"ถ้ามึงยังเอามือมาแปะกระจกแล้วทำเสียง 'ฮืออออ' แบบนั้นอีกทีเดียว กูจะโยนกระเป๋าเดินทางมึงทิ้งข้างทางแล้วนะไอ้คิน!"
เสียงโวยวายของตะวันดังลั่นรถกระบะคันเก่าที่กำลังเลี้ยวโค้งเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติ มือข้างหนึ่งของนายเอกร่างโปร่งกำสายเบาะรถแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวด้วยความหวาดผวา ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกยามมองกระจกมองข้าง ที่ตอนนี้ไม่ได้สะท้อนแค่บรรยากาศถนนลูกรังสองข้างทาง แต่ดันมีใบหน้าซีดขาวของ 'คุณผีข้างห้อง' กำลังเกาะหนึบยิ้มแฉ่งส่งจุ๊บมาให้อย่างรื่นเริง
คิน คนขับรถหนุ่มวิศวะหน้ามึนผู้รับหน้าที่เป็นสביซเฟอร์รอร์ตгоัปทริปต่างจังหวัดครั้งนี้ หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังนั่งตัวเกร็งเหมือนกุ้งโดนน้ำร้อนลวก ก่อนจะเอื้อมมือไปปรับแอร์ให้เย็นขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนน
"กลัวอะไรวะตะวัน ผีเขาอุตส่าห์นั่งรถมาเป็นเพื่อนฟรีๆ ไม่คิดค่าน้ำมันสักบาท มึงควรจะดีใจที่มีวิญญาณคอยซัพพอร์ตตลอดทริปนะ" คินแกล้งแซ่วยียวน พร้อมกับหักพวงมาลัยหลบหลุมบ่อบนถนนอย่างชำนาญ
"ซัพพอร์ตบ้าอะไรเล่า! เมื่อกี้มันเพิ่งเอาหน้ามาจิ้มแก้มกูตอนเข้าโค้งนะเว้ย! เย็นชิบหาย... ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย!" ตะวันสะบัดหน้าเร้าๆ มือเรียวยกขึ้นูบแขนตัวเองป้อยๆ พลางหันไปค้อนใส่พระเอกหนุ่มที่ยังคงลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ช้า
บรรยากาศในรถอบอวลไปด้วยความวุ่นวายแบบฉบับคู่ซัดคู่กัด ทว่าซ่อนความอบอุ่นหัวใจไว้ใต้รอยยิ้มของคนขับรถที่คอยเหลือบมองคนกลัวผีอยู่เป็นระยะ ทริปพักผ่อนหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงที่ควรจะสงบสุข ดันกลายเป็นทริปพิสูจน์ความสยองขวัญปนเสียงหัวเราะ ตั้งแต่ออกเดินทางมาได้แค่สองชั่วโมงแรก เพราะคุณผีข้างห้องตัวดีดันเกาะติดเบาะหลังมาด้วยแบบไม่ยอมลงจากรถ แถมยังทำหน้าที่เป็น 'กามเทพจำเป็น' คอยแกล้งผลักให้หัวตะวันไปซบไหล่กว้างของคินอยู่เรื่อย จนตะวันแทบจะอยากกราบวิงวอนให้ผีตนนี้ไปผุดไปเกิดเสียที
รถกระบะแล่นมาจอดสนิทหน้าบ้านพักไม้ไผ่ริมธารน้ำตก บรรยากาศรอบตัวถูกโอบล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจีและเสียงน้ำไหลรินชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ความผ่อนคลายนั้นอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที เมื่อตะวันก้าวลงจากรถแล้วพบว่า...
