"ถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว วิญญาณมึงได้แตกสลายเป็นธุลีดินแน่ไอ้ผีเปรต!"
เสียงตะโกนแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงมืดทึบของตึกร้างหลังเก่า กลิ่นธูปเก่าๆ และกลิ่นอับชื้นตีเข้าจมูกจนแสบไปหมด แต่สิ่งที่ทำให้ตะวันแทบอยากจะเป็นลมตรงนั้นไม่ใช่บรรยากาศน่ากลัวชวนขนหัวลุกพวกนั้นเลยค่ะ... แต่มันคือร่างโปร่งแสงของคิน—ไอ้คุณรูมเมตตัวดีที่ปกติชอบกวนประสาทเขาไม่เว้นแต่ละวัน—ตอนนี้กลับกำลังถูกพลังงานสีดำทมิฬบีบรัดลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ใบหน้าหล่อเหลานั้นซีดเผือดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ร่างกายโปร่งแสงเริ่มบิดเบี้ยวราวกับกำลังจะสลายหายไปได้ทุกเมื่อ
ให้ตายเถอะ! นี่มันไม่ใช่เวลามานั่งกลัวผีสางเทวดาที่ไหนแล้วนะคะ!
ตะวันหอบหายใจหนักหน่วง มือเรียวที่กำยันต์สีแดงฉานไว้แน่นสั่นระเทือกจนกระดาษแทบหลุดร่วง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความกลัวผีขึ้นสมองที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่เด็กแผดเผาจนขาสั่นพับ แต่พอหันไปเห็นสายตาตัดพ้อแกแกมเป็นห่วงที่คินส่งผ่านมาให้ท่ามกลางความเลือนรางนั้น... ความกลัวบ้าบออะไรนั่นก็พลันมลายหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความเดือดดาลและพลังฮึดเฮือกสุดท้ายที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนเต็มอก
"ปล่อยคินเดี๋ยวนี้!" ตะวันแผดเสียงกรีดร้องลั่น ไม่สนแล้วว่าเสียงตัวเองจะแหบแห้งแค่ไหน สองเท้าก้าวพรวดเข้าไปประชิดเขตอาคมมืดมนอย่างไม่คิดชีวิต แม้ว่าไอเย็นยะเยือกจะเสียดแทงทะลุผิวเนื้อจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
[(แชตกลุ่ม: "ล่าท้าผีหรือไปหาหมอดีวะ")
[คินหน้ามึน]: ตะวัน ถ้ากูไม่รอด... มึงช่วยยกหนี้ค่าชานมไข่มุกห้าแก้วนั้นให้กูด้วยนะ
[ตะวันคนสวยขา]: พรחบเถอะมึง! อยากรอดก็ถีบหน้ามันดิฟะ! มึงเป็นวิศวะนะเว้ย ไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือผี!
[คินหน้ามึน]: กูกลัวผีมากกว่ากลัวมึงอีก... แต่อยากบอกว่า... รักนะ
[ตะวันคนสวยขา]: พูดมากน่า! เดี๋ยวฉันไปลากคอมึงกลับมาเอง ห้ามตายนะเว้ยไอ้บ้า!]
เสียงแจ้งเตือนข้อความในมือถือที่สั่นรัวอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยสักนิด มีแต่จะทำให้ขอบตาของคนตัวเล็กเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ตะวันกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รวบรวมสติทั้งหมดที่มี ท่องคาถาที่จำมาจากยายในใจ พร้อมกับฟาดกระดาษยันต์ในมือเข้าใส่เงาดำทะมึนที่กำลังพยายามกลืนกินร่างของคินอย่างเต็มแรง!
*เปรี้ยง!*
ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณร้ายดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกสะท้อนกลับจนตะวันเซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างเพรียวทรุดลงกระแทกกับพื้นปูนเย็นเฉียบ ฝ่ามือขูดขีดกับเศษหินจนเลือดซึม แต่เขาก็ไม่ยอมปริปากร้องสักแอะ รีบยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งเข้าไปคว้าแขนโปร่งแสงของคินที่ร่วงหล่นลงมาพอดี
"ไอ้... ไอ้บ้าคิน!" ตะวันตะคอกเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอหน่วยที่หางตาอย่างน่าสงสาร "บอกว่าอย่าทำตัวเป็นพระเอกไงเล่า! ถ้าแกเป็นอะไรไป... ใครจะกวนประสาทฉันทุกเช้าฟะ!"
