ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 6

สั่งข้าวแถมเบอร์ผี?

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"พี่คะ... พี่เสื้อวินสีส้มทะเบียนหกเจ็ดแปดนั่นน่ะ ถือถุงกะเพราหมูกรอบไข่ดาววนอยู่หน้าปากซอยสามรอบแล้วนะคะ เขากำลังหลงทางค่ะ ไม่ใช่เนื้อคู่ อย่าเพิ่งคาดหวังมากเลยค่ะคุณตะวันขา" เสียงกระซิบแหบพร่าแต่ชัดเจนแจ่มแจ๋วในโสตประสาท เล่นเอาตะวันถึงกับสะดุ้งโหยง ทำกล่องพลาสติกใสบรรจุข้าวเดลิเวอรี่เกือบหลุดมือร่วงลงพื้น หนุ่มร่างบางเจ้าของเรือนผมยุ่งเหยิงขยับแว่นสายตาด้วยมือสั่นเทา หันซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนกในห้องเช่าแคบๆ ที่ตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขากับความเงียบงันอีกต่อไปแล้ว "คุณผี! เลิกโผล่มาตอนคนกำลังหิวได้ไหมเล่า! แล้วนี่ฉันไม่ได้รอเนื้อคู่ ฉันรอข้าวกลางวันโวย!" ตะวันแหวใส่ความว่างเปล่าบริเวณระเบียงห้อง ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นวิญญาณสาวรุ่นพี่ห้อง 404 ที่เสียชีวิตเพราะสำลักมาม่าต้มยำกุ้งเมื่อปีมะเร็งก่อน แต่ดูเหมือนว่าวิญญาณตนนี้จะมีงานอดิเรกใหม่ที่น่าปวดหัวยิ่งกว่าเดิม นั่นคือการผันตัวมาเป็น "กามเทพจำเป็น" คอยสอดส่องและบงการชีวิตรักของเขา (ร่วมกับรูมเมตตัวแสบอย่างคิน) แบบไม่ได้รับเชิญ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะพอดีเป๊ะ ตะวันสะดุ้งเฮือกอีกรอบ ขยับถอยหลังกรูดไปจนชิดผนังห้อง ดวงตากลมโตฉายแววหวาดระแวงระคนตื่นกลัวจนน่าเอ็นดู "ใคร... ใครมาเคาะตอนนี้ หรือว่าผีแถวนี้พาลูกสมุนมาทวงส่วนบุญ!" ตะวันพึมพำเสียงสั่น "เปิดเถอะค่ะคนสวย พี่สืบมาแล้วว่าไม่ใช่ผีแต่เป็นผู้... แฮّم! เป็นพี่วินคนเดิมที่หนูบ่นว่าหล่อลากไส้เมื่อวานไงคะ รีบไปรับข้าวแล้วหยอดเขาสักสองประโยค เดี๋ยวดวงความรักของหนูที่จะได้ลงเอยกับคุณวิศวะสุดหล่อห้องข้างๆ จะพังเอานะคะ!" เสียงกระซิบเดิมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับลมเย็นเฉียบที่เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ ตะวันเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ แต่ท้องที่ร้องโครกคราคมันก็บังคับให้ขาเรียวต้องเดินไปบิดลูกบิดประตูอย่างจำยอม ทันทีที่เปิดประตูออก ภาพของพี่วินมอเตอร์ไซค์สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีส้มก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก "สั่งกะเพราหมูกรอบไข่ดาวพิเศษพริกสี่เม็ดใช่ไหมครับน้อง... อ้าว น้องตะวัน หน้าซีดๆ นะเนี่ย ไม่สบายหรือเปล่า?" พี่วินถามด้วยความหวังดี "เอ่อ... เปล่าครับพี่ พอดี... พอดีผมแพ้ผี เอ๊ย! แพ้อากาศครับ!" ตะวันยิ้มแห้ง กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างจนปัญญา "อื้อหือ... แพ้อากาศแต่หน้าแดงแจ๋แถมมองค้อนผมซะตาเขียวเลยนะเรา" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูเอ่ยแทรกขึ้นจากด้านข้าง ทำเอาตะวันสะดุ้งโหยงเป็นรอบที่สี่ของวัน เมื่อร่างสูงโปรดของคิน—รูมเมตหนุ่มวิศวะสุดกวน—เดินถือกระป๋องกาแฟเย็นออกจากห้องน้ำพอดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจตะวันสลับกับพี่วินเดลิเวอรี่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก "อ้าว คิน... กลับมาเร็วจัง นึกว่าไปสิงอยู่คณะวิศวะซะอีก" ตะวันรีบรับถุงข้าวจากพี่วิน ยัดเงินใส่มือแล้วปิดประตูดังปังทันทีอย่างลิบลับความรีบร้อน คินเลิกคิ้วสูง ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมกรุ่นของกะเพราหมูกรอบโชยเตะจมูก ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเก่าอย่างไม่เกรงใจเจ้าของห้อง พร้อมกับใช้ดวงตาเจ้าเล่ห์มองตะวันแกะถุงข้าว "รีบปิดประตูใส่หน้าพี่วินเขาทำไม หรือว่ากลัวฉันเห็นว่าแอบส่งสายตาหวานเชื่อมให้เขาหん?" คินเอ่ยแซว น้ำเสียงเจือความขี้เล่นตามประสาคนชอบกวนประสาท "บ้าหรือไง! ฉันไม่ได้ส่งสายตาอะไรทั้งนั้นแหละ นายอย่ามาปรักปรำนะ!" ตะวันโวยวาย หน้าแดงแจ๋ขึ้นมาจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโมโหหรือเพราะคำพูดของผีข้างห้องที่ยังก้องอยู่ในหัวกันแน่ *(“นั่นแหละค่ะคุณตะวัน! เถียงเก่งแบบนี้แหละผู้ชายเขาถึงชอบ... เอ้า! มองตาคุณคินซิคะ มองลึกเข้าไปในตาคู่นั้น แล้วบอกเขาว่าข้าวกล่องนี้ถ้ามีเธอมานั่งกินด้วยคงอร่อยกว่านี้สิคะ!”)