"ปล่อยเลยนะไอ้... อุ๊บ!"
ตะวันพยายามจะสะบัดตัวหนีจากวงแขนแข็งแรงที่ล็อคเอวเขาไว้แน่น ทว่าความมืดมิดรอบกายที่เกิดจากไฟฟ้าดับกะทันหัน กลับทำให้เขากลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์ ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของคินที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้หัวใจเจ้ากรรมของนักศึกษาปีสามสายมูเตลูเตล้นเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองเพลในวัดร้าง ยิ่งเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหูด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมนั้นด้วยแล้ว มันก็พาลจะทำให้สติสตังที่สะสมมาตลอดสามปีในรั้วมหาวิทยาลัยกระเจิงหายไปในอากาศ
แต่เดี๋ยวก่อนนะคะ... เมื่อกี้คินแทนตัวเองว่าอะไรนะ? *'ฉัน'* อย่างนั้นเหรอ? ปกติไอ้คุณรูมเมตหน้ามึนคนนี้แทนตัวเองว่า 'กู' กับ 'ผม' มาตลอดไม่ใช่หรือไง!
"นี่... พูดบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยฉันนะเว้ย!" ตะวันโวยวายกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามดันแผงอกอีกฝ่ายออกสุดแรงเกิด แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะสะเทือน "แล้วไอ้สรรพนามแปลกๆ นี่มันอะไร หึ้ย ขนลุกนะโว้ย!"
"อ้าว ก็เห็นบรรยากาศมันได้..." เสียงหัวเราะในลำคอของคินดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอจนตะวันต้องห่อไหล่ด้วยความจั๊กจี้ "มืดตื้อมองไม่เห็นทาง ไฟดับโรแมนติกขนาดนี้ ไม่ให้ฉันอินได้ยังไงล่ะคะ... คุณตัวแสบ"
"โรแมนติกบ้านแกสิ! มืดจนมองไม่เห็นหัวแม่เท้าตัวเองเนี่ยนะ!" ตะวันแหวใส่ด้วยความหมั่นไส้ ถึงจะมองไม่เห็นหน้าในความมืด แต่เขาก็มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าไอ้คุณวิศวะหน้ามึนตอนนี้กำลังทำหน้ากวนประสาทอยู่แน่ๆ "แล้วก็เลิกเรียกฉันแบบนั้นด้วย ขนลุกโว้ย!"
ในจังหวะที่ตะวันกำลังจะยกศอกขึ้นกระแทกสีข้างเพื่อเอาคืนนั่นเอง จู่ๆ เสียงเพลงสากลยุคเก่ายอดฮิตทำนองหวานซึ้งก็ดังขึ้นมาจากมุมห้องโดยไม่มีปุ่มกดหรือแหล่งกำเนิดเสียง!
*🎵 "Take my hand, take my whole life too..." 🎵*
แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนกะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะสว่างวาบขึ้นด้วยพลังงานสำรองฉุกเฉินของหอพักเผยให้เห็นบรรยากาศสุดชวนอึ้ง ทว่าคนทำหน้าที่เปิดเพลงกลับไม่ใช่ใครที่ไหน...
"อุ๊บส์ มือลั่นค่ะคุณขา พอดีอินเนอร์มันมาตอนไฟดับน่ะค่ะ ขอโทษทีนะค้า"
ร่างโปร่งแสงของคุณผีข้างห้อง หรือที่ตะวันชอบเรียกว่า 'คุณกามเทพจำเป็น' ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้องนอน พร้อมกับทำท่าทางบิดไปบิดมาเขินอายราวกับสาวน้อยวัยแรกแย้ม มือข้างหนึ่งถือรีโมตแอร์สมมติแทนไมโครโฟน ส่วนอีกข้างก็ทำท่าโปรยดอกไม้ทิพย์ใส่คนทั้งคู่ที่ยังยืนกอดก่ายกันกลมอยู่หน้าประตู
ตะวันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจปนความอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี "ไอ้... คุณผี! นี่คุณเล่นอะไรเนี่ย! ใครใช้ให้มาเปิดเพลงบิ้วต์บรรยากาศวะ!"
