เสียงกระแทกกระทั้นของตะกร้าหวายใบใหญ่ที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปัง จนถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามสั่นระริก เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงระฆังวัดประจำหมู่บ้าน
หลินอิงชะมือจากการนวดแป้งซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมในมือ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวกระวัง นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที แต่ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันผู้มาเยือนเสียก่อน
"โอho นี่หรือเรือนหอที่เจ้าอวดนักอวดหนา? เล็กแค่นี้เองรึ? คิดไม่ถึงว่าแต่งงานกับนายทหารอนาคตไกลทั้งที ลูกชายอกตัญญูของฉันจะปล่อยให้เมียมาซุกหัวนอนอยู่ในบ้านไม้เก่าๆ โทรมๆ แบบนี้!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูนี้เป็นของใครไปไม่ได้ นอกจาก "แม่สามี" ผู้ไม่เคยปรากฏกายแม้แต่เงาในวันที่หลินอิงกับจางเหว่ยแต่งงานกันแบบเรียบง่ายไร้สินสอดทองแต่ง แต่วันนี้กลับหอบสัมภาระพะรุงพะรังมาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่ฉาบอยู่บนใบหน้ายับย่น
หลินอิงค่อยๆ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบแป้งออกจากเรียวมืออย่างใจเย็น นางปรายตามองหญิงสูงวัยที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงด้วยความโลภ ปากก็บ่นพึมพำถึงความคับแคบ แต่ดวงตากลับพราวระยับเมื่อเห็นตู้กับข้าวไม้สักทองที่อิงซ่อนขวดน้ำพริกสูตรพิเศษและไข่ไก่สดจากมิติลับเอาไว้
"ท่านแม่เดินทางมาไกลคงเหนื่อยสินะคะ ถึงได้มีอารมณ์มาตำหนิบ้านของผู้อื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ รอยยิ้มที่มุมปากของนางไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย
นางเฒ่าจางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเจอคำพูดตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า แต่มีหรือคนหน้าหนาเช่นนางจะสะท้าน? ตรงกันข้าม นางกลับเชิดหน้าขึ้น เช้งเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ดีที่สุดในห้องทันที ราวกับตัวเองเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง
"ปากคอเราะร้ายนักนะหลินอิง! สมแล้วที่ไม่มีใครอบรมสั่งสอน ฉันเป็นแม่ของจางเหว่ยนะ มีสิทธิ์ที่จะมาตรวจดูความเป็นอยู่ของลูกชาย! แกคิดจะผูกขาดเขาไว้คนเดียวหรือไง ถึงได้กีดกันไม่ให้ฉันมาเยี่ยมเยียนตั้งนานสองนาน"
หลินอิงเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาดังๆ กีดกันหรือ? ตั้งแต่นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ครอบครัวสามีฝั่งโน้นมีแต่จะผลักไสไล่ส่ง แถมยังส่งจดหมายมาตัดขาดความสัมพันธ์เพราะเกรงกลัวว่าจางเหว่ยจะส่งเงินเดือนมาให้ไม่พอใช้ แต่วันนี้... เมื่อข่าวลือเรื่องที่ดินแปลงใหญ่ อาหารรสเลิศที่ขายดิบขายดีจนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และเรือนสวนที่เริ่มขยับขยายกลายเป็นฟาร์มขนาดย่อมลอยเข้าหู แม่สามีผู้ประเสริฐคนนี้ถึงได้รีบกระطุดกระตือรือร้นหอบผ้าผ่อนตามมาหวังจะเกาะกิน
"ท่านแม่คงได้ยินข่าวลือมาผิดๆ กระมังคะ บ้านหลังนี้ไม่ได้ร่ำรวยอะไรอย่างที่เขาว่า เราสองคนสามีภรรยาแค่พอมีพอกินไปวันๆ เท่านั้นเองค่ะ อีกอย่าง... จางเหว่ยไปฝึกทหารที่ค่าย ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาดึกดื่นเพียงใด ท่านแม่น่าจะแวะไปพักที่โรงเตี๊ยมในตัวอำเภอก่อนนะคะ ที่นี่คับแคบ เกรงว่าจะรองรับความสะดวกสบายของท่านไม่ไหว" หลินอิงแกล้งทำเป็นถอนหายใจ แสดงสีหน้าลำบากใจแนบเนียนจนแทบจะได้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม
แต่มีหรือที่คนอย่างนางเฒ่าจางจะยอมถอยกลับง่ายๆ ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปทั่วบริเวณอีกครั้ง ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูที่ตุ๋นเคี่ยวอยู่บนเตาถ่านหลังบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนของรากผักชี กระเทียม พริกไทย และความหวานเคี่ยวลึกของกระดูกหมูตุ๋นยาจีนลอยอบอวลไปทั่ว ทำเอาท้องของคนแก่ที่นั่งรถม้ามาตลอดทางส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอาย
"เหลวไหล! ลูกชายฉันเป็นถึงนายทหารขั้นสูง เงินเดือนตั้งเท่าไหร่ ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้! ไม่ต้องมาพูดจาขับไล่ไสส่งฉันเลยนะหลินอิง แกคิดจะซ่อนของอร่อยกินกันเองตามลำพังสองคนกับผัวใช่ไหม? กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านขนาดนี้ ไปตักมาให้ฉันชิมเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ว่าแล้วนางเฒ่าจางก็ทำท่าจะลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ไปหลังบ้านด้วยความตะกละตะกลาม หวังจะไปเปิดดูหม้ออาหารที่ส่งกลิ่นยั่วน้ำลาย ทว่าหลินอิงไวเท่าความคิด นางก้าวขาเพียงก้าวเดียวก็ไปยืนขวางทางประตูครัวไว้ราวกับกำแพงเหล็ก รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"อาหารในหม้อนั้นไม่ใช่ของธรรมดานะคะท่านแม่... มันคือ 'ซุปตุ๋นยาจีนบำรุงโลหิตและขับพิษร้าย' ที่ข้าตั้งใจเคี่ยวให้จางเหว่ยซดเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง คนแปลกหน้า... ต่อให้เป็นแม่บุญธรรมหรือแม่บังเกิดเกล้าที่เคยประกาศตัดขาดกันไปแล้ว หากกินเข้าไปโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อาจจะเกิดอาการ 'ธาตุไฟเข้าแทรก' ท้องร่วงอย่างรุนแรงจนลุกไม่ขึ้นเอาได้ง่ายๆ นะคะ"
คำขู่ที่เจือรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มนี้ทำให้นางเฒ่าจางชะงักกึก ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดลงทันทีด้วยความหวาดระแวง นางถอยหลังกรูดหนึ่งก้าว ชี้หน้าสะใภ้ด้วยมือที่สั่นเทา
"น...นี่แกแช่งฉันรึนังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขู่แม่ผัว!"
