จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 18

ของขวัญจากภรรยา

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
กลิ่นอายของขิงแก่ทุบแตกบุบเคล้าคล้ายกับกลิ่นหอมละมุนของโสมป่าตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อน ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวตึกแถวหลังใหม่ ที่ยามนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องปรุงยาบำรุงกำลังขนานเอก หลินอิงยืนอยู่หน้าเตาถ่านเหล็กหล่อ แขนเรียวเสื้อม้วนขึ้นเหนือศอกเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดินเผาอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง ภายนอกดูสงบเรียบร้อยดั่งกุลสตรีในห้องหอ ทว่าภายในห้วงความคิดของเธอกำลังคำนวณต้นทุนกำไรและการรับมือกับพวกเหลือบไรในตระกูลจางที่เริ่มจะกระดิกหางขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปหลายวัน "กลิ่นหอมเช่นนี้... เกรงว่าสุนัขบ้านไหนในรัศมีสามลี้คงน้ำลายสอจนนอนไม่หลับเป็นแน่ค่ะ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่โอบกอดเข้ามาเอวบางอย่างถือวิสาสะ จางเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบกริบ ปราศจากรอยยับย่น ซบใบหน้าคมคายลงบนลาดไหล่บางของภรรยาอย่างออดอ้อน—กิริยาเช่นนี้มีเพียงหลินอิงผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้เห็นจากนายทหารผู้ขึ้นชื่อว่าดุและเด็ดขาดที่สุดในกองพัน หลินอิงไม่1ตื่นตระหนก เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ใช้ทัพพีเคาะเบา ๆ ที่มือหนาที่กอดรัดเอวเธออยู่เชิงดุ "ปล่อยก่อนค่ะคุณท่าน ตัวคุณมีแต่ฝุ่นควันจากการฝึกซ้อมภาคสนาม เดี๋ยวกลิ่นเหงื่อจะมาปะปนกับน้ำซุปยาจีนสูตรลับของฉันหมดพอดี อาหารชามนี้ฉันเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมาสามชั่วยามเต็ม เพื่อให้ท่านซดบำรุงกำลังวังชาโดยเฉพาะเชียวนะคะ" จางเหว่ยยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างเสียดาย แต่สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงทอดมองภรรยาด้วยความรักใคร่และเทิดทูนอย่างไม่ปิดบัง เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธออย่างเบามือ ตั้งแต่ที่หลินอิงจัดการตบหน้าพวกญาติผู้พี่ที่คิดจะมาฮุบเงินเดือนทหารของเขาในตลาดวันก่อน สามีหนุ่มผู้นี้ก็ยิ่งตระหนักว่า ภรรยาตัวน้อยของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่คือนางพญาเสือโคร่งจำแลงที่ทั้งฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวจนน่าเกรงขาม "เหนื่อยหน่อยนะคะช่วงนี้ ทางกองบัญชาการสั่งเตรียมกำลังพลกะทันหัน ข่าวกรองแจ้งว่าพวกกองโจรชายแดนเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ ฉันรู้ว่าท่านต้องลงพื้นที่ตรวจการณ์ทั้งวันจนไม่ได้พักผ่อนให้เพียงพอ" หลินอิงวางทัพพีลง หันกลับมาเผชิญหน้ากับสามี ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจรอยคล้ำใต้ดวงตาของเขาอย่างนึก เธอยื่นมือไปจัดปกเสื้อเครื่องแบบที่ประดับอินทรธนูยศนายพันให้เข้าที่อย่างพิถีพิถัน ก่อนจะหยิบห่อผ้าไหมเนื้อดีสีครามเข้มที่วางอยู่ข้างเตาขึ้นมาส่งให้ จางเหว่ยรับห่อผ้ามาด้วยความประหลาดใจ เมื่อคลี่ออกดูก็พบกับชุดเครื่องแบบทหารเนื้อผ้าฝ้ายผสมลินินเกรดพรีเมียม ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป ปราศจากตะเข็บรุ่ย และที่สำคัญคือเนื้อผ้ามีความยืดหยุ่นระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะกับการใส่ปฏิบัติภารกิจในป่าทึบอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีกระปุกยาสมานแผลสูตรพิเศษที่เธอลอบหยิบมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติพิเศษซ่อนไว้ที่กระเป๋าเสื้อด้านในอีกด้วย "นี่คือ..." จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองภรรยา หัวใจดวงแกร่งกระตุกวูบด้วยความตื้นตัน "ชุดเครื่องแบบใหม่ค่ะ... ฉันแอบวัดตัวท่านตอนหลับเมื่อคืนก่อน แล้วให้ช่างฝีมือดีในเมืองตัดเย็บให้เป็นพิเศษ เนื้อผ้าแบบนี้ทางกองทัพยังไม่มีแจกจ่ายหรอกค่ะ ท่านใส่เสียเถอะ เวลาออกปฏิบัติภารกิจจะได้คล่องตัวและปลอดภัยขึ้น" หลินอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความห่วงใยอย่างลึกซึ้งไว้ในทุกพยางค์ จางเหว่ยดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น ความรู้สึกอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ กลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวภรรยาช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมและงานราชการอันหนักหน่วงให้มลายหายไปจนสิ้น "ขอบคุณนะคะ... ภรรยาของผมช่างใส่ใจยิ่งกว่าผู้บังคับบัญชาเสียอีก" เขาพกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอ "รู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ ดังนั้น... ห้ามบาดเจ็บกลับมาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะคิดบัญชีกับท่านทบต้นทบดอกทีเดียว!" หลินอิงขู่เสียงเขียว แต่มุมปากกลับอมยิ้มบาง ๆ ยอมให้เขากอดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะดันตัวออก "มาค่ะ ซดซุปตุ๋นโสมกับกระดูกหมูนี้เสียก่อน ร่างกายจะได้มีเรี่ยวแรงไปปราบพวกหนูสกปรกที่แอบซ่อนอยู่ในค่ายทหารของท่านเสียให้ราบคาบ" ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามบรรจุน้ำซุปสีทองใสส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย จางเหว่ยนั่งลงที่โต๊ะไม้ไผ่ ขยับช้อนตักน้ำซุปเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูกผสมผสานกับความเผ็ดร้อนเล็กน้อยของขิงแก่และสมุนไพรจีนกระจายไปทั่วโพรงปาก ฟื้นฟูพละกำลังในชั่วพริบตา เขานึกชื่นชมฝีมือการทำอาหารของภรรยาอยู่ในใจเสมอ อาหารทุกจานที่นางทำไม่เพียงแต่อร่อยล้ำเลิศจนหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ยังเต็มไปด้วยพลังชีวิตและความอบอุ่นที่ทำให้บ้านหลังเล็ก ๆ นี้มีความหมายยิ่งกว่าคฤหาสน์หลังใด ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างเปี่ยมสุขและโรแมนติก เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน—ปัง! ปัง! ปัง! จังหวะการเคาะนั้นรุนแรงและกระชากกระชั้น ราวกับจงใจจะพังประตูเข้ามาให้พังครืน จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ้ำออกมาจากร่างทันที วางช้อนในมือลงอย่างแรงจนกระทบขอบชามเสียงดังกร๊อง หลินอิงหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากทันที นางปัดมือเบา ๆ เช็ดคราบไอน้ำที่เปื้อนผ้ากันเปื้อนออกอย่างใจเย็น "ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามวิกาลคงจะมาเยือนเพื่อทวงความอับอายครั้งก่อนคืนแล้วกระมังคะคุณท่าน" หลินอิงกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะเบา ๆ แต่แววตากลับเยียบเย็นดึงดูดใจจนจางเหว่ยต้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นประจำกายที่วางพาดไว้บนเก้าอี้ขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ ไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวยมทา ประตูกรูกันเปิดออก เผยให้เห็นร่างอวบอ้วนของสะใภ้ใหญ่ตระกูลจางที่ยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความโกรธเกรี้ยว ด้านข้างมีชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนถือไม้กระบองยืนคุมเชิงอยู่ ทว่ายังไม่ทันที่สะใภ้ใหญ่จะได้อ้าปากแผดเสียงโวยวายตามนิสัยเดิม จางเหว่ยก็ยกกระบอกปืนขึ้นจ่อตรงระหว่างคิ้วของนางทันทีโดยไม่มีการเจรจาใด ๆ ทั้งสิ้น! เสียงอุทานด้วยความตกใจกลัวดังขึ้นพร้อมกับร่างอวบที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินทันที แต่ทว่าสายตาของจางเหว่ยกลับไม่ได้มองที่สะใภ้ใหญ่ เขากลับมองข้ามไหล่นางไปยังเงาร่างหนึ่งที่ยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่หน้าบ้าน—เงาร่างที่ถือเอกสารลับราชการซึ่งควรจะอยู่แต่ในตู้เซฟของกองพัน! หัวใจของหลินอิงกระตุกวูบ นางก้าวเท้าออกมาจากห้องครัว รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาเฉียบคมดุจนางพญา (ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเผ็ดร้อนและอบอุ่นในบทนี้นะคะ - ครัวคุณยาย)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%