คินที่ตอนนี้ร่างแทบจะโปร่งใสจนมองทะลุผ่านได้ ค่อยๆ ปรือตาขึ้นช้าๆ ริมฝีปากที่ซีดเซียวแย้มยิ้มออกมาได้แม้ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ มือโปร่งแสงเอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะแก้มเนียนของคนที่กำลังโวยวายด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ทะลุผ่านไปอย่างไร้ความหมาย
"ก็... ก็ไม่อยากให้เมียต้องเป็นหม้ายขันหมากนี่หว่า..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยแซวหน้าตายตามนิสัยเดิม แม้สภาพจะปางตายอยู่รอมร่อ "แค๊กๆ... เจ็บนะเนี่ย โดนผีลากไส้เกือบขาด ดีนะที่ใจยังอยู่กับเธอ"
"ยังมีหน้ามาเล่นมุกอีกนะ!" ตะวันทุบกำปั้นลงบนอกอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้ แม้จะรู้ว่ามันทะลุผ่านร่างไปก็เถอะ "ลุกขึ้นมาเลยนะเว้ย! ฉันไม่ได้แบกแกมาไกลขนาดนี้เพื่อให้มานอนหยอดคำหวานใส่หรอกนะ!"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มแปรปรวนอีกครั้ง ลมพายุหมุนขนาดย่อมพัดกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบول เงาดำมหึมาตนเดิมกำลังรวมตัวกันใหม่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เหยื่อหลุดมือ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่ตะวันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าจนแทบยืนไม่ไหว
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะเข้าประชิดตัว เสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับร่างโปร่งแสงอีกร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาบังหน้าพวกเขาไว้
"อะแฮ่ม! เกรงใจผมบ้างนะครับ วิญญาณโสดสนิทตรงนี้ยืนเหงามาสามปีแล้วนะคุณ รังแกเด็กมันบาปนะครับบอกเลย"
คุณผีข้างห้อง หรือพี่วิญญาณกามเทพประจำหอพัก ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มกวนๆ และท่าทางไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศสยองขวัญรอบตัวแม้แต่น้อย มือโปร่งแสงโบกไปมาเบาๆ เรียกอาคมป้องกันสีขาวนวลแผ่ขยายออกไปคุ้ม
ตะวันเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ขณะที่คินพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยมีตะวันช่วยประคองอย่างทุลักทุเล
"พี่... พี่มาได้ไงเนี่ย?" ตะวันละล่ำละลักถาม
"ก็ทนดูพวกเธอจีบกันกลางดงผีไม่ไหวแล้วน่ะสิครับ!" พี่ผีข้างห้องหันมาขยิบตาให้ทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับปีศาจตนนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกริบ "เอาล่ะ... ตาผมเอาคืนบ้างละนะ หมาหมู่รังแกคนไม่มีทางสู้ มันต้องเจอผีรุ่นใหญ่สั่งสอนซะหน่อย!"
ทว่า... ในจังหวะที่การปะทะครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ร่างของคินที่ยืนพิงหลังตะวันอยู่ก็เกิดอาการสะท้านเฮือกใหญ่อย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบที่เคยเป็นประกายขี้เล่น กลับเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ร่างโปร่งแสงของคินเริ่มสั่นเทิ้มราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต
"ตะวัน..." เสียงของคินขาดห้วง ลมหายใจเฮือกสุดท้ายสะดุดกึก
ตะวันหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจกลัว ใบหน้าหวานซีดเผือกยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นรอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางหน้าอกของคิน และรอยแยกนั้นกำลังดูดกลืนวิญญาณของรูมเมตตัวแสบให้จมดิ่งหายเข้าไปในความว่างเปล่า!
"เฮ้ย! คิน! คิน! อย่าหลับตานะเว้ย!" ตะวันกรีดร้องสุดเสียง พยายามคว้ามืออีกฝ่ายไว้แต่ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า
ก่อนที่ร่างของคินจะเลือนหายไปในรอยแยกมืดมิดนั้น ริมฝีปากซีดเซียวขยับพูดคำสุดท้ายที่ส่งตรงมาถึงหัวใจของตะวัน... คำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
*...ถ้าฉันหายไป... อย่าลืมนะว่าฉันรักเธอที่สุด*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้พวกเขานะคะ มาร่วมลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าตะวันจะดึงตัวคินกลับมาจากความตายได้ทันเวลาหรือไม่!
ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 35
ตะวันต้องสู้เพื่อคิน
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!