"เฮ้ย! คิน ระวัง!"
เสียงกรีดร้องของตะวันดังลั่นห้องจนแทบจะปลุกซากตึกทั้งตึกให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน เงาดำทะมึนที่พุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างระเบียงเมื่อครู่ ไม่ใช่ลมพายุธรรมดาและไม่ใช่สัมผัสของวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือแรงอาฆาตที่พุ่งเป้ามายังพวกเขาทั้งสองคนด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะรับมือทัน
ร่างสูงของคินขยับตัวตามสัญชาตญาณความเป็นลูกผู้ชาย เขาดึงตะวันเข้า1มาหลบไว้ข้างหลังด้วยมือข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มืออีกข้างคว้าแจกันเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะข้างเตียงปาใส่เงาดำนั้นเต็มแรง เสียงเพชรพลอยหรือเศษกระจกแตกกระจายดังเพล้ง! สนั่นห้อง แต่ดูเหมือนสิ่งนั้นจะไม่ระคายเคืองร่างโปร่งแสงสีเทาเข้มที่ตอนนี้แปรสภาพเป็นกลุ่มควันน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย
"วิ่งออกไปที่ประตูเร็ว ตะวัน!" คินตะโกนสั่ง เสียงของเขาไม่ได้มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความตื่นตระหนกและห่วงใยที่ฉายชัดผ่านแววตาคมกริบคู่นั้น
"แล้วนายล่ะ! จะให้ฉันทิ้งนายไว้คนเดียวได้ยังไงเล่า!" ตะวันโวยวายสวนกลับด้วยความโมโหปนกลัวจนตัวสั่นเทา ถึงปากจะบอกว่ากลัวผีจนแทบฉี่ราด แต่ขาทั้งสองข้างกลับไม่ยอมก้าวหนีไปไหนเลยสักนิด มือเรียวคว้าทิชชูเปียกผสมเกลือและยันต์กันผีที่พกติดตัวตลอดเวลาออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างไร้ระเบียบ
*โครม!*
เงาดำนั้นพุ่งชนเข้าที่ตู้เสื้อผ้าจนข้าวของกระจัดกระจาย มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย ดวงตาสดสีแดงก่ำจ้องมองมาที่ตะวันเขม็ง พร้อมกับส่งเสียงแหบพร่าลอดไรฟันออกมา
*(มึง... มึงกล้าดียังไงมาแย่งความสนใจของเขา!)*
เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวของตะวันจนปวดขมับ วิญญาณตนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'คุณผีข้างห้อง' เจ้ากรรมนายเวรผู้หวงแฟนคลับตัวยง ที่ดันเข้าใจผิดคิดว่าคินกำลังจะแย่งตะวันไปจากอ้อมอก (หรือจากใจ) ของตนเอง ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเขาแค่กำลังจะสารภาพรักกันอยู่แท้ๆ!
"เดี๋ยวๆ ๆ ๆ ใจเย็นก่อนครับ... เอ้ย! ใจเย็นก่อนสิคุณผี!" ตะวันยกมือขึ้นห้ามปราม พยายามตั้งสติท่ามกลางความกลัวที่เกือบพุ่งทะ L0 ถึงขีดสุด "ฉันไม่ได้จะโดนแย่งอะไรทั้งนั้นแหละ! แล้วอีกอย่าง... นายก็เป็นแค่ผีนะ จะมาหวงอะไรนักหนาเล่า!"
*(กูไม่ได้หวงธรรมดา! กูอุตส่าห์เป็นกามเทพให้พวกมึงสองคนมาตั้งหลายตอน แต่ทำไมมึงถึงยังไม่ยอมตกลงคบกันสักทีวะ!)* คุณผีข้างห้องโวยวายกลับมาเสียงดังลั่นห้อง หน้าตาที่บิดเบี้ยวด้วยความน่ากลัวเริ่มกลับมาเป็นปกติแต่ยังคงความอาฆาตมาดร้ายแบบตลกๆ
คินที่ยืนบังตะวันอยู่ขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหน้าวิญญาณตนนั้นสลับกับมองหน้าตะวันด้วยความงุนงงสุดขีด "เดี๋ยวนะ... นี่สรุปว่าผีตัวนี้มันไม่ได้มาทำร้ายเราเหรอ แต่มมันมาตามจี้เรื่องที่เรายังไม่คบกันเนี่ยนะ?"