"ข้าไม่ได้ขู่ค่ะ ข้าแค่เตือนด้วยความหวังดี" หลินอิงเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาสุกใสเป็นประกายทว่าดุดันในที "อีกอย่าง... บ้านหลังนี้เป็นชื่อของจางเหว่ยและข้า การที่ท่านจะย้ายเข้ามาอยู่โดยไม่ถามเจ้าของบ้านสักคำ แถมยังทำตัวกร่างราวกับเป็นเจ้าสำนัก ดูท่าทางแล้ว... ต่อให้ท่านอยู่ไป ก็คงไม่มีใครกราบไหว้ปรนนิบัติหรอกนะคะ เพราะข้ามือหนักและมักจะเผลอทำอาหารรสชาติแปลกๆ ออกมาเสิร์ฟแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสมอ"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น นางเฒ่าจางโกรธจนตัวสั่นเทา อ้าปากพะงาบๆ หาคำพูดมาด่าทอไม่ถูก นึกไม่ถึงว่าสะใภ้ที่เคยเงียบขรึมและหัวอ่อนในอดีต (ตามที่คนอื่นเล่าลือ) จะกลายร่างเป็นเสือสาวเขี้ยวเล็บคมกริบเช่นนี้
ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินมาถึงจุดแตกหัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูดรั้ว จางเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารกร้านแดดกร้านลมก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความวุ่นวายภายในบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของมารดาบังเกิดเกล้าที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กลางห้อง
หลินอิงหันไปสบตากับสามีทันที นางไม่ได้เอ่ยฟ้องอะไรสักคำ เพียงแค่ส่งสายตารู้กันให้เขาจัดการปัญหาก้อนโตที่กลิ้งมาหาถึงที่
"ท่านแม่... มาที่นี่ได้อย่างไร?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ไม่มีร่องรอยของความดีใจหรือความอบอุ่นในน้ำเสียงนั้นแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาที่ทำให้นางเฒ่าจางสะท้านเยือกในอก
"ไอ้ลูกอกตัญญู!" นางเฒ่าจางเปลี่ยนเป้าหมายทันที ร้องไห้คร่ำครวญตีโพยตีพาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเอาตีอกชกหัว "ฉันเป็นแม่นะ! เลี้ยงแกมาจนเติบใหญ่ พอแกได้ดิบได้ดีมีเมียรวย กลับลืมหัวนอนปลายเท้า ปล่อยให้ฉัน แก่ชราต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว วันนี้ฉันจะมาขออยู่ด้วยเสวยสุขในบั้นปลายชีวิต แกจะไล่ฉันไสส่งเหมือนหมูเหมือนหมาไม่ได้นะ!"
จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เขาปรายตามองห่อผ้าสัมภาระกองโต ก่อนจะหันมามองภรรยาที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยท่าทีสบายอกสบายใจราวกับกำลังชมละครโรงเล็ก
ทว่า ก่อนที่นายหนุ่มจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธมารดาตามสัญชาตญาณ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในรั้วบ้าน
"พี่จางเหว่ย! คุณหลินอิง!แย่แล้วครับ! คนจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงกำลังบุกมาที่หมู่บ้านของเราแล้ว พวกเขาบอกว่า... บอกว่าคุณหนูตัวจริงของตระกูลอัครเสนาบดีเดินทางมาตามหาบุตรสาวที่พลัดพราก!"
หลินอิงชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ส่วนนางเฒ่าจางที่กำลังโวยวายอยู่กับพื้นถึงกับอ้าปากค้างสนิท ลืมบทดราม่าไปชั่วขณะ
(ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเผ็ดร้อนและเอาใจช่วยแม่ครัวคนเก่งของเราใน19 ตอนนี้นะคะ - ครัวคุณยาย)
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 19
เมื่อแม่สามีอยากตามมาอยู่ด้วย
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!