"ถ้าคิดจะมากินข้าวบ้านฉันต่อหน้าต่อตาคนครึ่งหมู่บ้าน ก็จงจำใส่กะโหลกไว้ให้ขึ้นใจค่ะว่า ข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยดที่ตักเข้าปาก ไม่มีคำว่า 'ฟรี' สำหรับคนหน้าหนา"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงาดังบาดลวดลายความเงียบงันบริเวณลานหน้าบ้าน นางเฒ่าจางที่เมื่อครู่ยังนอนแผ่สองสลึงส่งเสียงโหยหวนคร่ำครวญราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนเผลอลุกขึ้นนั่งตัวตรงโดยไม่รู้ตัว ปากที่อ้าค้างร่ำร้องหาความยุติธรรมเมื่อครู่หุบลงฉับพลัน ดวงตาฝ้าฟางกะพริบปริบๆ มองสะใภ้รองที่เคยถูกกดหัวเหยียบย่ำมาตลอดหลายปีด้วยความหวาดระแวงระคนไม่อยากเชื่อสายตา
หลินอิงปัดเศษผงฝุ่นออกจากฝ่ามืออย่างไม่ใส่ใจ รอยยิ้มเยาะที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คราบน้ำตาและท่าทีอ่อนแอที่พวกตัวแสบพยายามเซ็ตฉากขึ้นมาเพื่อรีดไถอาหารหอมกรุ่นจากครัวของเธอนั้น ถูกตีแผ่จนเปลือยเปล่าต่อหน้าชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยสายตาสมเพชเวทนา
"อิง... อิงลูกแม่ นี่เจ้าพูดจาอะไรแบบนั้นกับแม่ยายผู้ให้กำเนิดสามีเจ้ากัน!" นางเฒ่าจางปรับสีหน้าแทบไม่ทัน เสียงแหบแห้งพยายามบีบให้สั่นเครือเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารจากชาวบ้านรอบข้าง ทว่าไม่มีใครกล้าพยักหน้าตามอีกต่อไปแล้ว หลังจากได้เห็นความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวเมื่อครู่
"แม่ยายเหรอคะ?" หลินอิงหัวسเราะในลำคอเบาๆ กิริยาท่าทางช่างสง่างามเยือกเย็น ตัดกับความโกลาหลรอบข้างอย่างสิ้นเชิง "วันที่พวกท่านขนข้าวของในครัวฉันไปจนเกลี้ยง หรือวันที่ท่านมาด่าทอขับไล่พวกเราสองคนสามีภรรยาออกไปนอนตากน้ำค้างนอกบ้าน ท่านเคยจำได้ไหมคะว่าพวกเรามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากับพวกท่าน? ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ถ้าใครอยากจะได้กลิ่นหอมๆ จากเตาไฟบ้านฉัน หรืออยากจะลิ้มลองรสชาติอาหารที่ฉันบรรจงปรุงขึ้นมาล่ะก็... จงเตรียมแรงกายและหยาดเหงื่อมาแลกเปลี่ยนค่ะ"
จางเหว่ยสามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างภรรยา ไหล่กว้างที่แผ่รังสีความน่าเกรงขามดั่งนายทหารสนามรบทำให้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาและน้องชายตัวดีที่ทำหน้าเหมือนอมยาขม นิ่งเงียบแต่ทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดเป็นร้อยคำ
"เมียข้าพูดถูกต้องทุกประการ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น "บ้านหลังนี้ ข้าเป็นคนสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและเงินเดือนทหารของข้า อาหารทุกจานเป็นสิทธิ์ขาดของภรรยาข้า ถ้าพวกท่านยังคิดจะมาใช้ลูกไม้ตบตาไถกินไปวันๆ ก็เชิญไสหัวกลับบ้านตัวเองไปซะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบของชาวบ้านจะดังเซ็งแซ่ หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ใครเล่าจะยอมให้คนเกียจคร้านมานั่งกินนอนกินบนความเหนื่อยยากของผู้อื่น
หลินอิงกวาดสายตามองหน้าสมาชิกในครอบครัวสามีทีละคนด้วยรอยยิ้มพิมใจ แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอรู้ดีว่าคนเหล่านี้รักสบายและเห็นแก่กินยิ่งกว่าสิ่งใด กฎเหล็กที่เธอเพิ่งประกาศออกไปจึงเปรียบเสมือนยาขนานเอกที่จะดัดนิสัยพวกปลิงดูดเลือดเหล่านี้ให้เข็ดหลาบ
"เอาล่ะค่ะ ในเมื่อทุกคนยังไม่ยอมถอยกลับไป แสดงว่าสนใจ 'ข้อเสนอ' ของฉันสินะคะ" หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรื่นเริงผิดคาด เธอหมุนตัวเดินกลับเข้าไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนข้อตกลงไว้อย่างเป็นระเบียบออกมายืนยันต่อหน้าธารกำนัล "นี่คือกฎเหล็ก 3 ข้อของบ้านเรา ใครทำไม่ได้ เชิญออกไปจากรั้วบ้านสวนหลังนี้ทันที!"
