"ถ้าคิดจะมาเพื่อหาเรื่องรบกวนเวลาพักผ่อนของสามีดิฉันล่ะก็... เกรงว่าท่านคงต้องเดินกลับมือเปล่าแล้วล่ะค่ะ แม่สามีผู้ประเสริฐ"
น้ำเสียงของหลินอิงไม่ได้ดังนัก ทว่ากลับราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนวาววับ นางไม่ได้ลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยซ้ำ ยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ขณะที่สายตาสบประสานกับร่างอวบอ้วนของ ‘นางหวัง’ แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือดและปากหอยปากปูอย่างไม่เกรงกลัว
นางหวังชะงักฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงเล็กๆ ของเรือนพัก ใบหน้าที่ฉาบด้วยความถือดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธทันที นางตวัดสายตามองสะใภ้รองที่เคยหัวอ่อนและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอด แต่วันนี้กลับมีประกายตาดุดันราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บ จนคนแก่กว่าถึงกับเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
"นัง... นังตัวดี!" นางหวังแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก "นี่เจ้ากล้าพูดจากับแม่ผู้ให้กำเนิดสามีเจ้าเช่นนี้รึ! แต่งเข้าบ้านมาได้ไม่ทันไร ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าไล่แม่สามีแล้วหรือไง จางเหว่ย! ลูกดูรึ ดูเอาเถอะว่าเมียที่เจ้าหลงนักหนามันทำกิริยาต่ำทรามใส่แม่แกอย่างไร!"
จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นหว่างคิ้วแทบผูกเป็นปม ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารขยับตัวยืนขึ้นบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ แม้เขาจะไม่ได้รักใคร่แม่แท้ๆ นักเนื่องจากความลำเอียงและนิสัยเห็นแก่ตัวที่ผ่านมา แต่นางหวังก็ยังคงเป็นมารดา
"ท่านแม่มาที่นี่ทำไมครับ ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้แล้ว" จางเหว่ยเอާމเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตามองมารดาและน้องชายต่างแม่ที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังด้วยแววตาเรียบเฉย
"ทำไมรึ! ข้าเป็นแม่เจ้า ข้าจะมาดูลูกชายไม่ได้หรือไง!" นางหวังเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ เรือนพักที่เคยโทรมทรุด แต่วันนี้กลับสะอาดสะอ้าน แถมยังมีกลิ่นหอมแปลกประหลาดบางอย่างลอยอบอวลเตะจมูก จนต่อมความโลภของนางกระตุกวาบ "แล้วนี่กลิ่นอะไรเหม็นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน เจ้าแอบซ่อนเนื้อดีๆ ไว้กินกันตามลำพังสองคนผัวเมียรึ ปล่อยให้แม่กับน้องอดอยากปากแห้งอยู่ที่เรือนใหญ่ ช่างเป็นลูกอกตัญญูเสียจริง!"
หลินอิงแอบพ่นลมหายใจเบาๆ ออกมาทางจมูก นางปรายตามองสองแม่ลูกที่ทำท่าทางน้ำลายสอราวกับสุนัขได้กลิ่นอาหาร แล้วจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนชายเสื้ออย่างใจเย็น
ช่างน่าขันสิ้นดี... ยามที่จางเหว่ยบาดเจ็บปางตายกลับมาจากชายแดน สองแม่ลูกคู่นี้กลับผลักไสไล่ส่งราวกับหมูเหมือนหมา ซ้ำยังริบเอาเบี้ยหวัดและเสบียงก้นครัวไปจนหมดเกลี้ยง ยามนี้เห็นพวกเขาเริ่มตั้งหลักได้ กลับทำจมูกไวตามกลิ่นเข้ามาสูบเลือดสูบเนื้อต่ออย่างไม่อายฟ้าดิน
"หิวหรือคะ?" หลินอิงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มพิมใจ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาแม้แต่น้อย "ถ้าท่านแม่หิวจนตาลาย มองอะไรก็เป็นเนื้อดีไปหมดล่ะก็... เกรงว่าจะต้องผิดหวังเสียแล้วค่ะ เพราะในครัวของเราไม่มีเนื้อหมูสามชั้นมันเยิ้มให้พวกท่านมาคอยจิกโกยกลับเรือนใหญ่หรอกนะคะ"
"ปากดีนักนะนังสะใภ้รอง!" น้องชายต่างแม่ของจางเหว่ยนามว่า 'จางเฉียง' ทนไม่ไหว ก้าวออกมาชี้น้ำหน้าหลินอิงด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาดูถูกพวกเรา แม่ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสในตระกูลจางนะเว้ย!"
จางเหว่ยตวัดสายตาคมกริบดุจมีดโกนมองไปยังจางเฉียงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนจนจางเฉียงสะดุ้งเฮือก ถอยกรูดไปหลบหลังมารดาตัวสั่นเทิ้ม
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัว กลับไปเสียเถอะครับ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกท่านจะมาโวยวายได้" จางเหว่ยเอמהเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งไมตรีจิต
แต่นางหวังหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งได้กลิ่นหอมเข้มข้นที่ลอยมาจากห้องครัวทะลักออกมาเรื่อยๆ นางยิ่งกลืนน้ำลายเอื้อมมือผลักลูกชายคนโตออกแล้วพยายามจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในครัวให้ได้ "หลบไป! ข้าจะเข้าไปดูว่าพวกเจ้าซ่อนอะไรไว้ ข้าเป็นแม่นะเว้ย ของกินในบ้านนี้ ข้ามีสิทธิ์ตรวจสอบ!"
ในจังหวะที่นางหวังพุ่งตัวเข้ามาหมายจะผลักหลินอิงให้พ้นทางเพื่อบุกรุกเข้าไปในอาณาเขตส่วนตัว หลินอิงกลับไม่ได้ถอยหนี นางก้าวเท้าเหลื่อมไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวเอื้อมไปหยิบกระบวยไม้ด้ามยาวที่แช่อยู่ในอ่างล้างผักขึ้นมาอย่างใจเย็น ก่อนจะตวัดข้อมือเบาๆ ขวางทางก้าวของนางหวังไว้พอดี
"ระวังหน่อยสิคะท่านแม่ พื้นตรงนี้เพิ่งเช็ดใหม่ มันลื่น... ถ้าล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมา ลูกสะใภ้อย่างดิฉันคงไม่มีปัญญาหาเงินมารักษาให้หรอกนะคะ" หลินอิงเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงหวังดีแกมเยาะหยัน
แต่นางหวังที่กำลังหน้ามืดตามัวด้วยความโลภและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ปัดกระบวยไม้ทิ้งอย่างไม่ใยดี แล้วพุ่งพรวดเข้าไปเปิดประตูครัวที่ปิดสนิทออกอย่างแรง!
*แอ๊ดดด—!*
เสียงประตูไม้เก่าเปิดออกเผยให้เห็นภาพเบื้องหลัง... และทันทีที่กลิ่นหอมอันล้ำลึกของเครื่องยาจีนชั้นดี โสมป่าอายุหลายสิบปี และความหวานละมุนของเนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มทะลักพุ่งออกมาปะทะเข้ากับใบหน้าของทุกคนในห้องโถง นางหวังถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลออกมานอกเบ้า
บนเตาไฟดินเผาขนาดเล็ก หม้อดินเคลือบสีเขียวเข้มใบย่อมกำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ เบาๆ น้ำซุปสีทองใสประกายไขมันวาววับลอยละลิ่วอยู่บนผิวหน้า เคียงคู่ด้วยรากโสมอวบอ้วนสีขาวนวล โกจิเบอร์รี่สีแดงสด และพุทราจีนเม็ดโตที่ตุ๋นจนพองฟู ไก่บ้านเนื้อแน่นทั้งตัวถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ชิ้นส่วนของเนื้อแทบจะหลุดร่อนออกจากกระดูกเพียงแค่ใช้ตะเกียบสะกิด กลิ่นหอมตลบอบอวล หอมหวาน ชวนให้รู้สึกอบอุ่นล้ำลึกไปถึงขั้วหัวใจ หอมชนิดที่ต่อให้เป็นภัตตาคารในเมืองหลวงก็ยังไม่มีปัญญาเทียบเคียง!
นี่มัน... ซุปอะไรกัน?!
จางเฉียงถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เสียงดังเอื้อมจนน่าเกลียด สองขาแทบจะก้าวตามกลิ่นเข้าไปในห้องครัวโดยไม่รู้ตัว "แม่... นั่นมันไก่ตุ๋นอะไรทำไมมันหอมขนาดนี้ ข้าอยากกิน ข้าจะกินอันนี้!"