* เสียงกระซิบจากวิญญาณสาวดังแว่วเข้ามาในหูอีกแล้ว ตะวันถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ไอแคกๆ จนหน้าดำหน้าแดง คินเห็นดังนั้นก็รีบยื่นแก้วน้ำของตัวเองให้ทันที มือหนาเอื้อมมาลูบหลังให้อย่างเบามือ "เป็นอะไรเนี่ย กินข้าวดีๆ ก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก... เป็นห่วงนะรู้ไหม" ประโยคสุดท้ายคินพูดด้วยน้ำเสียงที่เบ a ลงเล็กน้อย แต่ชัดเจนพอก้องกังวานในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขาสองคน ดวงตาคมที่มักจะพราวระยับด้วยความขี้เล่น ตอนนี้กลับฉายแววความห่วงใยจริงจังจนตะวันต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา หัวใจดวงน้อยในอกเต้นรำระส่ำระสายจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก *(“กรี๊ดดดด! จังหวะนี้แหละค่ะคุณตะวัน! บอกรักเขาไปเลย! พี่เอาหัวผีเป็นประกันว่าเขาไม่ได้คิดแค่รูมเมต!”)* เสียงกระซิบกรีดร้องด้วยความฟินทะลุปรอท ตะวันหันขวับไปมองมุมห้องที่ว่างเปล่าอย่างเหลืออด ก่อนจะหันกลับมามองหน้าคินที่กำลังจ้องเขม็งมาที่ตนด้วยความสงสัยในปฏิกิริยาอันแปลกประหลาด บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงพัดลมเพดานหมุนเอี๊ยดอ๊าดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของตะวัน สติปัญญาที่เคยมีกระจัดกระจายหายไปไหนหมดไม่รู้ รู้ตัวอีกที ริมฝีปากของเขาก็ขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำลายความเงียบออกมาโดยไม่ทันได้กลั่นกรอง "นี่... คิน..." "หื้ม ว่าไง?" คินเลิกคิ้วรอฟังอย่างตั้งใจ "ถ้าเกิดว่า... ฉันบอกว่า..." ตะวันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับนัยน์ตาสีเข้มของคนตรงหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ สูดหายใจเข้าลึก and ตัดสินใจพูดประโยคที่ผีข้างห้องยุยงออกมาด้วยความรั้น "ถ้าเกิดว่า... ข้าวกล่องนี้... มีนายมานั่งกินด้วยกัน... มัน..." กริ๊งงงงงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของตะวันดังขึ้นแทรกกลางคันอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้พังทลายลงในพริบตา ตะวันสะดุ้งเฮือก รีบผละออกจากคินแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิด แต่ทว่า... ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ กลับไม่ใช่ข้อความจากเพื่อนสนิทหรือแจ้งเตือนทั่วไป มันคือข้อความจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อโปรไฟล์ ส่งรูปถ่าย "มุมมองจากระเบียงห้องของตะวันในยามวิกาล" มาให้ พร้อมกับตัวหนังสือสั้นๆ สามบรรทัดที่ทำให้เลือดในกายของตะวันเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ *[ระบบแจ้งเตือนข้อความใหม่จาก: ห้อง 404]* *-[รูปภาพ]* *- "ระวังตัวไว้นะคะคุณตะวัน... เพราะคนนอนข้างๆ คุณตอนนี้... ไม่ใช่คนเป็น"* ตะวันตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด ร่างบางค่อยๆ หันขวับกลับมามองหน้าคินที่นั่งอยู่บนโซฟาช้าๆ ทว่า... รอยยิ้มกวนประสาทที่เคยมีบนใบหน้าของคินเมื่อครู่ ได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มโค้งกว้างผิดธรรมชาติที่ฉีกไปจนถึงใบหู และดวงตาคู่คมที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา... พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหูโดยไม่ใช่เสียงของคุณผีสาวห้อง 404 อีกต่อไป -"คำสัญญาระหว่างเรา... ยังจำได้ไหมครับ ที่รัก-" *** ขอบคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความหลอนปนเลิฟในตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%