"อ้าวคุณตะวันคะ จะมาโทษดิฉันไม่ได้นะคะ หน้าตาพวกคุณสองคนมันฟ้องว่าอยากได้ซาวด์แทร็กประกอบฉากต่างหากล่ะคะ บรรยากาศพาไปขนาดนี้แล้ว มือก็โอบเอวเขาอยู่แท้ๆ ยังจะมาปากแข็งอีกเหรอคะ หืม?" คุณผีสาวพูดยังไม่ทันขาดคำก็ส่งสายตาพิฆาตวิบวับแบบสายชงเบอร์ใหญ่มาให้ ทำเอาคินที่ยืนอมยิ้มอยู่ถึงกับหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง
"เห็นไหม... ขนาดคุณผียังดูออกเลยว่าใจเธอน่ะมันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" คินกระซิบซ้ำที่ข้างหู ยอมคลายอ้อมแขนออกนิดหน่อยเพื่อให้คนในอ้อมกอดได้หายใจหายคอสะดวก แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระเสียทีเดียว นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้ตะวันอย่างเบามือ แววตาคมกริบที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนคนถูกมองต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะทนรับความวูบวาบในอกไม่ไหว
"ใครใจไปไหน! พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของแก ปล่อยได้แล้วน่า อึดอัด!" ตะวันเสมองไปทางอื่น ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูขาวจัดจนแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ปากก็บ่นงึมงำไม่ยอมหยุดเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรำที่ดังแข่งกับเสียงเพลงสากลในห้อง
"ปากแข็งจังนะตะวัน... แต่ตัวเธอนี่สั่นเป็นเจ้าเข้าเลยนะเนี่ย กลัวผี หรือว่า... กลัวใจตัวเองกันแน่ล่ะ หืม?"
คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของอีกฝ่ายทำให้ตะวันรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด สมองที่เคยประมวลผลเรื่องลี้ลับหรือวิธีแก้เคล็ดต่างๆ พาลรวนเรจนขาวโพลนไปหมด ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกยามที่สบเข้ากับดวงตาคู่คมของรูมเมตหนุ่มที่ตอนนี้ไม่มีแววตาขี้เล่นเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มกวนๆ นั้น
"ไอ้บ้าคิน..." ตะวันพึมพำออกมาได้แค่นั้นจริงๆ สมองตื้อตันไปหมดเมื่อมือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองข้างแก้มของเขาไว้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วโป้งลูบไล้เบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ
ส่วนคุณผีข้างห้องที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ถึงกับยกมือขึ้นปิดตาแต่แอบกางนิ้วกว้างเท่าลานวัด พร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดในลำคอด้วยความฟินระดับสิบกระโหลก "กรี๊ดดดด! เอาเลยค่ะคุณคิน! จัดการขยี้ความปากแข็งของน้องเขาให้จมดินไปเลยค่ะ! ดิฉันเชียร์เต็มที่!"
ตะวันอยากจะหันไปด่าคุณผีตัวดีเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ริมฝีปากของคินกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่เหนือริมฝีปากทำให้สติสตังของเขาขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความสลัว เผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มไลน์ลับของคณะที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะชีวิตรักแบบพอดิบพอดี
*[กลุ่ม: แก๊งคนกลัวผีขึ้นสมอง (3)]*
*ไอ้เจมส์: @ตะวัน มึง กูเห็นไฟห้องมึงดับ มีเสียงเพลงแปลกๆ ลอยออกมาด้วย มึงปลอดภัยดีไหมวะ หรือโดนผีลากไปทำเมียแล้วเพื่อน!*
ตะวันสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบผลักอกคินออกห่างทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนฉ่าจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ เขาคว้ามือถือขึ้นมาเตรียมจะพิมพ์ตอบเพื่อนสนิทเพื่อแก้เขิน แต่เพราะความลนลานและนิ้วมือที่สั่นระริก ทำให้แทนที่จะกดส่งข้อความปฏิเสธในแชตกลุ่ม... เขากลับเผลอกดส่งสติกเกอร์รูปหัวใจดวงโตพ่วงด้วยข้อความเสียงหวานเลี่ยนที่เพิ่งคิดในใจไปหัดส่งตรงไปยังแชตส่วนตัวของ 'คิน' ที่เปิดค้างไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ!
*[แชตส่วนตัว - คิน (รูมเมตสุดกวน)]*
*ตะวัน: ❤️ งื้อ... ก็ได้ค่ะ ถ้าแกตื๊อขนาดนี้ เดี๋ยวเรายอมเป็นแฟนก็ได้นะ...*
ฉิบหายแล้ว!
ตะวันเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน มือไม้แข็งทื่อ โทรศัพท์ในมือแทบจะหล่นลงไปกระแทกพื้น เขารีบใช้นิ้วจิ้มรัวๆ เพื่อจะกดยกเลิกข้อความนั้นทันที แต่ทว่า...
*('คิน' ได้อ่านข้อความของคุณแล้ว)*
เสียงแจ้งเตือนการอ่านข้อความดังขึ้นเบาๆ ในห้องที่เงียบกริบ พร้อมกับร่างสูงของคินที่ค่อยๆ ลดโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาตั้งแต่รู้จักกัน
"หือ? เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ... พูดใหม่อีกทีซิคะ?"
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและหวีดไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ)*
ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 26
ผีขี้ชง
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!