ข้อแรก... กองฟืนหลังบ้านที่กองสุมกันจนรกเร้าและชื้นแฉะ ต้องถูกผ่าและจัดเรียงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยภายในวันนี้ หากทำไม่เสร็จ จะไม่มีใครได้แตะต้องแม้แต่น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่กำลังเคี่ยวอยู่บนเตา
ข้อที่สอง... แปลงผักสวนครัวด้านหลังที่เต็มไปด้วยวัชพืชและดินกระด้าง ต้องถูกพรวนดิน กำจัดวัชพืช และรดน้ำจนชุ่มฉ่ำ ใครอยากกินผัดผักรสเลิศฝีมือฉัน ต้องลงมือถอนหญ้าด้วยมือเปล่าจนกว่าจะเกลี้ยงแปลง
ข้อที่สาม... ทุกคนที่มีชื่ออยู่ในตระกูลจางและหวังจะมาฝากท้องที่นี่ ต้องเวียนกันมาช่วยล้างจาน กวาดบ้าน และทำความสะอาดคอกเป็ดคอกไก่ตามตารางเวรที่ฉันเป็นคนกำหนด ห้ามมีข้อแม้ ห้ามอ้างเจ็บป่วยกะทันหันเด็ดขาด!
สิ้นเสียงประกาศของหลินอิง บรรดาญาติพี่น้องฝ่ายสามีที่ตามมาสมทบต่างส่งเสียงประท้วงระงมทันที โดยเฉพาะจางเฉียง น้องชายคนเล็กของจางเหว่ยที่รักสบายยิ่งกว่าอะไรดี ถึงกับร้องโวยวายเสียงหลง
"พี่สะใภ้! ท่านทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ! ข้าเป็นถึงน้องชายแท้ๆ ของพี่ใหญ่ จะให้มารับจ้างใช้แรงงานเหมือนบ่าวไพร่ได้อย่างไรกัน ข้าไม่ทำเด็ดขาด!"
"ไม่ทำอย่างนั้นหรือคะ?" หลินอิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าสะสวย "ดีค่ะ งั้นเชิญเดินออกนอกรั้วประตูบ้านไปได้เลย ข้าไม่ได้บังคับใครนี่คะ แต่อย่าลืมนะว่ากลิ่นหมูตุ๋นเครื่องเทศสูตรลับที่กำลังลอยอบอวลอยู่นี้... อีกครึ่งชั่วยามมันจะหอมฟุ้งไปทั่วทั้งตำบล ใครที่เดินออกไปตอนนี้ อาจจะต้องกลืนน้ำลายตัวเองจนคอแห้งตายอยู่ข้างรั้วเอาได้นะคะ"
คำพูดของเธอมันช่างเชือดเฉือนและตรงจุดอ่อนเสียเหลือเกิน จางเฉียงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สัญชาตญาณความเห็นแก่กินสั่งให้สายตากวาดมองไปที่หม้อดินเผาใบใหญ่บนเตาไฟที่มีควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ท้องไส้ส่งเสียงร้องโครกคราประท้วงอย่างรุนแรง
นางเฒ่าจางเองก็ทนกลิ่นหอมนั้นไม่ไหวเช่นกัน แก ริมฝีปากแห้งผากขยับยุกยิกด้วยความลังเล ระหว่างศักดิ์ศรีจอมปลอมกับกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาตั้งแต่เช้า สำหรับคนตระกูลจางแล้ว ท้องอิ่มย่อมมาก่อนศักดิ์ศรีเสมอ!