"เออ Sสิ! ก็เนี่ยแหละสาเหตุที่ฉันไม่กล้าคบกับนายไงเล่า!" ตะวันหลุดปากตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเหนื่อยหน่ายและหวาดกลัวผสมปนเปกันไป "คิดดูสิไอ้คิน! ถ้าฉันคบกับนายแล้วมีผีมายืนจ้องหน้าเตียงทุกคืนแบบนี้ หัวใจฉันได้วายตายก่อนจะได้แต่งงานกันพอดี!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที
คินชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงที่เคยยืนเตรียมพร้อมปกป้องคนตัวเล็กค่อยๆ ลดมือลง แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจแปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของตะวัน
ส่วนคุณผีข้างห้องที่เมื่อครู่ยังอาละวาดเสียงดัง ตอนนี้กลับทำตัวลีบเล็ก ค่อยๆ ถอยหลังไปแอบอยู่มุมห้อง ทำหน้าสำนึกผิด (แบบผีๆ) สลับกับมองหน้าพระเอกนายเอกของเรื่องด้วยความลุ้นระทึก
"อ๋อ..." คินพึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก "ที่ผ่านมา... ที่นายปฏิเสธฉัน บ่ายเบี่ยงฉันตลอด หรือแม้แต่ตอนที่ฉันหยอดมุกแล้วนายทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อน... ทั้งหมดเป็นเพราะเรื่องนี้หรอกเหรอ ตะวัน"
"ก็เอoseสิยะ!" ตะวันเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะกลัวผีที่ยืนอยู่มุมห้องแล้วในตอนนี้ แต่กลัว... กลัวแววตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างหาก "ใครมันจะไปกล้ามีความรักในสถานที่ที่ผีชุกชุมแถมยังชอบเสือกเรื่องชาวบ้านขนาดนี้เล่า! นายไม่กลัวแต่ฉันกลัวนะเว้ย!"
"แล้วถ้าฉันบอกว่า..." คินก้าวเข้าไปประชิดตัวตะวันช้าๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังสั่นระริก "ต่อให้มีผีมายืนเต้นแทงโก้อยู่ปลายเตียงทุกคืน หรือต่อให้บ้านหลังนี้จะมีวิญญาณสิงอยู่ทุกตารางเมตร... ฉันก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากนายเด็ดขาดล่ะ?"
ตะวันสะท้านเฮือก ลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความโกรธและความกลัวเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนแน่นขนัด "นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย..."
"ไม่ได้บ้าสักหน่อย ฉันพูดจริงจังที่สุดในชีวิตแล้ว" คินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มืออุ่นจัดเอื้อมไปกุมมือของตะวันเอาไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านผิวสัมผัสจนความเย็นเยือกจากภูตผีรอบห้องแทบจะละลายหายไป "ส่วนแก..." คินหันไปถลึงตาใส่คุณผีข้างห้องที่ยืนลุ้นอยู่มุมห้อง "ถ้าคืนไหนพวกเราจะสวีทกัน ห้ามโผล่มาขัดจังหวะเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะสวดมนต์ไล่ที่ให้ไปเกิดเป็นเปรตจริงๆ ด้วย!"
คุณผีข้างห้องทำหน้าเบะด้วยความน้อยใจ แต่ก็พยักหน้ารับหงิกๆ ก่อนจะสลายร่างหายวับไปกับกำแพงห้องอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยให้คนทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นโครمครามเป็นจังหวะเดียวกัน
ตะวันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงไปหมด คำสารภาพที่จริงจังเกินกว่าจะหาทางหลบเลี่ยงได้อีกต่อไปกำลังแขวนอยู่ตรงหน้า
"ว่าไง..." คินกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับหนุ่มวิศวะกลับมาปรากฏบนมุมปากอีกครั้ง แต่แววตากลับจริงจังและรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ "ยังจะกลัวผีจนไม่กล้าคบกับฉันอยู่อีกไหม... แฟนคลับคนโปรด?"
ตะวันอ้าปากค้าง เตรียมจะอ้างเหตุผลสารพัดร้อยแปดพันประการเพื่อปฏิเสธความเขินนี้ ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำปฏิเสธ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากระเบียงห้องนอนฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งคินและตะวันชะงัก ชะביหน้าหันขวับไปมองพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง และสิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกใสนั้น... ไม่ใช่เงาของผีตนเดิม แต่เป็นร่างโปร่งแสงอีกร่างหนึ่งที่กำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู พร้อมกับชูแผ่นกระดาษเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *"ยินดีด้วยกับคู่รักคู่ใหม่! เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่ดาดฟ้าให้นะ!"*
"ไอ้ผีบ้านี่!" ตะวันกรีดร้องลั่นห้องด้วยความสติหลุด ในขณะที่คินหลุดหัวเราะพรวดออกมาเสียงดังลั่นพร้อมกับรวบรัดร่างบางเข้าสู่อ้อมอกอย่างแน่นหนา
ขอขอบคุณคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางเคียงข้างความสยองปนความฟินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 33
โดนปฏิเสธเพราะความกลัว
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!