"เห้ย! คิน! ทำไมบ้านพักมันมีแค่ห้องเดียววะ!" ตะวันร้องเสียงหลง ชี้มือสั่นเทาไปที่บ้านพักหลังกะทัดรัดที่มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องเพียงเตียงเดียว
คินเดินยิ้มกริ่มเข้ามาใกล้ ถือกระเป๋าเดินทางสองใบพาดบ่าอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาแพรวพราวคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความตกใจ "อ้าว ก็กูจองห้องแบบเตียงคู่... อ๋อ หมายถึงคู่รักน่ะ พอดีระบบมันเต็ม เหลือห้องสุดท้ายพอดี เลยต้องจำใจนอนเตียงเดียวกัน"
"จำใจพ่อ...!" ตะวันอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร คุณผีข้างห้องที่ลอยทะลุผนังไม้เข้ามาก็พยักหน้าหงึกหงักชูนิ้วโป้งให้คิน พร้อมกับทำมือทำไม้ทำสัญลักษณ์หัวใจประกอบ ท่าทางเชียร์อัพสุดฤทธิ์นั่นทำเอาตะวันอยากจะเป็นลมล้มตึงตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด
"เข้าห้องเถอะน่า ข้างนอกแดดเริ่มร้อนแล้ว... หรือมึงกลัวผีจนไม่อยากอยู่ห่างกู?" คินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ทำเอาตะวันสะث้านเฮือก ขนลุกซู่ไปถึงไขสันหลัง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิญญาณข้างห้องที่ยืนลุ้นอยู่ปลายเตียง หรือเพราะลมหายใจอุ่นๆ ของคนที่ยืนเบียดอยู่ใกล้เกินไปกันแน่
ตกดึก... เสียงสายฝนโปรยปรายลงมากระทบหลังคารipบ้านพักไม้ไผ่ดังซ่า บรรยากาศเงียบสงบและวังเวงขึ้นเป็นกอง แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเล็กส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเตียงนอน ตะวันนอนขดตัวอยู่ริมขอบเตียงฝั่งซ้ายสุด ห่อผ้าห่มแน่นหนาจนกลายร่างเป็นดักแด้ ขณะที่คินนอนตะแคงข้างมองคนขี้กลัวด้วยแววตาอ่อนโยนระคนขบขัน
"ตะวัน..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกทำลายความเงียบ
"อะไร... นอนไปเลยนะ ห้ามข้ามเขตเส้นแบ่งเด็ดขาด!" ตะวันตอบเสียงอู้อี้จากในผ้าห่ม
"กูหนาว..." คินแกล้งทำเสียงสั่นนิดๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนผ้าห่มฝั่งของตะวันถูกดึงรั้งไปด้วย "แถวนี้ผีก็เยอะ บรรยากาศก็วังเวง... ถ้ากูโดนผีอำขึ้นมา มึงจะไม่ช่วยกูหน่อยเหรอ"
"ช่วยบ้าอะไรเล่า! มึงนั่นแหละตัวดี!" ตะวันโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม ดวงตากลมโตตวัดมองด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง ไฟในห้องพักเกิดกะพริบวูบวาบสองสามครั้งก่อนจะดับสนิทลง ความมืดมิดโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องทันที
"เฮ้ย!" ตะวันหลุดอุทานด้วยความตกใจกลัว สัญชาตญาณความกลัวผีพุ่งทะยานถึงขีดสุด ร่างโปร่งพุ่งพรวดคว้าหมับเข้าที่แขนของคินทันทีโดยไม่ต้องคิด ชีวิตนี้ไม่เคยต้องการความอบอุ่นอะไรเท่านี้มาก่อนในชีวิต
ในความมืดนั้น คินไม่ได้พูดอะไรมากกว่าการอ้อมแขนแข็งแรงรวบร่างของตะวันเข้ามากอดไว้แน่นจนจมอกแผ่นอกกว้างไหวสะท้อนตามจังหวะลมหายใจ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความอบอุ่นจากตัวของพระเอกหนุ่มโอบล้อมรอบตัวตะวันไว้จนความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปเกือบหมดสิ้น ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวแรงยิ่งกว่าตอนเจอผีเสียอีก
ดวงตากลมโตเบิกกว้างในความมืด เมื่อสัมผัสได้ว่าใบหน้าของคินอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนแผ่วเบา และก่อนที่ตะวันจะได้ทันตั้งสติหรือผลักไส ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันและเสียงฝนตกกระทบหลังคา คินก็กระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"กูไม่ได้กลัวผีหรอกนะตะวัน... แต่กูโคตรกลัวเลย ว่าถ้าวันนึงมึงรู้ใจตัวเองช้ากว่านี้ กูอาจจะจีบมึงไม่ทันซะก่อน"
คำสารภาพรักกลางห้องพักที่มีผีเป็นสักยานพยานทำเอาตะวันสมองดับสนิท ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับโดนคำสาป ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนต่อให้มืดแค่ไหนก็คงสังเกตเห็นได้ชัดเจน
และก่อนที่สติอันน้อยนิดจะกลับคืนมา ตะวันก็เผลอยกมือขึ้นคว้าปกเสื้อของคินไว้แน่น พร้อมกับหลุดปากเรียกชื่อที่เจ้าตัวไม่เคยคิดจะเรียกมาก่อนในสถานการณ์แบบนี้...
*(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความโบ๊ะบ๊ะนี้ด้วยกันนะคะ!)*
— **เสียงกระซิบยามดึก**
ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 22
ทริปไปต่างจังหวัด (ที่ผีตามไปด้วย)
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!