“ถอยออกไป เดี๋ยวนี้เลยนะคิน!”
เสียงตะวันแหวขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของโถงทางเดินหน้าหอพัก มือบางพยายามผลักแผงอกกว้างของคนที่ยืนจังก้าขวางทางไว้ แต่นอกจากจะไม่ขยับเขยื้อนแล้ว คินยังเลิกคิ้วกวนประสาทใส่ พร้อมกับขยับตัวเข้าใกล้จนตะวันแทบจะหลังชิดกำแพงเย็นเฉียบ
“ก็เห็นพี่เขาเดินมาทักซะสนิทสนมขนาดนั้น ถ้ากูไม่ยืนขวางไว้ ไม่กลัวโดนเขาฉุดไปเข้ากลุ่มติววิศวะฯ จริงๆ เหรอครับคุณหนู?” คินก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้คนฟังขนลุกซู่ ไม่ใช่เพราะความกลัวผีอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นความประหม่าที่คุมจังหวะหัวใจตัวเองไม่อยู่
“พี่เขาก็แค่รุ่นพี่ที่คณะ! จะหวงอะไรขนาดนั้น หน้ามืดหรือไง!” ตะวันเถียงกลับ เสียงสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหลบสายตาคมปลาบที่จ้องเขม็งราวกับจะแผดเผาให้เขากลายเป็นขี้เถ้า
“ใช่ หน้ามืด... มืดจนมองไม่เห็นคนอื่นแล้ว เห็นแค่คนตรงหน้าเนี่ย”
คินยื่นมือไปค้ำกำแพงข้างหัวตะวัน ขังร่างบางไว้ในวงแขน สายตาที่ปกติจะมีแต่ความกวนประสาท บัดนี้กลับฉายแววจริงจังจนตะวันหายใจติดขัด จังหวะโบ๊ะบ๊ะที่เคยมีให้เห็นหายไป เหลือเพียงบรรยากาศมาคุที่อบอวลไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด
ในความมืดสลัวตรงหัวมุมตึก เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ฟังดูไม่เหมือนคนปกติลอยเข้ามาใกล้ คุณผีข้างห้องที่แอบเฝ้ามองอยู่หลังเสาปูนพยายามส่งซิกด้วยการเขย่าต้นไม้จนใบไม้ร่วงกราว เพื่อเรียกสติคนทั้งคู่ แต่คินกลับไม่สะทกสะท้าน แม้แต่ไอเย็นเยือกที่แล่นผ่านหลังไปก็ไม่อาจดึงสายตาเขาไปจากใบหน้าแดงก่ำของตะวันได้
“ตะวัน...” คินเรียกชื่อเบาๆ สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอาตะวันใจกระตุก “มึงรู้ใช่ไหมว่าที่กูทำแบบนี้ เพราะอะไร?”
“กู... กูจะไปรู้ได้ไงล่ะ” ตะวันตอบเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“งั้นฟังนะ...” คินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบแตะกัน “กูหวง มึงเป็นของมึงแบบนี้... เป็นคนพิเศษของกูคนเดียว ห้ามใครเข้าใกล้ ห้ามใครยิ้มให้ ห้ามใครมาส่งสายตาหวานๆ ใส่ ถ้ากูยังเห็นใครกล้าเข้าใกล้มึงอีก กูไม่รับประกันนะว่าคราวนี้กูจะทำอะไรที่มากกว่าแค่ยืนขวาง”
“บ้า! เพ้อเจ้อ!” ตะวันสวนกลับ ทั้งที่ใจจริงอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ข้างใน
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของตะวันก็ดังขึ้นขัดจังหวะ แสงหน้าจอที่สว่างวาบเผยให้เห็นชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอ... *‘พี่เมฆ’*
คินเหลือบเห็นชื่อนั้นพอดี ใบหน้าคมสันที่ดูใจเย็นลงเมื่อครู่กลับมาตึงเปรี๊ยะอีกครั้ง เขาไม่รอให้ตะวันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่ฉวยโอกาสคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงให้ตะวันหันหลังกลับ วิ่งพุ่งไปยังห้องพักโดยไม่สนใจสายตาของวิญญาณกามเทพที่ยืนกุมขมับอยู่ข้างหลัง
“คิน! ปล่อยนะ! พี่เมฆโทรมา!” ตะวันโวยวาย แต่คนตัวสูงกว่ากลับกระชากประตูล็อกห้องดัง *กริ๊ก* ก่อนจะผลักตะวันเข้าไปข้างในแล้วปิดล็อคประตูตามหลังทันที
ภายในห้องที่เปิดเพียงโคมไฟสลัว บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น คินเดินย่างสามขุมเข้ามาหาตะวัน ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ของอีกฝ่ายแล้วกดวางสายอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารทิ้งลงบนเตียงนุ่ม
“กูบอกว่าห้ามใครเข้าใกล้... ไม่ได้ยินเหรอ?” คินพึมพำ ดึงร่างตะวันเข้ามาปะทะอกแกร่ง กอดรัดแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที คนตรงหน้าจะอันตรธานหายไป
“มึงมันนิสัยเสีย...” ตะวันพึมพำ ทุบอกเขาเบาๆ แต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสับสนที่ชวนให้ใจฟู
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงกุญแจห้องถูกไขจากด้านนอกอย่างแผ่วเบา ทั้งที่ตะวันมั่นใจว่าตนเองล็อกประตูดีแล้ว และที่สำคัญที่สุด... ที่ห้องนี้มีเพียงเขากับคินเท่านั้น
ประตูห้องค่อยๆ แง้มออกช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่ยื่นยาวเข้ามาแทนที่แสงไฟในห้อง คินชะงักกึก ร่างสูงหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่หลังบานประตู ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสนิทของใครบางคนก็ยืนเด่นอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวและส่งยิ้มกว้างจนน่าสยดสยองให้แก่ทั้งคู่
“ลืมฉันไปแล้วหรือไง... ที่รัก?”
เสียงแหบพร่าดังก้องในโสตประสาทของทั้งคู่ ในขณะที่สายตาของคินเบิกกว้างเมื่อจำได้ว่าใบหน้านั้นคือใคร... มันไม่ใช่ผีทั่วไป แต่มันคือวิญญาณร้ายที่เขาเคยเผลอไปลบหลู่เมื่อหลายปีก่อน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 29
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!