"ถ้าแกยังก้มหน้าจนคางจะชิดอกขนาดนั้น ระวังกระดูกคอเคลื่อนนะคะคุณตะวัน"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมในร้านสะดวกซื้อใต้หอพัก ทำเอาคน(ที่กำลังทำตัวเป็นเต่าหดหัว)สะดุ้งสุดตัว ตะวันเผลอปล่อยกล่องนมเปรี้ยวในมือร่วงลงกระแทกพื้นดัง *ตุบ* โชคดีที่มันเป็นกล่องกระดาษ ไม่อย่างนั้นคงได้กระจายเลอะพื้นร้านจนต้องอับอายขายขี้หน้ามากกว่านี้
ให้ตายเถอะ... นี่มันวันซวยอะไรกัน!
นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนก่อน ที่ข้อความสารภาพรักบ้าๆ (แถมยังพิมพ์ชื่อผิดเป็นชื่อคนข้างห้อง) ถูกส่งออกไปในกรุ๊ปแชทหอพักแบบไม่ได้ตั้งใจ ตะวันก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนไร้ตัวตนแต่ดันสะดุดตาทุกย่างก้าว ความจริงคือเขาหลบหน้าคินมาเกือบจะครบสี่สิบแปดชั่วโมงเต็มแล้ว หลบชนิดที่เรียกว่าถ้าคินเดินออกประตูซ้าย ตะวันจะพุ่งตัวเข้าลิฟต์ขวา หรือถ้าคินสั่งเดลิเวอรี ตะวันจะแกล้งทำเป็นเน็ตหลุดไม่ยอมลงไปรับของ
แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ได้เข้าข้างคนขี้ขลาดตาขาวอย่างเขาเลยสักนิด
ตะวันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ราวกับหุ่นยนต์สนิมเขรอะ ดวงตากลมโตฉายแววเลิกลัฏอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นร่างสูงของหนุ่มวิศวะยืนกอดอกพิงชั้นวางขนมขบเคี้ยว สายตาแพรวพราวคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เขาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เดาไม่ออกเลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่
"ใคร... ใครก้มหน้า ไม่มี๊!" ตะวันเสียงสูงปรี๊ด รีบก้มลงไปเก็บกล่องนมเปรี้ยวขึ้นมาถือไว้แน่น ราวกับมันเป็นเกราะกำบังภัย "ฉันแค่มองหาลูกอมรสโปรดต่างหากเล่า นายตาฝาดไปแล้วไอ้คุณคิน"
"อ๋อ ลูกอมรสโปรดอยู่ที่พื้นว่างั้นเถอะ" คินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนตะวันต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางสินค้าจนแผ่นหลังแนบติด "แล้วนี่... หลบหน้าฉันทำไมคะ? คิดว่าฉันเป็นผีหรือไง ถึงต้องคอยวิ่งหนีตลอดเวลา"
"เปล่าซะหน่อย ใครหลบ นายต่างหากที่เดินมาวนเวียนแถวห้องฉันเอง" ตะวันเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันเข้า
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตา เมื่อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยปะปนกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ ทำให้สติสัมปชัญญะของตะวันกระเจิดกระเจิงไปไกล สายตาของคินที่มองมามันไม่ได้มีความกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันมีความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาเข่าอ่อนยวบ
*‘แหมๆๆๆ กลิ่นไอความรักมันฟุ้งทะลุตู้แช่น้ำอัดลมเลยค่ะคุณณณณ!’*
เสียงกระซิบแหลมเล็กที่ลอยมาจากมุมมืดของร้าน ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยงพร้อมกัน คุณผีข้างห้องโผล่หัวออกมาจากหลังชั้นวางเบียร์ หน้าตาพริ้มเพราด้วยความอินจัด มือข้างหนึ่งถือกระป๋องโซดาทำท่าเหมือนถือไมโครโฟน สปอตไลท์ทิพย์จากไหนไม่รู้ส่องลงมาที่พวกเขาสองคนจนตะวันอยากจะมุดแผ่นดินหนี
"เงียบไปเลยนะคุณผี!" ตะวันแอบส่งค้อนวงใหญ่ไปให้วิญญาณตัวดีที่ทำตัวเป็นกามเทพไม่รู้เวล่ำเวลา
"หืม?คุยกับใครนะตะวัน?" คินเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย หันไปมองรอบตัวที่ว่างเปล่า มีเพียงพนักงานร้านสะดวกซื้อที่กำลังงงกับการจัดเรียงสินค้า
