ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 2

ผีหรือแมว ทำไมทำเสียงแบบนี้

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกแล้วไงคะว่าไม่ใช่เสียงแมว!" ตะวันหวีดลั่นจนเส้นเสียงแทบขาด มือบางกำชายเสื้อยืดสีดำสนิทของคินไว้แน่นเสียจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด ร่างโปร่งสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ แผ่นหลังแนบชิดกับอกแกร่งของหนุ่มวิศวะรุ่นพี่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาประชิดตัวในห้องนอนคับแคบได้อย่างทันท่วงที บรรยากาศรอบกายในยามวิกาลวังเวงเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นโครมครามแข่งกับเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างใบหู คินไม่ได้ขยับหนี เขากลับเลือกที่จะทิ้งน้ำหนักตัวลงเล็กน้อยเพื่อสร้างความมั่นคง แขนยาวข้างหนึ่งยกขึ้นโอบรอบเอวบางของคนขี้โวยวายเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปลูบกลุ่มผมนุ่มของตะวันเบาๆ อย่างลืมตัว "เอาน่า... จะแมวหรือผี ถ้ามันน่ารักเท่าตะวัน พี่ก็ไม่กลัวหรอกครับ เอ๊ย! หมายถึง... พี่อยู่ตรงนี้ทั้งคน จะกลัวอะไรนักหนา" คินเกือบหลุดปากหยอดมุกเลี่ยนใส่ในสถานการณ์คอขาดบาดตาย แต่ยังดีที่ดึงสติกลับมาทัน แม้ว่าน้ำเสียงนุ่มทุ้มนั้นจะเจือความสั่นพร่าเล็กน้อยจากความตกใจไม่แพ้กัน เสียงแปลกประหลาดที่ดังมาจากมุมมืดใกล้ระเบียงยังคงดังขึ้นเป็นระยะ มันไม่ใช่เสียงร้องเหมียวๆ ของเจ้าส้มสี่ขาแถวหอพักแน่นอน แต่มันคือเสียงขูดเล็บกับกระจกเบาๆ ควบคู่ไปกับเสียงฮัมเพลงทำประหลาดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ บรรยากาศในห้องเช่าราคาประหยัดแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาฉับพลัน ราวกับอุณหภูมิรอบตัวลดลงฮวบฮาบจนขนลุกชันไปทั่วร่าง "คิน... มันมาอีกแล้ว" ตะวันซุกหน้าลงกับอกเสื้อของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวที่มีต่อสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติเอาชนะความฟอร์มจัดของนักศึกษาปีสามสายมูไปเสียสิ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ กลายเป็นเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้ตะวันรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด "อือฮึ... พี่ได้ยิน" คินตอบรับในลำคอ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังเงาดำทะหึมนอกกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟนีออนรางๆ จากตึกฝั่งตรงข้าม วิญญาณกามเทพเจ้าปัญหาที่สิงสถิตอยู่ห้องข้างๆ กำลังทำหน้าที่พ่อสื่อจำเป็นด้วยวิธีพิศดารเกินกว่ามนุษย์มนาจะเข้าใจ แทนที่จะเคาะประตูเรียกดีๆ กลับเลือกใช้วิธีปีนระเบียงมาหลอกให้คนทั้งคู่กอดกันกลมเสียอย่างนั้น ภารกิจจับคู่จำเป็นของผีหนุ่มกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นเกินคาด เมื่อแผนการแกล้งปิดไฟแล้วสร้างสถานการณ์สยองขวัญได้ผลเกินร้อย "ถ้ามึงยังไม่เลิกทำเสียงน่ากลัวแล้วแกล้งเด็กกู มึงได้ไปเกิดเป็นเปรี้ยงสมใจแน่ไอ้ผีเปรต!" คินตะโกนออกไปพร้อมกับคว้าหมอนอิงใกล้มือปาใส่ระเบียงอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ในใจจะแอบผวาอยู่บ้างก็ตามที สิ้นเสียงประกาศกร้าวของหนุ่มวิศวะ เสียงประหลาดนั้นก็เงียบกริบลงทันที ราวกับผีข้างห้องเกิดอาการสำลักความมั่นหน้าของพระเอกจำเป็นเข้าอย่างจัง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด และ... ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองที่ใกล้ชิดกันจนเกินความจำเป็น ตะวันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากแผงอกอุ่น ช้อนสายตาขึ้นมองรูมเมตหนุ่มที่ก้มลงมองตนเองอยู่ก่อนแล้ว ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวในหัวใจของกันและกัน ความตื่นกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่พุ่งริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียน "เอ่อ... ปล่อยได้แล้วมั้ง พี่คิน" ตะวันกระซิบเสียงแผ่วเบา มือบางพยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างคินจะยอมปล่อยเหยื่ออันโอชะให้หลุดมือไปง่ายๆ "ไม่เอาอ่ะ เมื่อกี้ยังกอดพี่แน่นอยู่เลย กลัวอะไรล่ะ มีพี่อยู่ทั้งคน ผีก็ทำอะไรไม่ได้หรอก... ยกเว้นแต่ผีจะอิจฉาความหวานของเราสองคนนะ" คินยังคงไม่วายหยอดคำหวานใส่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาส่อประกายกรุ้มกริ่มจนตะวันอยากจะยกบาทาขึ้นไปประทับบนใบหน้าหล่อๆ นั้นสักทีสองที "ใครหวานกับพี่! เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ปล่อยเลยนะ ผมจะไปนอน" ตะวันสะบัดตัวออกจากการเกาะกุม ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ รีบสาวเท้าเดินหนีไปคลุมโปงบนเตียงนอนทันทีเพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการใจสั่นที่ควบคุมไม่ได้ คินยืนมองตามร่างโปร่งที่วิ่งหนีเข้ามุมห้องด้วยความเอ็นดู มุมปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี อย่างน้อยเหตุการณ์ผีหลอกเมื่อครู่ก็ทำให้เขารู้ว่า... เจ้าตัวแสบประจำห้องไม่ได้ใจแข็งอย่างที่ปากว่า ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังกลับคืนสู่ห้องเช่าอีกครั้ง และคินกำลังจะเดินกลับไปยังเตียงของตนเอง เสียงเคาะประตูกระจกระเบียงเบาๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่มันไม่ใช่เสียงขูดเล็บแบบเมื่อครู่ มันเป็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกสอดเข้ามาใต้ช่องประตู พร้อมกับรอยลิปสติกสีแดงสดที่ประทับอยู่บนแผ่นกระดาษนั้นอย่างจงใจ คินขมวดคิ้วมุ่น ก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัย *“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะพ่อหนุ่ม... คืนนี้ระวัง ‘ตัวจริง’ ของเขาจะมาทวงคืนนะยะ!”* ข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ พร้อมกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยมาแตะจมูก ทำให้คินถึงกับชะงักกึก เขารีบหันขวับไปมองที่เตียงของตะวันทันที และในวินาทีนั้นเอง แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนที่ร่างของใครบางคน... หรือ *บางสิ่ง*... ที่ไม่ควรจะอยู่ในห้องนี้ จะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ที่ปลายเตียงของตะวัน โดยที่เจ้าตัวยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย! เสียงกระซิบยามดึกหวังว่าคุณรี้ดจะใจเต้นแรงไปกับความใกล้ชิดของเขาทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%