"ตะวัน... อย่าขยับ"
เสียงกระซิบของคินแหบพร่าจนเกือบขาดหายไปในอากาศที่เย็นเยียบลงฉับพลัน ฉันตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มนับสิบที่กำลังคืบคลานออกมาจากมุมมืดของห้องพัก เสียงโหยหวนแว่วดังมาจากที่ไกลๆ ผสมกับเสียงลากเท้าที่ฟังดูน่าขนลุก นี่มันเกินกว่าที่คนกลัวผีอย่างฉันจะรับไหวแล้วนะ!
"คิน... ไอ้เงาพวกนั้นมัน... มันคืออะไร ทำไมมันเยอะขนาดนี้!" ฉันตะคอกเสียงสั่น พยายามขยับเท้าถอยหลัง แต่แขนแกร่งของรูมเมตหน้ามึนกลับคว้าหมับเข้าที่เอวแล้วรั้งฉันเข้าไปหาตัวเขาจนแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับอกกว้าง
"ไม่รู้สิ แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่อยากให้เราออกไปจากห้องนี้ง่ายๆ นะ" คินพึมพำ ก่อนจะหันไปมองประตูไม้เก่าๆ ที่บัดนี้สั่นไหวเหมือนมีคนพยายามจะพังเข้ามาจากภายนอก
ในจังหวะที่ความตายดูเหมือนจะเอื้อมมือมาแตะไหล่เราทั้งคู่ กลิ่นธูปจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นเหม็นเน่า กลับเป็นกลิ่นหอมเย็นๆ เหมือนดอกมะลิ บานประตูไม้ที่ควรจะเปิดอ้าออกด้วยแรงมหาศาลของฝูงวิญญาณกลับ ‘คลิ๊ก’ ดังขึ้นเบาๆ กลอนประตูเหล็กเลื่อนปิดเองราวกับมีมือที่มองไม่เห็นช่วยดึงมันไว้แน่นหนา
กึก!
ห้องเงียบสนิทลงทันที เงาดำเหล่านั้นชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะสลายกลายเป็นควันจางๆ เหลือเพียงเราสองคนที่ยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา
"ล็อกประตู... ผีที่นี่มันเป็นแฟนคลับสายเปย์หรือไงวะ" คินสบถเบาๆ พลางคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย แต่ใบหน้าของเขายังคงจดจ้องที่ใบหน้าฉันไม่วางตา
"นี่ไม่ใช่เวลามาแซวผีนะ! แล้วทำไมต้องกอดแน่นขนาดนี้ด้วย ปล่อยเลย!" ฉันโวยวายกลบเกลื่อนอาการหน้าเห่อร้อนที่เริ่มลามไปถึงใบหู มือไม้สั่นเทาพยายามแกะมือเขาออก แต่นอกจากเขาจะไม่ปล่อยแล้ว เขายังโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกัน
"ตะวัน..." เสียงเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับมีความนุ่มนวลอย่างประหลาด "ถ้าต้องติดอยู่ในห้องที่มีผีกับคนที่กลัวผีจนตัวสั่น... นายจะเลือกกลัวผีที่อยู่ข้างนอก หรือจะเลือกสนใจคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านายตอนนี้ดีล่ะ?"
"ถามอะไรแปลกๆ ใครจะไปมีอารมณ์มาเลือก..."
