ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ•ตอนที่ 14

ตามจีบหรือตามคุม

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกแล้วไงคะว่านี่มันมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ค่ายลูกเสือที่จะต้องมีผู้ควบคุมกฎระเบียบเดินประกบหลังทุกฝีก้าว!" เสียงทุ้มห้าวที่เจือความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่ายดังขึ้นบริเวณทางเดินคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ตะวันยืนกอดอกแน่น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความกรุ่นโกรธ ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงโปร่งของคนที่ถือวิสาสะเดินตามติดเขามาตั้งแต่ตึกคณะวิศวะจนถึงตึกนี้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนไม่เคยเกินหนึ่งช่วงแขนเลยสักวินาทีเดียวตั้งแต่ลืมตาตื่นเมื่อเช้า "ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นค่ายลูกเสือสักหน่อยนี่ครับ... เอ้ย! นี่คะ" คินแก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความสำนึกผิดใดๆ แถมยังยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระกับสายตานับร้อยคู่ของนักศึกษาปีอื่นที่กำลังมองมาด้วยความสงสัย "แล้วทำไมต้องเดินตามฉันแจขนาดนี้ด้วยเล่า! ไม่มีเรียนเหรอวิศวะปีสามน่ะ หรือว่าโดนรีไทร์จนว่างงานจนต้องมาเดินตามเก็บขยะแถวคณะสถาปัตย์แทนคะ!" ตะวันกระแทกเสียงใส่ด้วยความหมั่นไส้ มือเรียวหยิบสมุดเลคเชอร์ขึ้นมาม้วนเป็นทรงกระบอกแล้วเคาะเบาๆ ที่ต้นขาตัวเองอย่างคนพยายามข่มอารมณ์ "โห... พูดจารุนแรงจังเลยนะคะคุณตะวันขา ใครจะไปกล้าปล่อยให้คุณเดินลอยชายคนเดียวในมอที่มีแต่ข่าวลือเรื่องอาถรรพ์ล่ะครับ... เอ้ย! ลืมตัวอีกแล้ว ลืมนึกไปว่าคุณสุภาพสตรีเขาสั่งห้ามพูดคำนั้น" คินแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นตบปากตัวเองเบาๆ สองที ดวงตาคมปลาบพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามที่ได้เห็นคนตัวเล็กกว่าหัวฟัดหัวเหวี่ยง "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะคิน! นายตามฉันมาสามวันติดกันแล้วนะ ตั้งแต่วันจันทร์ พุธ จนวันนี้วันศุกร์... นี่กะจะไม่ให้ฉันมีพื้นที่ส่วนตัวหายใจหายคอเลยใช่ไหมเนี่ย" ตะวันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งที่ม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าคณะ พร้อมกับยกมือขึ้นพัดใบหน้าตัวเองที่ร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะอากาศร้อนหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะความดื้อด้านของนายวิศวะหน้ามึนคนนี้ต่างหากที่ทำให้เขาปวดหัวจนแทบระเบิด คินทรุดตัวลงนั่งตามอย่างไม่เกรงใจ ขายาวๆ แยกออกกว้างในท่าทางสบายๆ ศอกหน้าวางพาดลงกับโต๊ะหินอ่อนแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนตะวันต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายปะทะเข้ากับข้างแก้มจนคนตัวเล็กต้องรีบยกมือขึ้นดันไหล่กว้างให้ออกห่าง "ไม่ได้ตามมาคุมสักหน่อย... เขาเรียกว่า 'ตามเทคแคร์' ต่างหากเล่า" คินลากเสียงยาวในประโยคหลัง ดวงตาคู่นคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ว่าจะทำหน้าบึ้งตึงแค่ไหนก็น่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของเขาเสมอ "ก็เมื่อคืนก่อนโน้น... ใครกันน้าที่ฝันร้ายจนละเมอคว้าหมอนข้างผมไปกอดแล้วร้องไห้จ้าบอกว่ากลัวผีจนนอนไม่หลับ จำไม่ได้เหรอครับ" "นั่นมัน... มันอุบัติเหตุทางความฝันเว้ย!" ตะวันเสียงสูงปรี๊ด ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปจนถึงใบหู ภาพคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองเจ้ากรรมดันจำได้แม่นเสียด้วยว่าเขากลัวผีจนเผลอปีนข้ามเตียงไปซุกอกอีกฝ่ายแน่นแถมยังร้องไห้งอแงเหมือนเด็กๆ น่าอายชะมัด! "อุบัติเหตุอะไรตั้งครึ่งคืนแถมยังลูบแขนผมบอกว่า 'อย่าไปไหนนะ' อีกต่างหาก" คินแกล้งทำเสียงเลียนแบบ ทำเอาตะวันอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด "หุบปากไปเลยนะ! ถ้าพูดอีกคำเดียวฉันจะ... จะ..." "จะทำไมครับ? จะจูบปากผมเหรอ... เอาสิครับ ผมพร้อมพลีกายให้ตลอดเวลาอยู่แล้ว" "ไอ้... ไอ้คนหน้าไม่อาย!" บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะตึงเครียดกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของคนตัวโต ท่าทางทะเล้นที่คินแสดงออกมากลบเกลื่อนความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ข้างในได้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่า ตลอดสามวันที่ผ่านมาที่คินยอมทิ้งคาบว่างมานั่งเฝ้าตะวันเรียนทุกคลาส ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องกลัวผีหรอก... แต่เป็นเพราะสายตาของใครบางคนที่คอยมองมาทางตะวันด้วยความริษยาจากมุมมืดต่างหาก *กึก...* เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาททำเอาตะวันชะงักกึก ร่างบางขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องมีใครบอก ความเย็นยะเยือกที่พัดผ่านแผ่นหลังทั้งๆ ที่ไม่มีลม ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะม้าหินอ่อนเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา แสงแดดอุ่นๆ ที่ส่องลงมาเมื่อครู่กลับรู้สึกเหมือนถูกกลืนกินด้วยเงาดำมืดบางอย่าง คินที่เมื่อครู่ยังทำท่าทางกวนประสาทอยู่ พลันหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังพุ่มไม้หนาทึบด้านข้างตึกคณะทันที มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของตะวันไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ออกแรงดึงเบาๆ ให้คนตัวเล็กขยับเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังแผ่นอกกว้างของตนเองทันที "คิน... นาย... รู้สึกเหมือนฉันไหม" ตะวันกระซิบเสียงสั่น มือเรียวเผลอขยุ้มชายเสื้อยืดสีดำของอีกฝ่ายไว้แน่น ความกลัวผีขึ้นสมองเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ "อยู่เฉยๆ นะครับ... อย่าปล่อยมือจากผมเด็ดขาด" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้หยอกล้อเมื่อครู่ บัดนี้ราบเรียบและจริงจังจนน่าตกใจ ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมมือตะวันไว้แน่นช่วยดึงสติให้คนตัวเล็กไม่สติหลุดไปเสียก่อน ณ มุมตึกอับสายตา ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร เงาร่างโปร่งแสงสีขาวโพลนร่างหนึ่งกำลังยืนจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน ดวงตากลวงโบ๋สีดำสนิทไร้แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย รอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูเผยให้เห็นฟันซี่แหลมคมที่หยาดหยดด้วยของเหลวสีแดงฉาน *คุณผีข้างห้อง* ที่แอบลอยตามมาเชียร์อัปความรักของคู่นี้อยู่บนกิ่งไม้ ถึงกับหน้าถอดสี รีบลอยลงมาขวางหน้าเงาดำประหลาดนั้นทันที พร้อมกับทำมือไม้พะงาบๆ ส่งสัญญาณเตือนภัยสุดชีวิต * 'ระวังตัวนะเว้ย! มันไม่ใช่ผีธรรมดา... มันคือวิญญาณอาฆาตที่จ้องจะเอาชีวิตนายตะวันตั้งแต่วันแรกแล้ว!' * คำเตือนทางจิตที่ส่งตรงเข้ามาในหัวของคินทำเอาใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคู่นคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ไม่มีทางที่เขาจะยอมให้ใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี มาแตะต้องคนในความดูแลของเขาเด็ดขาด! "อยากลองดีกับวิศวะเครื่องกลเหรอวะ..." คินพึมพำเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกระชับมือที่กุมตะวันให้แน่นยิ่งขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าบังร่างของคนตัวเล็กไว้มิดชิด แม้ในใจจะแอบหวั่นๆ กับภาพสยองขวัญตรงหน้า แต่เพื่อปกป้องคนที่เขารัก ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรเขาก็ไม่กลัวทั้งนั้น! ขอขอบพระคุณที่ร่วมดำดิ่งไปกับความลับที่กำลังจะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาลในค่ำคืนนี้กับ "เสียงกระซิบยามดึก" นะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องเช่าข้างๆ ดันมีผีเป็นแฟนคลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%