแล้วดึงหลบมาอยู่ด้านหลังของเธอทันที พร้อมๆ กับที่มืออีกข้างชักปืนพกเก็บเสียงออกจากซองใต้เสื้อสูทขึ้นเล็งตรงไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ ท่วงท่ารวดเร็ว เด็ดขาด และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบของอดีตสายลับที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
“ใจเย็นน่า คุณปาลิน” กานต์ยกมือขึ้นทั้งสองข้างอย่างไม่ยี่หระ สายตาคมกริบกวาดมองปืนที่จ่อร่องอกตัวเองด้วยความสนุกสนาน “ถ้าผมอยากฆ่าพวกคุณ สองชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมคงกดปุ่มให้เซฟเฮาส์นี่ระเบิดเป็นจุลไปแล้ว ไม่มายืนยันตัวตนให้โง่หรอกจริงไหมครับ”
“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ระบบความปลอดภัยถูกปิดตายแล้ว” เสียงหวานของปาลินเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
“ระบบความปลอดภัยเหรอ?” กานต์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอีกหนึ่งก้าว “อย่าลืมสิครับว่าผมเป็นใคร... ซอร์สโค้ดทุกบรรทัดในตึกนี้ ผมเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ การจะเดินเข้าออกบ้านตัวเองโดยที่หมาป่าเฝ้าบ้านไม่รู้ตัว มันไม่ใช่เรื่องยากเลย”
รินรดาที่ถูกบังอยู่ด้านหลังค่อยๆ โผล่ศีรษะออกมาจากไหล่ของปาลิน แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความตกใจ แต่สัญชาตญาณนักสืบของเธอกลับทำงานอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองตามเนื้อตัวของมาเฟียหนุ่มเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์
“ถ้าคุณไม่ได้มาเพื่อฆ่าพวกเรา... แล้วคุณมาทำไม” รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะมีความระแวดระวังแต่ก็ซ่อนความท้าทายเอาไว้ “คนระดับคุณ ‘กานต์’ ไม่น่าจะว่างมาเดินเล่นในดงกระสุนเล่นหรอกนะ”
กานต์หันมาสบตารินรดา รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงเล็กน้อย แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่น่ากลัวกว่าเดิม “เพราะผมรู้ว่าพวกคุณกำลังหา ‘ฮาร์ดไดรฟ์ตัวแม่’ ที่บันทึกข้อมูลการฟอกเงินทั้งหมดของผมอยู่... และถ้าปล่อยให้พวกคุณงมหาไปเรื่อยๆ อีกสามวัน องค์กรของผมอาจจะพังจริงๆ ก็ได้”
“แปลว่าคุณยอมจำนนแล้วว่างั้น?” ปาลินยังไม่ลดปืนลง นิ้วชี้ยังคงแตะอยู่ที่ไกปืนพร้อมเหนี่ยวได้ทุกเมื่อ
“เปล่าเลย... ผมไม่ได้มาเพื่อยอมจำนน” กานต์ยักไหล่ “ผมมาเพื่อ ‘ยื่นข้อเสนอ’ ต่างหาก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับลมหายใจระรินของปาลินที่แนบชิดอยู่ด้านหน้า รินรดารู้สึกได้ถึงแผ่นหลังบางที่ตึงเกร็งของอดีตสายลับ ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวปาลิน กลิ่นที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์อันตราย แต่นี่ไม่ใช่เวลามาหวั่นไหว รินรดากัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกมาจากด้านหลังของปาลินอย่างถือวิสาสะ มือเรียวเอื้อมไปแตะท่อนแขนเรียวของปาลินเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เธอลดปืนลงก่อน
ปาลินหันมามองขวับ ดวงตาคู่คมฉายแววดุ “รินรดา อันตรายนะ”
“เชื่อฉันสิคะ” รินรดาขยับยิ้มมุมปาก ส่งสายตาแพรวพราวที่แม้แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานก็ยังไม่ทิ้งลายความเจ้าเล่ห์ “คนอย่างคุณกานต์ ถ้าอยากยิงเราทิ้งจริงๆ เขาคงไม่ยืนพูดมากขนาดนี้หรอก... จริงไหมคะคุณมาเฟีย?”
กานต์เลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุกกับท่าทีไม่เกรงกลัวของนักสืบสาว “สมคำร่ำลือจริงๆ นะครับ คุณรินรดา สมแล้วที่เป็นคนที่พลิกแฟ้มคดีที่ตายไปแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้”
“เข้าประเด็นเถอะค่ะ ฉันไม่ชอบฟังคนพูดจาอ้อมค้ำ” ปาลินเสียงแข็งขึ้น ยอมเก็บปืนเข้าซองตามคำขอของรินรดาอย่างจำใจ แต่ร่างกายยังคงอยู่ในท่าเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด สายตาจ้องเขม็งไปยังกานต์ไม่วางตา
“โอเคๆ ใจร้อนกันจัง” กานต์ยกมือยอมแพ้ เดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมุมห้องขึ้นมาถือไว้ “ข้อเสนอก็คือ... ผมจะมอบเบาะแสชิ้นสำคัญที่สุด เบาะแสที่จะนำทางพวกคุณไปหาฮาร์ดไดรฟ์ตัวนั้นโดยตรง แบบที่ไม่ต้องเสียเวลาหาอีกต่อไป”
รินรดาหรี่ตาลง “แล้วเราต้องแลกด้วยอะไร? คุณคงไมใจดีขนาดเอาคอมาพาดเขียงให้พวกเราฟรีๆ หรอกใช่ไหม?”
