เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปังจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามสั่นสะเทือน น้ำชาในถ้วยกระฉอกกระเด็นเปื้อนผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้
"หลินอิง! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาพูดจาเหลือขอเช่นนี้กับแม่!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีตวัดขึ้นด้วยความโกรธจัด ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคู่เล็กหรี่มองสะใภ้รองด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์เช่นเคย ทว่าหลินอิงหาได้สะทกสะท้านไม่ หญิงสาวยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายเรียวนิ้วเรียบเนียนเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังฟังเสียงดนตรีเพลินๆ
"เหลือขอตรงไหนหรือเจ้าคะ ท่านแม่" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "ลูกแค่บอกความจริงว่า เงินเบี้ยหวัดทหารที่พี่รองส่งกลับมาให้ทุกเดือน บัดนี้ไม่ได้งอกเงยขึ้นเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้าย... แปลงผักสวนครัวหลังบ้านที่ควรจะหล่อเลี้ยงท้องคนในครอบครัว กลับเหี่ยวเฉาเพราะถูกปล่อยให้แห้งตายเนื่องจากความขี้เกียจของคนบางคนในบ้านหลังนี้"
"นี่เจ้า! อยากโดนดีใช่ไหม ถึงกล้าปากกล้าใส่ข้า!" แม่สามีผุดลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทาด้วยความแค้น สองมือเท้าสะเอวเตรียมพ่นคำด่าทอยืดยาวตามนิสัย
ทว่าหลินอิงเร็วกว่า นางวางถ้วยชาลงเสียงดังกร๊อบ ร่างเพรียวบางระหงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันให้ผู้อาวุโสต้องชะงักไปชั่วขณะด้วยรัศมีอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวสะใภ้รองผู้นี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เด็กสาวชาวบ้านคนนี้มีแววตาดุดันน่ากลัวเช่นนี้?
"ถ้าท่านแม่อยากด่า ก็เชิญตามสบายนะเจ้าคะ แต่เสียงโวยวายของท่าน ไม่ได้ช่วยให้ข้าวสารในถังเพิ่มขึ้นมาหรอกค่ะ" หลินอิงกวาดสายตามองรอบห้องโถง สะใภ้ใหญ่ที่ยืนทำตัวลีบอยู่มุมห้องรีบเบือนหน้าหนี ส่วนน้องสามก็ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตา นางแค่นسเบาๆ ในลำคอ "ตระกูลจางเราขึ้นชื่อว่าเป็นครอบครัวทหารผู้ทรงเกียรติ แต่สภาพความเป็นอยู่กลับขัดสนจนน่าอาย เงินที่พี่รองเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในกองทัพถูกผลาญไปกับความฟุ่มเฟือยและการเอาเปรียบกันเองในบ้าน... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกอย่างต้องเปลี่ยน"
"เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่ง!"
