เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล้าดัง *เคร้ง!* เป็นจังหวะหนักหน่วง สะท้อนก้องห้องครัวแคบๆ ที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยไอความร้อนและกลิ่นหอมฉุนชวนจามของพริกแห้งและกระเทือนตำมือ หลินอิงตวัดข้อมืออย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของน้ำพริกเผาสูตรลับจากซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติพิเศษฟุ้งกระจายผสมผสานเข้ากับเนื้อปลาช่อนทอดกรอบสีเหลืองทอง
ค่ำคืนนี้ไม่มีเสียงบ่นจากแม่สามีหรือเสียงเหน็บแนมจากญาติผู้พี่ที่ชอบมาป่วนเปี้ยนเหมือนเช่นเคย เรือนพักหลังน้อยเงียบสงบลงถนัดตา มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้ และ... สายตาคู่คมของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด ที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ตรงมุมโต๊ะอาหารไม้เนื้อแข็ง
จางเหว่ยไม่ได้ขยับตัวไปไหนตั้งแต่เขาก้าวเข้าบ้านมาแล้วพบว่าภรรยาตัวน้อยของเขากำลังงגתอยู่กับการเตรียมสำรับอาหารชุดใหญ่ ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉยและตึงเครียดจากภาระหน้าที่ในกองพัน บัดนี้กลับมีร่องรอยความอ่อนล้าเจือจางลง ทว่าดวงตาสนเท่ห์และล้ำลึกคู่นั้นยังคงจับจ้องทุกย่างก้าวของหลินอิงราวกับต้องการจะค้นหาว่า... ผู้หญิงตรงหน้านี้คือคนเดียวกับภรรยาเงียบขรึมคนเดิมจริงหรือ
"มองขนาดนี้ อาหารในจานจะสึกไหมคะ ผู้กองจาง" หลินอิงเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไป น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่นิดๆ แต่มือยังคงบรรจงตัก "แกงป่าปลาช่อนย่างใส่ใบยี่ห้อ" สีสันจัดจ้านร้อนแรงลงในชามกระเบื้องเคลือบสีนวล ควันร้อนๆ พวยพุ่งพร้อมกลิ่นสมุนไพรป่าเตะจมูกจนคนฟังต้องขยับคอเสื้อด้วยความประหม่า
"ฉันแค่... แปลกตา" จางเหว่ยตอบเสียงทุ้มต่ำ กังวานอยู่ในลำคอ "ปกติเธอไม่เคยทำอาหารมื้อดึกแบบนี้ เว้นแต่ว่าจะมีเรื่องต้องการอะไรจากฉัน"
หลินอิงชะงักมือที่กำลังจัดวางจานผัดผักบุ้งไฟแดง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะจางหาย เธอวางจานลงบนโต๊ะไม้เสียงดังเบาๆ แล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามี ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเรียบง่ายทว่าสะอาดสะอ้านก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย จนกระทั่งกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวนางลอยแตะจมูกชายหนุ่ม
"เรื่องต้องการเหรอคะ?" หลินอิงเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด "สามีภรรยาอยู่กินกันใต้ชายคาเดียวกัน ทำอาหารอร่อยๆ ให้ทาน ทำไมต้องมี 'เงื่อนไข' เบื้องหลังทุกครั้งไปล่ะคะ หรือว่า... ผู้กองจางคุ้นเคยกับการทำธุรกิจแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ จนลืมไปแล้วว่าความใส่ใจแบบสามีภรรยาหน้าตาเป็นอย่างไร?"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้งทำให้จางเหว่ยชะงักไป ความรู้สึกบางอย่างกระแทกเข้ากลางใจ ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำบึกบึนแผ่ซ่านไอความกดดันแบบนายทหารสนาม แต่วันนี้... ความกดดันนั้นกลับพ่ายแพ้ให้กับกลิ่นหอมยั่วยวนของอาหารตรงหน้า และประกายความเด็ดเดี่ยวในแววตาของภรรยา
"เธอเปลี่ยนไปมาก หลินอิง" จางเหว่ยสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "กล้าต่อปากต่อคำ กล้าทำธุรกิจลับๆ หลังบ้าน และ... กล้าทำให้ฉันละสายตาจากเธอไม่ได้เลยสักวินาที"
หลินอิงไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีตรงๆ ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อคลี่ยิ้มบาง ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก
"ถ้าไม่เปลี่ยน... ฉันคงถูกคนในตระกูลท่านสูบเลือดสูบเนื้อจนไม่เหลือซากไปนานแล้วค่ะ ผู้กอง" หลินอิงกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "โลกใบนี้มันโหดร้ายเกินกว่าที่ผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่งจะเอาตัวรอดได้ด้วยน้ำตาหรอกนะคะ... อาหารมื้อนี้ ฉันไม่ได้ทำเพราะมีวาระซ่อนเร้นอะไร แต่ทำเพราะอยากพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า บ้านหลังนี้ ถ้ามีฉันอยู่... จะไม่มีวันอดอยาก และไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของจางเหว่ยหรี่ลงเล็กน้อย เขากำลังประเมินภรรยาตัวเองใหม่อีกครั้ง ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ ในอดีตเคยเอาแต้มก้มหน้าร้องไห้เมื่อเจอแรงกดดันจากแม่สามี แต่วันนี้... เธอกลับยืนหยัดอย่างสง่างาม ทรงพลัง และเย้ายวนใจจนน่ากลัว
จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกยากจะคาดเดา มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวของหลินอิงไว้เบาๆ ไม่แน่นจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลบเลี่ยง
"งั้นเหรอ..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก "ถ้าอย่างนั้น... ฉันในฐานะสามี ก็คงต้องแสดงความจริงใจให้เธอบ้างแล้วสินะ ว่าฉันไม่ได้เป็นแค่ 'คนนอก' ที่คอยมองดูเธอสู้คนเดียว"
บรรยากาศรอบตัวพลันร้อนระอุขึ้นมาทันที แม้ว่าภายนอกลมหนาวจะพัดกระหน่ำ แต่นายทหารหนุ่มกลับใช้ปลายนิ้วอีกข้างเชยคางนางเอกสาวขึ้นเบาๆ ดวงตาคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดราวกับกระเบื้องเคลือบ ก่อนจะเคลื่อนสายตาลงมามองริมฝีปากที่เพิ่งต่อปากต่อคำกับเขาเมื่อครู่
หลินอิงหัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนพวงแก้ม ไม่ใช่เพราะพิษจากพริกแกงในครัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานของสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุดันและไร้ความรู้สึกคนนี้
จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือกลีบปากนุ่ม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน
ทว่า... ในวินาทีเป็นตายที่อารมณ์กำลังพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนพยายามพังเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูของแม่สามีที่แผดก้องทะลุกำแพงเข้ามาในความมืด
"หลินอิง! นังสะใภ้ตัวดี! แกแอบทำอะไรกินกันในนั้น ทำไมกลิ่นมันถึงหอมตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เดียวนะ!"
จางเหว่ยชะงักกึก สีหน้าถมึงทึงและหงุดหงิดพุ่งขึ้นมาฉับพลันจนน่ากลัว เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาดุดันหันขวับไปมองที่ประตูบ้านด้วยรังสีอำมหิต
ส่วนหลินอิง... มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันเกม เธอใช้มือดันแผงอกกว้างของสามีออกเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความร้ายกาจ
"ดูท่าทาง... อาหารมื้อนี้ของเรา คงจะมี 'แขกไม่速เชิญ' มาขอร่วมโต๊ะด้วยเสียแล้วล่ะค่ะ ผู้กอง..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความแซ่บและอบอุ่นในบทนี้ด้วยกันนะคะ!
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 6
มื้ออาหารสานสัมพันธ์
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!