แม้แต่จางเหว่ยเอง ยังต้องหันขวับกลับมามองภรรยาด้วยความทึ่ง ใบหน้าคมคายฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด ตั้งแต่แต่งงานกันมา แม้ภรรยาจะเริ่มทำอาหารเก่งขึ้นอย่างน่าประหลาด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางลงมือทำอาหารล้ำค่าระดับนี้... ไหนนางบอกว่าในครัวไม่มีอะไรเลยไม่ใช่หรือ? แล้ววัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านี้โผล่มาจากไหนกัน?
นางหวังได้สติคืนมา ความโลภเข้าครอบงำจนลืมความอับอายไปจนสิ้น นางพุ่งตัวเข้าไปหมายจะใช้มือเปล่าคว้าชิ้นเนื้อไก่ในหม้อดินทันที โดยไม่สนเลยว่ามันยังร้อนจัด!
"นั่นของข้า! นังตัวดี เจ้าแอบซ่อนของดีไว้กินคนเดียวรึ! เอามานี่นะ!"
*เพี๊ยะ!*
เสียงฟาดไม้พายกระทบลงบนหลังมืออวบอูมของนางหวังดังสนั่น แม้จะไม่ได้รุนแรงจนกระดูกหัก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้นางหวังชักมือกลับด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับกรีดร้องแหลมสูงราวกับหมูถูกเชือด
"โอ๊ย! นังสะใภ้สารเลว! แกกล้าตีมือฉันรึ!" นางหวังชี้หน้าหลินอิง ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น
หลินอิงดึงมือกลับ ถือไม้พายมั่นในมือ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงملงายแต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและไร้ความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
"ของในครัวเรือนของดิฉัน ดิฉันจะมีสิทธิ์จัดการอย่างไรก็ได้ค่ะ" หลินอิงก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าหม้อซุปไว้ ปรายตามองแม่สามีด้วยสายตาสมเพชเวทนา "ส่วนท่าน... บุกรุกเข้ามาในยามวิกาล ยังคิดจะแย่งชิงอาหารบนโต๊ะของสามีฉันอีก หน้าหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีนเสียอีกนะคะ"
"แก... แก!" นางหวังชี้หน้าจนนิ้วสั่น "จางเหว่ย! แกดูเมียแก! มันตบตีแม่แท้ๆ ของแกแล้วนะ! จัดการรื้อมันเดี๋ยวนี้! หย่ามันซะ!"
จางเหว่ยสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจากตะเกียงจนเกิดเงาทาบทับร่างของมารดาและน้องชายจนมืดมิด น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ไร้ซึ่งความลังเลใจแม้แต่น้อย
"ภรรยาผมพูดถูกแล้วครับท่านแม่ ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ไม่สมควรมาวุ่นวายที่เรือนของคนอื่น เชิญกลับไปพักผ่อนเถอะครับ... และถ้าคราวหน้ายังกล้าบุกรุกเข้ามาอย่างไร้มารยาทอีก อย่าหาว่าผมไม่เตือน"
นางหวังอ้าปากค้าง มองบุตรชายในไส้ที่บัดนี้กลับเข้าข้างเมียมากกว่าแม่ผู้ให้กำเนิด นางกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ สะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธจัด "ได้! พ่อลูกอกตัญญู! เมียจรจัด! พวกแกจำไว้เลยนะ!" ว่าแล้วก็ลากคอจางเฉียงที่ยังอาลัยอาวรณ์กลิ่นซุปไก่เดินหนีหายออกไปจากเรือนท่าย์ความมืดมิดยามค่ำคืน
เมื่อเสียงฝีเท้าของสองแม่ลูกเลือนหายไป ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่เรือนพักอีกครั้ง
หลินอิงถอนหายใจยาว วางไม้พายลงบนโต๊ะ หันกลับมามองหม้อซุปไก่ตุ๋นโสมที่ยังคงส่งควันกรุ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้อง นางหันไปสบตากับสามีที่กำลังมองนางด้วยแววตาซับซ้อน คล้ายจะคาดคั้นแต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินบรรยาย
จางเหว่ยขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวภรรยาผสมผสานกับกลิ่นโสมและไก่ตุ๋น ยิ่งทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหลราบของนาง แต่ทว่า...
นอกรั้วบ้านสวน... กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
หลินอิงชะงักฝีเท้า นางกับจางเหว่ยหันไปมองหน้าประตูรั้วพร้อมกัน ในยามวิกาลเช่นนี้... ใครกันที่ยังกล้ามาเคาะประตูเรือนของนายทหารผู้ปลดประจำการ? หรือว่า... แผนการบางอย่างกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว?
[ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน "ครัวคุณยาย" ตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!]
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 3
เมนูแรกเรียกขวัญ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!