"อะ... แกจะให้ฉันไปผ่าฟืนตรงไหนนะสะใภ้รอง?" เสียงของนางเฒ่าจางอ่อนลงทันตาเห็น ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงยายแก่จอมตะกละที่พร้อมจะยอมทำทุกอย่างแลกกับอาหารรสเลิศ
หลินอิงปรายตามองด้วยความสมเพชแกมขบขัน เธอรู้ดีว่าคนพวกนี้แพ้ทางกลิ่นหอมของอาหารและผลประโยชน์เสมอ กฎเหล็กที่เธอกำหนดขึ้นไม่เพียงแต่จะช่วยทุ่นแรงในบ้านสวน แต่ยังเป็นการตบหน้าและสั่งสอนคนพวกนี้ให้รู้จักคุณค่าของหยาดเหงื่อแรงงานไปในตัว
"กองฟืนกองโตหลังบ้านนั่นแหละค่ะคุณแม่ ลานกว้างอากาศถ่ายเทดีมาก เหมาะกับการออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายคนแก่เป็นที่สุด ส่วนจางเฉียง... แปลงผักแปลงใหญ่นั่นรอเจ้าอยู่ อย่ามัวแต่ยืนอ้าปากค้างให้แมลงวันบินเข้าปากล่ะคะ แดดกำลังร่มลมตก รีบไปจัดการซะให้เสร็จก่อนตะลับฟ้า ไม่อย่างนั้นมื้อเย็นวันนี้พวกเจ้าคงได้แต่นั่งมองหมาแทะกระดูกกันตามลำพัง!"
หลินอิงสะบัดตัวหันหลังเดินกลับเข้าครัวอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้บรรดาตัวแสบยืนหน้าซีดเผือดมองหน้ากันเองด้วยความคับแค้นใจ ทว่าความหิวโหยและความหอมยวนใจของเครื่องเทศที่ลอยแตะจมูกก็บังคับให้สองแม่ลูกจำต้องเดินคอตกไปหยิบจอบและขวานผ่าฟืนหลังบ้านแต่โดยดี
บรรยากาศในบ้านสวนกลับคืนสู่ความสงบสุขและอบอุ่นอีกครั้ง จางเหว่ยเดินตามภรรยาเข้ามาในครัว ร่างสูงใหญ่ยืนซ้อนหลังโอบกอดเอวบางของเธอไว้หลวมๆ ใบหน้าคมคายซุกซบลงที่ลาดไหล่สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอด้วยความรักและชื่นชมระคนเอ็นดู
"เจ้าเนี่ยนะ... ร้ายกาจจริงๆ สะใภ้ของข้า" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นที่มุมปากของนายทหารผู้ดุดัน
"ถ้าไม่ร้ายกาจแล้วเราจะเอาตัวรอดจากปลิงพวกนี้ได้อย่างไรล่ะคะ?" หลินอิงเอี้ยวตัวกลับมาส่งค้อนวงใหญ่ให้สามี ก่อนจะยิ้มหวานแล้วหยิบช้อนตักน้ำซุปเข้มข้นขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วยื่นจ่อริมฝีปากหนา "อ้าปากค่ะ ชิมดูสิว่ารสชาตินี้พอจะใช้เป็นรางวัลคนขยันได้หรือยัง?"
จางเหว่ยอ้าปากรับน้ำซุปร้อนๆ รสชาติกลมกล่อมเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยและเครื่องเทศนานาชนิดกระจายไปทั่วโพรงปาก ความอร่อยล้ำลึกที่ทำเอาดวงตาสีเข้มเป็นประกายวาววับ ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับความหวานชื่นในห้องครัวนั้นเอง...
ปัง! เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของชาวบ้านคนหนึ่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในรั้วบ้านด้วยความตกใจขีดสุด
"คุณหนูหลิน! นายกองจาง!แย่แล้วค่ะ! ขบวนสินค้าล็อตแรกของท่านที่นำไปส่งที่ตลาดมืด... ถูกทางการบุกตรวจยึดและประกาศจับกุมพ่อค้าคนกลางแล้ว!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ หวังว่าจะถูกใจความเผ็ดร้อนและสโลว์ไลฟ์ในบทนี้นะคะ!
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 20
กฎเหล็กของคนในบ้าน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!