"งั้นผมเลือกให้เอง" คินขัดขึ้น แววตาของเขาเป็นประกายวิบวับในความมืด "ถ้าข้างนอกมันอันตรายนัก ก็หันกลับมามองแค่ผมคนเดียวสิครับ... แบบนี้ไง"
มือของเขาเลื่อนขึ้นมาประคองแก้มฉันไว้เบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นนั้นขัดกับบรรยากาศวังเวงในห้องพักอย่างสิ้นเชิง ฉันอยากจะโวยวาย อยากจะด่าว่าเขาบ้าหรือไงที่มาหยอดในสถานการณ์เฉียดตายแบบนี้ แต่หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นโครมครามจนลืมความกลัวไปเสียสนิท
"นายนี่มัน... เพี้ยนจริงๆ" ฉันพึมพำ เสียงแผ่วจนแทบไม่มีเสียง
"เพี้ยนเฉพาะกับนายคนเดียวนะ" คินกระตุกยิ้มมุมปาก นิ้วโป้งของเขาไล้เบาๆ บนพวงแก้มฉัน "ตะวัน รู้ไหมว่าทำไมกลอนประตูถึงล็อกเองได้? ผมว่า 'กามเทพข้างห้อง' คงทนดูความใจแข็งของนายไม่ไหว เลยต้องช่วยจัดฉากให้เราได้คุยกันแบบส่วนตัวสักที"
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป จากความตึงเครียดของวิญญาณ กลายเป็นความอบอุ่นที่ชวนให้ใจเต้นแรง ฉันจ้องลึกเข้าไปในตาคิน เห็นความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากกวนประสาทนั่น มันทำให้ความกลัวที่เกาะกินใจค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นจนคันหัวใจ
"ถ้าฉันบอกว่าฉันก็... อะ! นั่นอะไร!" ฉันชะงักกึกเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเงาบางอย่างที่มุมห้องอีกฝั่ง
เงาร่างโปร่งแสงของผู้หญิงในชุดไทยสีนวลกำลังยืนพนมมือยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้า เธอไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนฝูงผีเมื่อครู่ แต่กลับดูเหมือน... แม่สื่อที่กำลังลุ้นความรักของคู่เราจนตัวสั่น! ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ชี้มือไปยังหน้าจอโทรศัพท์ของคินที่วางอยู่บนเตียง แล้วทำท่าจุ๊ปากเบาๆ ก่อนจะหายวับไป
"มีอะไรเหรอ?" คินถามพลางหันไปมองตาม
"เปล่า... ไม่มีอะไรหรอก" ฉันรีบตอบ ทั้งที่ในใจเต้นรัวด้วยความสงสัย เมื่อเห็นหน้าจอโทรศัพท์คินสว่างขึ้นพร้อมกับข้อความที่เด้งขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครกด
หน้าจอโชว์แอปแชทที่เราใช้คุยกัน ข้อความนั้นไม่ได้ถูกพิมพ์โดยคนเป็น แต่มันถูกพิมพ์รัวๆ เหมือนมีใครบางคนพยายามจะส่งอะไรบางอย่างออกไป
*คิน: "ถ้าผมบอกว่าผมชอบตะวันตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา นายจะว่ายังไง?"*
ฉันเบิกตากว้าง หันไปมองคินที่ยืนงงกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาเอง เขากำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามันเพื่อลบข้อความที่เขาไม่ได้เป็นคนพิมพ์ แต่มันกลับสายเกินไป...
ติ๊ง!
ข้อความถูกส่งออกไปแล้ว... แต่สิ่งที่ทำให้ฉันใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะข้อความสารภาพรักนั่นหรอกนะ...
คินก้มมองโทรศัพท์แล้วหน้าซีดเผือด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความขี้เล่น กลายเป็นความตื่นตระหนกที่แท้จริง
"ตะวัน... ข้อความที่ส่งไปน่ะ... ไม่ใช่เบอร์ผมนี่หว่า... แล้วเมื่อกี้... ใครเป็นคนกดส่ง?!"
เขายื่นหน้าจอมาให้ฉันดู และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ใช่ชื่อแชทของฉัน แต่มันคือชื่อแชทที่ถูกตั้งขึ้นใหม่โดยที่ไม่มีใครรู้ชื่อผู้ติดต่อ...
มันเขียนว่า... 'ยินดีด้วยค่ะ คิน คุณเพิ่งสารภาพรักกับเจ้าของหอ... ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน'
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวท่ามกลางเรื่องวุ่นๆ ของวิญญาณนะคะ เป็นกำลังใจให้ "เสียงกระซิบยามดึก" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ
ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 18
วิญญาณกามเทพทำงาน
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!