"มีสิทธิ์หรือไม่มี ท่านแม่ลองถามกระเป๋าเงินตัวเองดูสิคะว่าอีกกี่วันจะหมดเกลี้ยง" หลินอิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นแต่ทรงพลัง นางก้าวเข้าไปใกล้ผู้อาวุโสทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและแป้งร่ำลอยแตะจมูก "หากท่านแม่ยังดื้อดึงจะใช้ชีวิตแบบเดิม รอให้ถึงสิ้นเดือนนี้เถอะค่ะ แม้แต่ข้าวต้มก้นหม้อก็จะไม่เหลือให้พวกท่านกิน"
ประโยคเด็ดขาดนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบลงทันตาเห็น แม่สามีอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก แม้จะอยากเถียงใจจะขาด แต่ความจริงที่ว่าเงินเก็บในหีบกำลังร่อยหรอลงทุกทีทำให้หล่อนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
หลินอิงไม่รอให้ใครได้ตั้งตัว นางสะบัดหน้าเดินเลี่ยงออกไปยังเรือนครัวหลังบ้านทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก
*เกมจิตวิทยาเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... อยากให้คนตระกูลนี้ยอมก้มหัวให้เงินจากผลผลิตการเกษตร นางก็ต้องทำให้พวกเขาเห็นจะๆ ว่าผืนดินและก้นครัวแห่งนี้สามารถเนรมิตทองคำออกมาได้มากกว่าเบี้ยหวัดทหารเสียอีก!*
ลับร่างของสะใภ้รอง หลินอิงก็ก้าวเข้าสู่มิติลับทันที ประตูแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา รอบตัวนางเปลี่ยนเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศและเครื่องครัวทันสมัย นางกวาดสายตาเลือกหยิบวัตถุดิบสดใหม่อย่างคล่องแคล่ว วันนี้... นางจะใช้ "อาวุธลับ" ที่ทรงพลังที่สุดในการสลายความดื้อรั้นของแม่สามี
กลิ่นหอมของเครื่องแกงสูตรโบราณที่ผสมผสานความเผ็ดร้อนและกลมกล่อมเริ่มโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลินอิงลงมือตำเครื่องแกงด้วยตัวเอง จังหวะการโขลกครกดังสม่ำเสมอดั่งเสียงกลองศึก เนื้อหมูสามชั้นติดมันคัดพิเศษถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ผัดคลุกเคล้ากับพริกแกงสีแดงฉานจนน้ำมันสีสวยเคลือบผิวทั่วทุกชิ้น ตามด้วยหน่อไม้ดองกรุบกรอบรสเปรี้ยวอมเค็มที่นางแอบหมักไว้ในมิติลับจนได้ที่
เสียงฉู่ฉ่าของน้ำแกงที่เดือดพล่านอยู่ในหม้อดินเผาใบใหญ่ส่งเสียงชวนหิว กลิ่นหอมฟุ้งทะลุผนึกเรือนครัวลอยไปตามสายลม พัดพาเอาความหิวโหยเข้าจู่โจมทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นอย่างรุนแรง
ที่หน้าเรือนหลัก แม่สามีที่เพิ่งหายจากอาการตกตะลึง ถึงกับสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นเมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลอยมาเตะจมูก ท้องของสะใภ้ใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาดังลั่นจนเจ้าตัวต้องรีบเอามือกุมท้องด้วยความเขินอาย
"กลิ่น... กลิ่นอะไรน่ะ? หอมอะไรขนาดนี้" แม่สามีพึมพำกับตัวเองโดยลืมความโกรธเมื่อครู่ไปเสียสนิท
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูรั้วบ้านสวน ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารผู้ขึ้นชื่อว่าดุและนิ่งขรึม ก้าวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อม ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นรั้วไม้ไผ่ จมูกโด่งเป็นสันก็ต้องกระตุกเกร็ง กลิ่นหอมอันคุ้นเคยและแสนเย้ายวนใจเตะเข้าจมูกเต็มๆ ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งมวลสลายหายไปในพริบตา
จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย กวาดสายตามองไปทางเรือนครัวด้วยแววตาเป็นประกายแปลกประหลาด
*ภรรยาตัวน้อยของเขากำลังเล่นสนุกอะไรอยู่อีกแล้ว?*
ชายหนุ่มสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งไปยังเรือนครัวทันที โดยไม่รู้เลยว่าภาพที่เขากำลังจะพบเบื้องหน้านั้น จะทำให้หัวใจเหล็กกล้าของนายทหารหนุ่มต้องสั่นคลอน และตกเป็นทาสความอร่อยของภรรยาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ทว่า... เมื่อจางเหว่ยผลักประตูกระจกไม้ของเรือนครัวเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่แค่ภรรยากำลังทำอาหาร ทว่ามีเงาร่างปริศนาคนหนึ่งยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสาเรือน พร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายที่ส่งตรงไปยังหม้อแกงเดือดพล่าน โดยที่หลินอิงยังไม่ทันสังเกตเห็น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความแซ่บและอบอุ่นในบทนี้ด้วยกันนะคะ!
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 7
กำจัดปลวกในบ้าน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!