"เปล่า!ไม่ได้คุยกับใครคุยกับ... กับแมว!" ตะวันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พร้อมกับผลอกอกแกร่งของคินให้ถอยออกไป "ถอยไปเลยนะ จะจ่ายเงิน เกะกะชะมัด"
คินยอมถอยหลังแต่โดยดี แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้านั้นกลับกว้างขึ้นกว่าเดิม มือหนาคว้าขวดน้ำเปล่าจากมือตะวันแล้วเดินนำไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์หน้าตาเฉย "งั้นเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำให้คนแถวนี้ตกใจจนทำนมเปรี้ยวหก"
ตะวันยืนเม้มปากแน่น มองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำลิ่วไป ความรู้สึกประหม่าตีรวนขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ มันไม่ใช่ความกลัวผีอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือความกลัว... ความกลัวที่หัวใจตัวเองจะเผลอไผลไปกับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างสม่ำเสมอ
พวกเขาเดินออกจากร้านสะดวกซื้อท่ามกลางลมเย็นยามค่ำคืนของต้นฤดูฝน ท้องฟ้าด้านนอกมืดครึ้มส่งสัญญาณว่าฝนอาจจะตกหนักในไม่ช้า ตะวันเดินกอดอกเงียบๆ ข้างกายคิน ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งคู่ชนกันเบาๆ ทุกครั้งที่ก้าวเดิน มันเป็นความใกล้ชิดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ
"เรื่องแชทเมื่อคืนก่อน..."
อยู่ๆ คินก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงไม่ได้ติดตลกเหมือนเคย แต่มีความจริงจังเจืออยู่จางๆ
ตะวันสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบหันขวับไปปฏิเสธเสียงดังทันที "ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ! มือมันลั่น! แอบพิมพ์เล่นในโน้ตแล้วดันกดส่งผิดต่างหากเล่า อย่ามาทวงบุญคุณหรือเอามาล้อเล่นเด็ดขาดนะไอ้คิน!"
คินหยุดเดิน กะพริบตาปริบๆ มองท่าทางลนลานราวกับแมวขู่ฟ่อของตะวัน ก่อนที่รอยยิ้มเอ็นดูจะระบายเต็มดวงหน้าคมคาย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งในมุมอับสายตาใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่หน้าหอพัก
"ใครบอกว่าฉันจะล้อเล่นล่ะ..." คินกระซิบเบาๆ น้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนใจสั่น มือหนายื่นออกไปปอยผมที่ปลิวมาปรกลงบนหน้าผากเนียนของตะวันอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ตะวันแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"นะ... นายหมายความว่ายังไง..." ตะวันถามเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"ก็หมายความว่า..." คินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้ม "ทำเป็นมองไม่เห็นข้อความนั้นน่ะ... ฉันไม่ยอมหรอกนะตะวัน"
*คลิฟฮังฮุค (Cliffhanger Hook)*:
ในเสี้ยววินาทีที่ตะวันกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็คำรามก้องพร้อมกับไฟส่องทางทั่วทั้งซอยดับสนิทลงในพริบตา ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงสัมผัสอุ่นวาบจากมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่เอวบางของเขาเพื่อดึงเข้าไปกักตัวไว้ในอ้อมอก พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังชิดริมหูในความมืด— *"ทีนี้... จะหนีฉันไปไหนรอดล่ะครับ ตัวแสบ"*
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ป่วนๆ ของเจ้าตั้มกับคุณคินในตอนนี้ด้วยนะคะ!* — **เสียงกระซิบยามดึก**
ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 25
ทำเป็นมองไม่เห็นข้อความนั้น
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!