“ฉลาดมาก” กานต์ยิ้ม “สิ่งที่ผมต้องการคือ ‘ความเงียบ’... และเวลาสามวัน ให้ผมจัดการเคลียร์บัญชีและย้ายเงินทั้งหมดออกจากระบบ ก่อนที่พวกคุณจะส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจ ถ้าพวกคุณตกลงตามนี้ ผมจะให้ที่อยู่ของ ‘คนทรยศ’ ในองค์กรของผม ที่ขโมยฮาร์ดไดรฟ์ตัวนั้นไปซ่อนไว้”
ปาลินนิ่งเงียบ สมองของอดีตสายลับกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว การปล่อยให้มาเฟียหนุ่มมีเวลาสามวันในการเคลื่อนย้ายเงินอาจเป็นภัยมหันต์ แต่นั่นก็เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาได้เบาะแสชิ้นสำคัญมาครอบครองเช่นกัน
“เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าข้อมูลที่คุณให้มา... ไม่ใช่กับดักที่จะส่งพวกเราไปตาย?” ปาลินถามเสียงเฉียบขาด
“ความเชื่อใจไม่มีอยู่จริงในวงการนี้หรอกครับ คุณปาลิน” กานต์ยื่นแฟ้มในมือมาวางกระแทกเบาๆ บนโต๊ะตรงหน้า “แต่พวกคุณไม่มีทางเลือกอื่นแล้วต่างหากล่ะ”
พูดจบ กานต์ก็หมุนตัวเดินกลับไปยังประตูทางออก โดยไม่ลืมหันมายิ้มให้รินรดาอีกครั้ง “หวังว่าจะได้ร่วมงานกันในฐานะ ‘ผู้ชนะ’ นะครับ... คุณนักสืบ”
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดารีบพุ่งเข้าไปเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทันที แสงไฟสลัวส่องกระทบกระดาษแผ่นแรกที่บรรจุข้อมูลที่อยู่และรูปถ่ายของเป้าหมาย
“เขาบ้าไปแล้วเหรอ ถึงกล้าเอาความลับของตัวเองมาแลกกับเวลาสามวัน” ปาลินเดินเข้ามาประชิดด้านข้าง ชะโงกหน้ามองเอกสารในมือรินรดา จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันโดยไม่ตั้งใจ
ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นๆ ของปาลินที่ปัดป่าวกระทบแก้มทำเอาหัวใจดวงน้อยที่สงบลงแล้วกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอีกฝ่ายโชยเข้าจมูกยิ่งทำให้สติที่รวบรวมมาแทบกระเจิง
“อะแฮ่ม...” รินรดาแกล้งกระอมกระอエกเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นมา “คะ...
คุณปาลินคะ ช่วยถอยไปห่างๆ นิดนึงค่ะ หายใจไม่ออก”
ปาลินก้มมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น
“เมื่อกี้ยังปากเก่งกล้าท้าทายมาเฟียอยู่เลย... ทำไมตอนนี้หน้าแดงซะแล้วล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดคำว่า ครับ ไปหน่อย” ปาลินแกล้งแซوด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนใจสั่น
รินรดาค้อนปะลับปะเหลือก “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะคะ! แล้วนี่... เราจะเอายังไงต่อดีกับเบาะแสแรกนี่ดีคะ?”
ปาลินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หูของรินรดามากขึ้น กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง “ก็ไปล่าเหยื่อกันสิคะ... ในเมื่อเหยื่อเดินมาส่งสาส์นถึงที่แล้ว เราก็ต้องสนองเขาสักหน่อย”
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยความหมั่นไส้ในความแพรวพราวของอดีตสายลับสาว เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินของเซฟเฮาส์ก็ดังลั่นสนั่นหู!
ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!
หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ถูกปิดตายไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ข้อความเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอกที่แสดงให้เห็นร่างของใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าประตูเซฟเฮาส์... คนที่ควรจะอยู่ที่อื่น และเป็นคนที่พวกเธอไม่มีทางคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้!
รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นใบหน้าผ่านจอมอนิเตอร์ ส่วนปาลินชักปืนออกมาจากซองอีกครั้งในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
“บ้าน่า... หมอนั่นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”
..................................................................................
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคลั่งรักไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 5
เบาะแสแรกที่ได้มา
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!